‘เทพไท’ วิเคราะห์เจตนารมณ์ผู้ชุมนุม เรียกร้องนายกฯ แสดงความรับผิดชอบ
จากกรณีประชาชนหลายกลุ่มได้รวมตัวกันชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านนายกรัฐมนตรี หลังจากคลิปเสียงสนทนาระหว่าง “นายกฯ อิ๊งค์” กับผู้นำกัมพูชา ถูกเผยแพร่ออกมา และก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : ‘จตุพร’ ปลุกม็อบเตรียมปักหลักยาว หากนายกฯไร้สำนึก เตรียมยกระดับการชุมนุมทันที
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า“นายเทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาโพสต์สะท้อนเจตนารมณ์ของมวลชนที่ร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ลงในเพจเฟซบุ๊ก"เทพไท - คุยการเมือง" โดยมีจุดยืนหลักเรียกร้องให้นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ว่าจะลาออกหรือยุบสภา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และหลีกเลี่ยงการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ อีกทั้ง การปราศรัยบนเวทีเป็นความเห็นเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ข้อเรียกร้องร่วมของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติภายใต้รัฐธรรมนูญ และไม่ต้องการให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย
โดยเทพไท ระบุข้อความว่า "ผมมีโอกาสไปสังเกตการณ์การชุมนุมของพี่น้องประชาชน ที่ชุมนุมกันในนามกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เพื่อที่จะรับฟังความเห็นและเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน ได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ได้ถ่ายรูปกัน ได้พูดคุย ได้รำลึกถึงความหลังในการต่อสู้การเมืองในภาคประชาชน และได้รับฟังคำปราศรัยของวิทยากร หรือผู้ปราศรัยหลายคน"
นอกจากนี้ สิ่งที่ได้พูดคุยกับประชาชน พอจะแยกแยะความเห็นของประชาชน เจตนารมณ์ หรือจุดยืน ท่าทีเกี่ยวกับการเข้าร่วมการชุมนุม มีเป้าหมายที่หลากหลาย มี 5 ข้อดังต่อไปนี้
1. เรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รับผิดชอบทางการเมือง โดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คืนอำนาจให้สภาผู้แทนราษฎร สรรหาผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่
2. เรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะนางสาวแพทองธาร ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด ไม่ได้ประโยชน์ ประเทศชาติไม่เสียหาย จึงจำเป็นต้องคืนอำนาจการเลือกตั้งให้ประชาชนไปพิจารณาเลือกตั้งใหม่ เพื่อพิสูจน์จากผลการเลือกตั้งว่า นางสาวแพทองธารผิดหรือไม่
3. กลุ่มคนต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไรก็ได้ ขอให้นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป คือจะลาออกก็ได้ จะยุบสภาก็ได้ ไม่ติดใจในเรื่องทางออก ขอให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
4. กลุ่มคนหรือประชาชนที่ต้องการจะมาแสดงพลังว่า เป็นผู้รักชาติ รักอธิปไตย ต้องการให้สมเด็จฮุน เซน หรือคนประเทศกัมพูชา รู้ว่าคนไทยรักชาติ ไม่ยอมให้ชาติใดมาล่วงล้ำอธิปไตย หรือมาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย
5. กลุ่มคนบางส่วนมีความเห็นว่า ถ้าบ้านเมืองถึงทางตัน นางสาวแพทองธาร ดื้อแพ่ง ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ผิด ดังนั้นถ้าจะมีอำนาจนอกระบบก็ไม่ขัดข้อง
อีกทั้ง "ทั้งหมดนี้ คือ ความเห็นที่ประมวลได้จากพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม ส่วนบนเวทีปราศรัย วิทยากรผู้ปราศรัยต่างๆ จะปราศรัยตามจุดยืน ตามสไตล์ของตัวเอง ซึ่งเป็นอิสระที่พี่น้องประชาชน จะเก็บไปเป็นข้อมูล รับฟังแล้วก็ไตร่ตรองกันเองแล้วค่อยตัดสินใจว่า เห็นด้วยกับความเห็นของวิทยากรคนไหนบ้าง ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องนี้การชุมนุมครั้งนี้ เป็นการชุมนุมที่มีพี่น้องประชาชนร่วมแสดงพลังเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นการชุมนุมเรื่องอธิปไตยของชาติ ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีกลุ่มการเมือง ไม่เลือกฝ่าย แต่เป็นเรื่องของคนไทยรักในอธิปไตยทุกคน"
อย่างไรก็ตาม "รูปแบบการชุมนุมไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อ สามารถชุมนุมผ่านโซเชียลผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เมื่อถึงโอกาสถึงเวลาอันควร ค่อยมาแสดงพลังกันในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตกับประจำวันของพี่น้องประชาชน และไม่สร้างความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจของชาติ สำหรับทางออกและข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล และนางสาวแพทองธาร เมื่อพลังประชาชนต่อต้านรัฐบาล แสดงออกมากมายเช่นนี้ นางสาวแพทองธาร ควรตัดสินใจในทันที ไม่ลาออกก็ยุบสภา อย่าให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง เข้ามาจัดการ ซึ่งจะเป็นการสูญเสียการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง"
ขอบคุณข้อมูล : "เทพไท - คุยการเมือง"
ชมคลิปวิดีโอ