โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก้าวต่อไปของ ‘ธุรกิจไมซ์ไทย’ ในวันที่ความท้าทายรอบด้าน

Positioningmag

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.58 น. • Lupang

‘ธุรกิจไมซ์’ ถือเป็นหนึ่งธุรกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีมูลค่านับแสนล้านบาท แม้ที่ผ่านมาทิศทางของธุรกิจนี้ยังดูสดใส แต่ปัจจุบันด้วยปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ และอีกหลายปัจจัย จึงน่าสนใจธุรกิจไมซ์ของไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
จากข้อมูลของ‘สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ’ หรือ TCEB ได้รายงานว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนรวมกว่า 25.35 ล้านคน สร้างรายได้โดยตรงให้กับประเทศคิดเป็นมูลค่ากว่า 148,340 ล้านบาท
น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ อุตสาหกรรมไมซ์ได้สร้างรายได้ประชาชาติรวมกว่า 309,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.67% ของ GDP ประเทศไทย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเมื่อพูดถึงไมซ์ไม่ใช่แค่การจัดประชุมหรือการจัดแสดงนิทรรศการ แต่เป็นหนึ่งฟันเฟืองในการหมุนเวียนของเศรษฐกิจระดับประเทศ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจการขนส่ง ไปจนถึงคนทำงานในอุตสาหกรรมบริการ
‘กฤษณา จรรยาสกุลวงศ์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมและการแสดงระดับโลก รอยัล พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอนฮอลล์ กล่าวว่า ไทยมีศักยภาพสูงมากในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่
1.‘ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์’ : ไทยอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นจุดตัดสำคัญที่เดินทางสะดวกจากทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ทำให้ได้เปรียบมากในการเชื่อมต่อ
2.ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่พร้อมรองรับงานไมซ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ เช่น สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และมีหัวเมืองสำคัญอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต และอู่ตะเภา ที่ต่างก็มีศักยภาพในการรองรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก รวมถึงมีระบบขนส่งมวลชนทั้ง BTS, MRT และ Airport Rail Link ที่เชื่อมโยงสนามบินและศูนย์การจัดงานในเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ร่วมงาน
3. นโยบายภาครัฐที่เสริมความแข็งแรงให้กับธุรกิจไมซ์ไทย เช่น TCEB กับการขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ 5 ด้าน และโครงการ 3S ‘Stay Longer, Spend More, See You Again’ ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นการจัดงานในไทย แต่ยังช่วยเพิ่มระยะเวลาพำนักและการใช้จ่ายของนักเดินทางไมซ์ในประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ
4.ไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลก โดยเมื่อปี 2024 สมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) จัดอันดับให้ไทยเป็น ‘อันดับ 1 ในอาเซียน’ และ ‘อันดับ 5 ในเอเชียแปซิฟิก’ ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในธุรกิจไมซ์บนเวทีโลก
แม้แนวโน้มอุตสาหกรรมไมซ์ไทยยังดูสดใส แต่ปีนี้ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน อาทิ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลก และอีกหลายปัจจัย ที่ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางและการใช้จ่ายของนักเดินทางกลุ่มไมซ์โดยตรง โดยเฉพาะ ‘ตลาดจีน’ อีกตลาดเป้าหมายของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย

“เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศ ความเชื่อมั่นย่อมสั่นคลอน และเราก็ได้เห็นแล้วว่านักเดินทางจีนชะลอการเดินทางออกไปอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งฟื้นฟู และร่วมกันสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ให้ชัดเจน” กฤษณาอธิบาย พร้อมเสริมว่า


‘ความยั่งยืน’ เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไมซ์ในวันนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ ‘เทรนด์’ แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมงานและองค์กรผู้จัดงานในระดับสากลทั้งเรื่อง Carbon Footprint และ Sustainability ดังนั้นภาคธุรกิจไมซ์ไทยต้องรีบปรับตัวให้ทัน
กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด มองว่า ‘ทุกวิกฤตเป็นโอกาส’ ในการยกระดับมาตรฐานงานอีเวนต์ของไทยให้เทียบเท่าระดับโลก โดยกลยุทธ์หลักของพารากอน ฮอลล์ คือการทรานสฟอร์มภายใต้แนวคิด Extraordinary Eventainment สร้างสุดยอดประสบการณ์ที่ผสานอีเวนต์ระดับโลกเข้ากับความบันเทิงเหนือความคาดหมาย พร้อม Co-Create กับพันธมิตรในการสร้างสรรค์ Global Events ที่ทั้งดึงดูดใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้จริง

“พารากอน ฮอลล์ โฉมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่แล้ว เรายกระดับพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. ให้รองรับการจัดอีเวนต์ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่งานขนาดเล็กมีผู้ร่วมงาน 50 คน ถึงงานที่มีผู้ร่วมงาน 10,000 คน ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมและยกระดับการบริการแบบ PremiumizedService ให้เทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว ด้วยทีมงานที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ผ่านการรับรองจากสมาคมและสมาพันธ์ธุรกิจไมซ์ระดับโลก บวกกับทำเลที่ตั้งใจกลางแลนด์มาร์คระดับโลกอย่างสยามพารากอน การเดินทางสะดวก ทำให้เราได้เปรียบ”

สำหรับความยั่งยืน พารากอน ฮอลล์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ด้วยการยกระดับสถานที่ให้เป็น Carbon Neutral Venue แห่งแรกของประเทศไทย และกำลังขยายแนวทางนี้ไปยังทรู ไอคอน ฮอลล์
นอกจากนี้ ยังหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มองค์กรที่ต้องการจัดสัมมนาแบบยั่งยืน โดยใช้จุดแข็งด้าน Carbon Neutral Venue แห่งแรกของประเทศไทยมาเป็นหัวใจ สร้างแพ็กเกจการประชุมที่ตอบโจทย์ ESG และ Sustainability ซึ่งกำลังเป็นวาระสำคัญของทุกองค์กรทั่วโลก
รวมถึงเน้นการ Co-create กับพันธมิตรภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อออกแบบ Exclusive Privilege สำหรับลูกค้าและผู้จัดงานที่เลือกใช้บริการพารากอน ฮอลล์ ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างน่านน้ำใหม่ที่พารากอน ฮอลล์ ไม่ต้องแข่งขันด้วย ‘ราคา’ แต่ใช้ ‘ประสบการณ์และมูลค่า’ มาเป็นหัวใจ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับธุรกิจในระยะยาว และผลักดันให้กรุงเทพฯ ให้เป็น World Class Event City ได้อย่างแท้จริง


ไฮไลท์อีเวนต์ช่วงครึ่งหลังปีนี้ อาทิ IRENE & SEULGI Concert Tour [ BALANCE ] in BANGKOK , The 1st CISM Military Muay Thai Challenge การแข่งขันมวยไทยทหารนานาชาติครั้งแรกในประเทศไทย, Dragonfly Summit 2025 อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ที่รวมเหล่าสปีกเกอร์ชั้นนำระดับโลกจากหลายเส้นทางธุรกิจในด้าน Leadership และ Well-being, งานแข่งขันเกมส์ E-sport ชิงแชมป์โลก เป็นต้น

“ปีนี้พารากอน ฮอลล์ ตั้งเป้าจะมีงานเพิ่มขึ้น 30% ยกระดับรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรระดับ Global เพื่อวางตำแหน่ง พารากอน ฮอลล์ ให้เป็น World-Class Event Hub อย่างแท้จริงได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...