โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกรวบปลัดอำเภอ กินหัวคิวบัตรชมพู

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 19.22 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 12.22 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เชียงใหม่ 30 มิ.ย. – เจ้าหน้าที่บุกรวบปลัดอำเภอ หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาเชียงใหม่ หลังถูกร้องเรียนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทำบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทยเกินจริง เกือบ 3 ปี รวมเงินส่วนต่างกว่า 3 ล้านบาท

ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ร่วมกันเข้าจับกุมนายบุญญฤทธิ์ ปลัดอำเภอสันทราย เชียงใหม่ ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาเชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจับกุมตัวได้ที่ศูนย์บริหารการทะเบียน สาขาเชียงใหม่ ที่อำเภอดอยสะเก็ด

หลังก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ได้รับร้องเรียนจากนายหน้าแรงงานต่างด้าว ที่นำแรงงานต่างด้าวเข้าไปทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือบัตรสีชมพู ที่ศูนย์แห่งนี้ ซึ่งกำหนดค่าธรรมเนียมการออกบัตรไว้ 60 บาท และค่าขอคัดสำเนาฉบับละ 20 บาท แต่ปลัดอำเภอรายนี้เรียกเก็บรายละ 200 บาท และหากตัวแทนนายหน้าไม่จ่ายตามจำนวน จะไม่ได้คิวนัดในการทำบัตรหรือได้ล่าช้า โดยพบว่าตั้งแต่นายบุญญฤทธิ์ ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารทะเบียนในช่วงเกือบ 3 ปี มีแรงงานต่างด้าวทำบัตรกว่า 30,000 คน รวมเงินส่วนต่างจากค่าธรรมเนียมกว่า 3 ล้านบาท

พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ์ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่นำตัวนายบุญญฤทธิ์ ไปตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มที่บ้านพักย่านอำเภอสันทราย ยึดของกลางเป็นเงินสดกว่า 1,200,000 ล้านบาท สมุดบัญชี 6 เล่ม โฉนดที่ดินอีก 5 แปลง จึงอายัดไว้ตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเงินมรดกของครอบครัว

ขณะที่นายบุญญฤทธิ์ บอกกับสำนักข่าวไทยเพียงสั้นๆ ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ แค่บอกว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการ

พลตำรวจตรีจรุญเกียรติ์ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมในคดีนี้ โดยบอกว่าตอนนี้ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจมีพยานหลักฐานแน่นหนา และกำลังขยายผลตรวจสอบว่ามีผู้อื่นร่วมขบวนการด้วยหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...