โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หญิงวัย 50 คันที่ขานาน 2 เดือน ที่แท้เป็น "มะเร็งตับ" หมอแนะ 4 สัญญาณเตือนทางผิวหนัง

sanook.com

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.02 น. • Sanook
หญิงรายหนึ่งมีอาการคันที่ขาทั้งสองข้างนาน 2 เดือน เมื่อตรวจร่างกายจึงพบว่าเป็นมะเร็งตับ หมอเตือน “4 อาการทางผิวหนัง” ที่ไม่ควรมองข้าม

หญิงรายหนึ่งมีอาการคันที่ขาทั้งสองข้างนาน 2 เดือน เมื่อตรวจร่างกายจึงพบว่าเป็นมะเร็งตับ หมอเตือน “4 อาการทางผิวหนัง” ที่ไม่ควรมองข้าม

หญิงวัย 50 ปี นามสกุลหลี่ จากเมืองหางโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีน เริ่มมีอาการคันที่ขาทั้งสองข้างอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อ 2 เดือนก่อน ตอนแรกคิดว่าเป็นอาการแพ้ผิวหนัง จึงซื้อยาต้านอาการแพ้จากร้านขายยาใกล้บ้านมารับประทาน แต่กลับไม่ดีขึ้น อาการคันเริ่มลามขึ้นมาที่ช่วงบนของร่างกายและยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

จนในที่สุดทนไม่ไหวจึงไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์ฟังอาการจบก็รู้สึกผิดสังเกต จึงรีบส่งตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง และพบว่าเธอมีเนื้องอกที่ตับจริง ๆ

ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์ Qianjiang Evening News นางหลี่เริ่มมีอาการคันที่ขาทั้งสองข้างเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่ต่อมาอาการคันกลับลุกลามไปทั่วร่างกายจนทนไม่ไหว จึงไปตรวจที่ศูนย์บริการสาธารณสุข

รองผู้อำนวยการแผนกเวชกรรมทั่วไป นายแพทย์หลี่ เสี่ยวเฉียง ฟังอาการแล้วก็รู้สึกผิดสังเกต จึงสั่งตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องทันที และผลที่ได้ก็ทำให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยถึงกับตกตะลึง เพราะพบสิ่งผิดปกติบริเวณด้านบนของตับ จากประสบการณ์ทางคลินิกอันเชี่ยวชาญ แพทย์จึงสงสัยอย่างมากว่าอาจเป็นเนื้องอก

หลังจากนั้น ผู้ป่วยถูกส่งตัวด่วนไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงแห่งที่ 2 เพื่อตรวจเพิ่มเติม ผลตรวจยืนยันว่าเป็นเนื้องอกจริง และเป็นมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิ โชคดีที่ตรวจพบได้ทันเวลา

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจึงรีบดำเนินการรับตัว “คุณป้าหลี่” เข้ารักษาในวันเดียวกัน และสามารถผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออกได้สำเร็จ ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ระหว่างพักฟื้น

แพทย์อธิบายว่า เมื่อเกิดความเสียหายที่ตับ อาจกระตุ้นเส้นใยประสาทในผิวหนัง ส่งสัญญาณไปยังศูนย์ประสาทและเปลือกสมอง ทำให้เกิดอาการคันเรื้อรังอย่างรุนแรงได้

Towfiqu barbhuiya

หลี่ เสี่ยวเฉียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เตือนว่า หากผิวหนังมีความผิดปกติ 4 แบบต่อไปนี้ ควรระวังว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคตับ

4 สัญญาณเตือนโรคตับ

1. ผิวหนังคันผิดปกติ: เมื่อตับเกิดความเสียหาย อาจกระตุ้นเส้นใยประสาทในผิวหนัง ส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปยังสมองส่วนรับความรู้สึก ทำให้เกิดอาการคันเรื้อรังที่ไม่หายง่าย

2. ผิวหนังและตาเหลือง: เมื่อการทำงานของตับบกพร่อง ร่างกายจะสะสมสารบิลิรูบิน (สารสีเหลืองในน้ำดี) มากเกินไป ส่งผลให้ผิวหนัง โดยเฉพาะตาขาวและใบหน้า ดูเหลืองซีดคล้ายน้ำตาลอ่อนหรือสีขี้ผึ้ง

3. ไฝแมงมุม (Spider Nevus): ลักษณะคือมีจุดแดงหรือม่วงคล้ายเส้นเลือดฝอยแตกบนผิวหนัง เมื่อกดลงไปจะจางหาย และจะกลับมาเห็นชัดอีกครั้งเมื่อปล่อยมือ หากตับมีปัญหาในการเผาผลาญฮอร์โมนเอสโตรเจน ระดับฮอร์โมนนี้ในเลือดจะสูงขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวจนเกิดเป็นไฝแมงมุม

4. เลือดออกผิดปกติ: ตับเป็นอวัยวะที่ผลิตสารช่วยในการแข็งตัวของเลือด หากตับทำงานผิดปกติ อาจส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกง่าย เช่น เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร หากมีอาการเหล่านี้โดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าการทำงานของตับกำลังมีปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...