โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต. แถลงประณามกัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทย – จี้เยียวยาผู้เสียหาย

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 13.23 น. • The Bangkok Insight

กต. แถลงประณามกัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทย แจงคณะทูต68 ประเทศ ย้ำพร้อมหารือทวิภาคี แต่ต้องรับผิดชอบ-เยียวยา

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงยืนยันจุดยืนของไทยต่อคณะทูตและผู้ช่วยทูตทหารจาก 68 ประเทศ ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา วางกับระเบิดในดินแดนไทย ณ ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบ เยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั้งหมดบริเวณชายแดน

กัมพูชา

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวภายหลังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้แก่คณะทูต 93 คน จาก 68 ประเทศ โดยมีนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา (ด้านความมั่นคง), พลเอกศักดิ์สิทธิ์ แสงชนินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) และนางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ร่วมบรรยายสรุป

นายนิกรเดชกล่าวว่า การบรรยายสรุปวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีทหารไทย 3 นายเหยียบกับระเบิดขณะลาดตระเวนที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจากการตรวจสอบของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ศบ.ทก. ยืนยันว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นใน พื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย

โดยมี 5 ประเด็นหลักจากการบรรยายสรุป

1. ยืนยันกับระเบิดเป็นของกัมพูชา: การตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าวัตถุระเบิดที่พบไม่มีการใช้หรืออยู่ในคลังอาวุธของไทย แต่เป็น ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ เมื่อประมวลจากข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด นำไปสู่ข้อสรุปว่า เป็นทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชา และถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

2.ประณามละเมิดอธิปไตย รัฐบาลไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการ ละเมิดอธิปไตย และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักพื้นฐานสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศตาม กฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงเป็นการละเมิดพันธกรณีภายใต้ อนุสัญญาออตตาวา อย่างชัดเจน

3.ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ: ด้วยหลักฐานที่รวบรวมและตรวจสอบอย่างรอบคอบจากฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศได้มอบหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการให้ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อประท้วงกัมพูชาใน 3 ประเด็นหลัก:

3.1 ละเมิดอธิปไตยของไทย

3.2 ไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา

3.3 ขอให้กัมพูชาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงความรับผิดชอบ เยียวยาผู้เสียหาย และเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามที่เคยตกลงกันไว้

4.รายงานต่อประชาคมโลก กระทรวงการต่างประเทศ โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึงเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประธานการประชุมรัฐภาคีว่าด้วยการลดอาวุธ (การประชุมพันธอนุสัญญาว่าด้วยรัฐภาคีตามอนุสัญญาออตตาวา) เพื่อรายงานการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชาตามมาตรา 1 ของอนุสัญญา โดยย้ำว่าไทยต้องการใช้กลไกรัฐภาคีกับกัมพูชาเพื่อธำรงไว้ซึ่งอนุสัญญาออตตาวา และต้องการหารือทวิภาคีกับกัมพูชา

5.ยืนยันแนวทางการแก้ไขปัญหา ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำจุดยืนของไทยที่ยึดถือหลักปฏิบัติสากล กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายสหประชาชาติ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงพร้อมที่จะพูดคุยหาทางออกกับกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมหารือระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ได้ใช้โอกาสนี้ยืนยันจุดยืนของประเทศไทยต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะหลักการของไทยที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี

ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประจำเดือนกรกฎาคม และได้พบกับรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมของปานามา ซึ่งจะเป็นประธานคนต่อไปประจำเดือนสิงหาคม ทั้งสองประเทศเห็นพ้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของไทยที่เน้นกลไกทวิภาคี และเห็นว่าหากมีการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ก็จะต้องมีการแก้ไข

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...