โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI มอง SET “รีบาวด์” พร้อมแนะลงทุน CPN-CENTEL

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.89%, S&P500 เพิ่มขึ้น 0.96% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.94% ได้แรงหนุนจากการกลับมุมมองของตลาดว่า ความขัดแข้งระหว่าง อิราเอล-อิหร่าน อาจจบลงเร็วๆนี้ หลังจากการประกาศของโดนัลด์ ทรัมป์ผ่าน Truth Social ว่า อิสราเอล-อิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลงในการหยุดยิงโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ ตลาดไม่คาดว่าอิหร่านจะปิดช่องแคบ Hormuz

ภาพดังกล่าว ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบ ปิดลบเช้านี้ลงมาอยู่ที่ 66.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.25% ในขณะที่ดัชนี Dow Jones Future กลับมาปิดบวกเช้านี้ ราว 180 จุด เพิ่มขึ้น 0.42%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุน หลังจาก สมาชิกคณะกรรมผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวสนับสนุนให้ FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมนโยบาย เดือน ก.ค. หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ตลาดรอถ้อยแถลงของ Jerome Powell ต่อคณะกรรมาธิการบริหารการเงินประจำสภาผู้แทนราษฏร (วันนี้) และกล่าวต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภา (วันพรุ่งนี้)

ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยคาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหว Sideway up บริเวณ 1,055-1,080 จุด ลุ้น Technical rebound ในระยะสั้น กลุ่มอ้างอิงกำลังซื้อในประเทศ หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดมีมุมมองว่า ความขัดแข้งอิสราเอล-อิหร่าน จะจบลงเร็วๆ นี้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ในระยะกลาง

1) ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา แม้ว่า ณ ปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนที่มีสัดส่วนรายได้อย่างมีนัยยะในกัมพูชายังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง จากข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนความกังวลดังกล่าวล่วงหน้าไปพอสมควร (กัมพูชาเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 11 ของประเทศไทย)

ดังนั้น หากสถานการณ์มีความตึงเครียดมากขึ้น จนทำให้ต้องปิดด่านสำคัญ (เช่น อรัญประเทศ จุดผ่านแดนไปกัมพูชาที่ใหญ่ที่สุด) หุ้นที่เราทำการศึกษา ทางฝ่ายวิจัยเชื่อว่าบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ในราว 28% ของรายได้ในปี 2568 มาจากยอดขาย Energy drink ในกัมพูชา

ในขณะที่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA น่าจะได้รับผลกระทบรองลงมา เนื่องจากสัดส่วนรายได้กัมพูชาราว 6% ในปี 2568 และกลุ่มอาหาร F&B มีสัดส่วนได้ราย 3.5-5% ได้แก่ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF

2) สำหรับการเมืองในประเทศ หลังจากตลาดรับรู้ความกังวลด้านเสถียรภาพรัฐบาล ณ ปัจจุบัน รัฐบาลยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ล่าสุด หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 7 พรรค ได้มีการประชุม และได้จัด “โควตาใหม่” ลงตัวเรียบร้อยแล้ว สำหรับการปรับครม. (โควตารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย 8 ตำแหน่ง) โดยการปรับ ครม. จะเสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้ และเสนอรายชื่ออย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า (ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบประวัติ)

เราเชื่อว่า การกลับมาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ของ รัฐบาล เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจ และ Entertainment Complex อาจจะช่วยลด Downside ตลาดหุ้นไทยได้เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นปัจจัยหนุนตลาดในระยะกลาง

อย่างไรก็ดี สำหรับประเด็นการเมืองเพิ่มเติม เราแนะนำติดตาม ประเด็นคลิปเสียง ระหว่างนายกฯ-ฮุน เซน โดย ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมวาระพิเศษ (1 ก.ค. 2568) ตลาดคาดการณ์ว่า คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา อาจรวมกรณี นาย มงคลสุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ทำหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิฉัย ความเป็นนายกรัฐมนตรีฯ ของนางสาว แพทองธาร ชินวัตร

สำหรับหุ้นแนะนำ มีดังนี้

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 5-7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้เชื่อว่ารายได้จากการให้บริการศูนย์การค้ายังแข็งแกร่ง (Take profit : 45.25 / Stop loss : 41.00)

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แม้ว่าธุรกิจโรงแรมและอาหารจะมีผลประกอบการอ่อนตัวในครึ่งหลังของปี 2568 จากเศรษฐกิจที่อ่อนตัว แต่ราคาน่าจะรับรู้ความกังวลเหล่านี้แล้ว โดยเราเชื่อว่ากำไรของบริษัทจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2569 (Take profit : 25.0 / Stop loss : 20.5)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...