โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินดีใจหลัง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

tvpoolonline.com

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 18.57 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.57 น. • TV Pool

วันนี้ (1 ก.ค.68) นายแก้วสรร อติโพธิ หนึ่งในแกนนำกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” แถลงจุดยืนภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เซ่นปมคลิปเสียงพูดคุยสมเด็จฯ ฮุน เซน ว่า กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” ดีใจมากที่ศาลทำงานตามกฎหมาย ส่วนการไต่สวนของศาล กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” จะไม่ขอล่วงละเมิดอำนาจศาล และตอนนี้จะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการกดดัน หรือดีใจโห่ร้อง เพราะจะเป็นการแทรกแซงอำนาจศาล ซึ่งอาจทำให้เข้าทางกลุ่มที่รอจะใส่ร้ายกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน”

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่า เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ที่ตั้งเวทีอยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ถือเป็นทัพหน้าติดทำเนียบรัฐบาล มีการเคลื่อนไหวไปเรียกร้องพรรคต่าง ๆ และคอยประคับประคองสถานการณ์กว่า กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” จะได้รวมตัวกัน ดังนั้นระหว่างนี้ประชาชนสามารถไปร่วมชุมนุมกับ คปท. ได้ทุกวัน ขอให้ประชาชนช่วยรักษาเวทีด่านหน้าไว้ต่อไป ส่วนหลังจากนี้อาจจะมีเวทีปราศรัยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เวทีต่างจังหวัดอาจเลือกจังหวัดที่มีความพร้อม สามารถรวบรวมประชาชนได้ ก็จะจัดทัพใหญ่ไป หรือในสถานการณ์ที่ฉับพลัน แกนนำก็จะมีการปรึกษากันว่าจะมีความเคลื่อนไหวอย่างไร และแถลงข่าวให้ทราบเป็นระยะ ๆ แต่เบื้องต้นประมาณการณ์ชุมนุมใหญ่อีกครั้งช่วงกลางเดือนสิงหาคม

ส่วนที่วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหน้าที่แล้วนั้น ยังเหลือ ป.ป.ช.ที่ไต่สวนเรื่องมาตรา 144 ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนว่าต้องพิจารณาโดยพลัน แต่ตอนนี้เกือบ 60 วันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นพรุ่งนี้จะนำคณะมวลชนไปติดตามความเคลื่อนไหวที่ ป.ป.ช. ต่อไป เพราะความจริงหน้าที่ ป.ป.ช. จบแล้ว มีหน้าที่เพียงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ใช้เวลาแค่ 15 วันหลังรับเรื่อง ดำเนินการกับบุคคล 3 ส่วน คือ คณะรัฐมนตรี , สส. และกรรมาธิการ , และวุฒิสภา โดยมีโทษ 3 โทษ คือให้พ้นจากตำแหน่ง จะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ต้องชดใช้วงเงิน 35,000 ล้านบาทภายใน 20 ปี

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้รับมอบอำนาจจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้มาตอกย้ำว่าจุดยืนของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกและพรรคร่วมรัฐบาลลาออก เป็นสิ่งที่นายสนธิสนับสนุน นายสนธิไม่ได้สนับสนุนรัฐประหาร ส่วนยอดรับบริจาคถึงวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา มียอดบริจาคทั้งหมดกว่า 30.7 ล้านบาท มีผู้บริจาคกว่า 56,000 คน โดยหักค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมรณรงค์ และการชุมนุมต่างๆ ประมาณ 2 ล้านบาท และเหลือเงินสำหรับความมั่นคงของประเทศที่จะมอบให้หน่วยงานต่างๆ กว่า 28.6 ล้านบาท โดยจะมอบให้กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1.1 ล้านบาทตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

ส่วนที่จะมอบให้กองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากทางกองทัพแถลงข่าวไม่ขอรับเป็นเงินสด ดังนั้นเงินที่เหลืออีก 27.5 ล้านบาท จะถูกนำไปจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับลาดตระเวนป่าไม้ในเวลากลางคืน , สาธาณูปโภคเพื่อความปลอดภัยของทหารต่างๆ เช่น ห้องน้ำสำเร็จรูป ถังน้ำ ตู้คอนเทนเนอร์ แผ่นพื้นคอนกรีต รถตักหน้า รถไถ รถขุด เครื่องปั่นไฟ แบตเตอรี่ โซล่าเซลล์ รวมไปถึงเสื้อผ้าและอาหาร มอบให้กองทัพภาคที่ 2 แทน และยังมีผู้บริจาคมอบเงินส่วนตัวอีก 1 ล้านบาทต่างหากให้กองทัพเรือด้วย เนื่องจากต้องดูแลพื้นที่เกาะกูด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...