‘นักวิ่งแฟชั่น’ ไม่ใช่ปัญหา แต่การสร้างกฎกติกาในการใช้สวนสาธารณะร่วมกัน คือสิ่งที่ Run Club และ กทม.ต้องปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ปัจจุบันเทรนด์รักสุขภาพถูกพูดถึงมากขึ้น ส่งผลให้มีคลับออกกำลังกายเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก สำหรับคนที่อยากมีเพื่อนออกกำลังกาย หรือเพิ่งเริ่มหันมาดูแลตัวเอง แต่ยังไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง หนึ่งในนั้นคือ Run Club หรือคลับสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ ซึ่งมักดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ เช่น สวนป่าเบญจกิติ
ทว่า ล่าสุดเริ่มมีนักวิ่งคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมคลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดำเนินกิจกรรมของ Run Club ว่าการเกิดขึ้นของ Run Club จำนวนมาก ทำให้การวิ่งในสวนสาธารณะไม่สะดวกสบายอีกต่อไป เพราะการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพของคลับ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมบางส่วนมักวิ่งหรือเดินกีดขวางเส้นทางของผู้อื่น เช่น ยืนเรียงเป็นหน้ากระดาน หรือไม่หลีกทางให้ เป็นต้น
การถกเถียงครั้งนี้ถือเป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาในการใช้สวนสาธารณะร่วมกัน ซึ่งยังขาดการจัดการที่เหมาะสมจากผู้จัดกิจกรรมและผู้ดูแลสวน เมื่อผู้ใช้สวนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเพราะเข้าร่วมคลับออกกำลังกาย หรือตัดสินใจมาวิ่งด้วยตนเอง องค์กรผู้ดูแลสวนจำเป็นต้องกำหนดกฎกติกาในการใช้สวนร่วมกันให้รัดกุมและชัดเจนมากขึ้น รวมถึงพูดคุยหารือแนวทางการจัดการร่วมกับคลับออกกำลังกายต่างๆ
“อย่าให้เขาด่าว่าเราเป็นนักวิ่งแฟชั่นเลย”
อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นบางส่วนกลับมีการพาดพึงถึง ‘นักวิ่งแฟชั่น’ โดยในบริบทดังกล่าวสะท้อนมุมมองแง่ลบของผู้พูดที่มีต่อนักวิ่งกลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้วิ่งอย่างจริงจัง แต่วิ่งเพื่อความสนุก และอยากเข้าสังคมใหม่ๆ หรืออาจเป็นนักวิ่งที่ชอบแต่งตัวดูดี เพื่อถ่ายคลิปคอนเทนต์ ทั้งที่การเป็นนักวิ่งแฟชั่นไม่ใช่ต้นตอของปัญหา การกล่าวโทษหรือพาดพิงในลักษณะนี้ จึงอาจกลายเป็นการผลักไสผู้คนที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย และอยากมีส่วนร่วมให้ออกไปจากคอมมูนิตี้โดยไม่จำเป็น
ไม่ว่าคนเราจะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยเหตุผลใด เช่น เพื่อสุขภาพ อยากรู้จักผู้คนใหม่ๆ หรือสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง ทุกเหตุผลล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีและมีคุณค่า เพราะมันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหันกลับมาดูแลใส่ใจตัวเอง และออกมาใช้พื้นที่สาธารณะในสังคมร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดี การสร้างชุมชนที่แน่นแฟ้น รวมถึงอาจก่อให้เกิดสวนสาธารณะที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืนสำหรับทุกคนในอนาคต
โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ทาง กทม. องค์กรผู้ดูแลสวนเบญจกิติ ได้หารือกติกาและข้อตกลงการใช้งานสวนร่วมกับตัวแทนคลับออกกำลังกายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Yoga Pilates และ Run Club เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อบุคคลทั่วไปที่ใช้ทุกวัน หรือคนที่จัดงานในบริเวณสวนดังกล่าว ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรกคือ จะกำหนดให้มีการลงทะเบียนคลับหรือชมรมในสวนเบญจกิติ ซึ่งคล้ายคลึงกับสวนลุมพินี หรือสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เพื่อให้คลับต่างๆ ส่งตัวแทนมาบริหารจัดการ
ประการที่สองคือ สร้างข้อตกลงร่วมกันในการรวมพลและวิ่งเป็นกลุ่ม โดยต้องแบ่งกลุ่มไม่เกิน 30 คนต่อกลุ่ม รวมถึงยืนชิดขอบทางเดินด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้ใช้สวนทั่วไป
ประการสุดท้ายคือ กรณีกิจกรรมที่มีสปอนเซอร์เชิงพาณิชย์และต้องการสนับสนุนการใช้พื้นที่ ผู้จัดต้องติดต่อขออนุญาตตามระเบียบของสวน โดยทาง กทม. วางแผนจะพัฒนาระบบจองออนไลน์ในอนาคต ผ่านเว็บไซต์ http://publicspace.bangkok.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มคลับออกกำลังกายต่างๆ และบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะจัดกิจกรรม
การหารือในประเด็นทั้งสามแสดงให้เห็นว่า ทางผู้จัดกิจกรรมและผู้ดูแลสวนอย่าง กทม. มิได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแต่การดำเนินการแก้ไข รวมถึงการจัดทำกฎกติกาที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาที่เหมาะสม และไม่อาจสำเร็จได้ในทันที
ในขณะเดียวกัน ความรับผิดชอบในการดูแลพื้นที่สวนสาธารณะไม่ใช่หน้าที่ของคลับออกกำลังกาย หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ใช้สวนทุกคน ซึ่งควรเคารพสิทธิ์ในการใช้พื้นที่สาธารณะของผู้อื่น และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้ใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเท่าเทียมกัน
อ้างอิง
https://x.com/chadchart_team/status/1920492248644661537
https://www.facebook.com/share/r/19FQNxkFKR/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘นักวิ่งแฟชั่น’ ไม่ใช่ปัญหา แต่การสร้างกฎกติกาในการใช้สวนสาธารณะร่วมกัน คือสิ่งที่ Run Club และ กทม.ต้องปรับปรุงพัฒนาต่อไป
- บริษัททัวร์ในเอดินบะระวางแผนทำทัวร์ธีม LGBTQ+ แทนธีม Harry Potter เพราะรู้สึกขัดแย้งในใจ เกี่ยวกับความเห็นของ เจ.เค.โรว์ลิง ที่กีดกันทรานส์
- Mary Kate Cornett หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ ‘ข่าวลือ’ และวัฒนธรรม ‘คลั่งความบริสุทธิ์’ ของอเมริกา
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com