ชวน #dek65 เช็กตัวเองก่อนเข้าห้องสอบ GAT/PAT วิชาสามัญ วิชาเฉพาะ มีนาคมนี้
สวัสดีค่ะน้องๆ ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันเข้าห้องสอบของสนามต่างๆ เข้ามาทุกที ไม่ว่าจะเป็นสนามสอบกลาง อย่าง GAT/PAT, วิชาสามัญ, วิชาเฉพาะ กสพท หรือจะเป็นสนามสอบวิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นก็ตาม ซึ่งพี่แนนนี่ก็เชื่อว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาน้องๆ แต่ละคนได้เตรียมตัว เตรียมความพร้อม อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนต่างๆ กันมาพอสมควรแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยิ่งใกล้จะถึงวันสอบแบบนี้ หลายคนยิ่งรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกกังวล หรือไม่มั่นใจกับการเข้าสอบขึ้นมาดื้อๆ วันนี้พี่แนนนี่เลยจะมาชวนน้องๆ #dek65 มาสำรวจตัวเอง มาเช็กตัวเอง เตรียมตัวเองให้พร้อมกันก่อนที่จะเริ่มเข้าห้องสอบกันในเดือนมีนาคมนี้
ชวน #dek65 เช็กตัวเองก่อนเข้าห้องสอบ GAT/PAT วิชาสามัญ วิชาเฉพาะ มีนาคมนี้
แม้ว่าจะมีเวลาเหลืออีกไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ตอนนี้พี่แนนนี่อยากให้น้องๆ พักจากการอ่านหนังสือสอบกันสัก 10 นาที ลองมาดูตัวเองกันก่อนว่า เราพร้อมที่จะเข้าห้องสอบจริงๆ แล้วหรือยัง
แต่ก่อนอื่นเลยขอแนะนำให้น้องๆ หายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติ ตั้งสมาธิ เพราะหลายคนพอเห็นปฏิทินว่าใกล้จะถึงเดือนมีนาคม ใกล้จะถึงวันสอบสนามจริงแล้วก็เกิดความกังวล รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม ไม่มั่นใจ กังวล เครียด กลัวจะทำข้อสอบไม่ได้ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ “ไม่ผิด” เลยนะคะ แต่อยากให้น้องตั้งสติให้ดี ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าห้องสอบกันเลย อย่าเพิ่งไปกังวลกับอนาคตตรงนั้น ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ดังนั้น อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดหวัง มาสำรวจตัวเองและเตรียมตัวไปลุยต่อกัน
ขั้นที่ 1 เช็กลิสต์รายวิชาที่ต้องเข้าสอบ
หลังจากที่เตรียมตัว อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนกันมาพักใหญ่ๆ ลองหยิบใบสมัครสอบ GAT/PAT วิชาสามัญ หรือเปิดระเบียบการของมหาวิทยาลัยที่น้องๆ สนใจอีกครั้งหนึ่ง แล้วรวบรวม "รายชื่อวิชา" ที่จะต้องเข้าสอบออกมาเช็กกันอีกสักรอบว่า ได้สมัครสอบครบทุกวิชาที่ต้องใช้คะแนนหรือเปล่า ถ้าสมัครไม่ครบ หรือลืมวิชาไหนไป ก็อย่าเพิ่งเครียด ให้เตรียมตัวเฉพาะรายวิชาที่ลงสมัครไว้แล้วไปเลย วิชาที่ไม่ได้ลงก็ตัดทิ้งก่อนไปก่อน เพราะยังไงก็สมัครเพิ่มไม่ได้แล้ว เดี๋ยวหลังสอบค่อยมาวางแผนกันใหม่อีกครั้งนึง
จากนั้นก็ลองเช็ก เนื้อหาการสอบ หรือ Test Bluprint ของแต่ละวิชาดูว่ามีบทไหน เรื่องอะไรที่จะออกสอบบ้าง แล้วกลับไปสำรวจกับตัวเองอีกครั้งว่า ที่ผ่านมาได้ทบทวนวิชาไหนไปแล้วบ้าง เตรียมความพร้อมครอบคลุมเรื่องไหนบ้าง ครบถ้วนสมบูรณ์ดีหรือยัง มีบทไหนที่ขาดตกบกพร่องไปหรือเปล่า ให้เช็กลิสต์ออกมาตามความเป็นจริงเลย เราจะประเมินความพร้อมของตัวเองได้ในระดับนึงว่าตรงไหนที่โอเคแล้ว หรือตรงไหนยังต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีก
ตัวอย่างเช่น
นาย A ต้องสอบทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ GAT, PAT 5, วิชาสามัญ ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, สังคมศึกษา, วิชาเฉพาะ มหาวิทยาลัย
เนื้อหาที่ต้องสอบเช่น
- ข้อสอบ GAT : พาร์ทเชื่อมโยง กับภาษาอังกฤษ (Expressions, Vocabulary, Reading Comprehension, Structure and Writing)
- ข้อสอบ PAT 5 : ความรู้ทั่วไปในบริบทของความเป็นครู, สถานการณ์หรือปัญหาทั่วไป (วัดแววความเป็นครู/ความรู้ทั่วไป/ความถนัดด้านภาษา/ความถนัดด้านเหตุผล/ความถนัดด้านตัวเลข/ความถนัดด้านมิติสัมพันธ์)
- วิชาภาษาไทย : การอ่าน/เขียน/พูด/ฟัง/หลักภาษา
- วิชาภาษาอังกฤษ : Listening-Speaking (Situation dialogues)/Reading (Graph/Chart/Diagram/Table, Different Types of Texts)/Writing (Paragraph Completion, Paragraph Organization)
- วิชาสังคมฯ : ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม/หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม/เศรษฐศาสตร์/ประวัติศาสตร์/ภูมิศาสตร์
- วิชาเฉพาะ มหาวิทยาลัย : ความถนัดทางภาษา
โดยในช่วงที่ผ่านมา นาย A คิดว่าอ่านหนังสือ ทบทวนเนื้อหาครบทุกรายวิชาแล้ว แต่หลังจากที่เช็กอย่างละเอียด พบว่า ยังขาดการฝึกเรื่องสัญลักษณ์ในข้อสอบ GAT พาร์ทเชื่อมโยง ยังไม่ได้เตรียมตัวด้านมิติสัมพันธ์ ใน PAT 5, เรื่องราชาศัพท์ ในวิชาภาษาไทย และวิชาเฉพาะ มหาวิทยาลัย
ขั้นที่ 2 รู้จุดแข็ง จุดอ่อน
เมื่อได้รายชื่อวิชาที่ต้องเข้าสอบ และเนื้อหาการสอบต่างๆ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่น้องๆ ควรจะต้องรู้ คือ จุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง ประเมินตัวเอง สำรวจตัวเองดูหน่อยว่า วิชาไหน หรือบทไหนที่เป็นจุดแข็ง ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถทำคะแนนได้ หรือเป็นวิชาที่เราแม่นยำมากๆ แล้ว หรือเป็นวิชาที่เราถนัดของเราบ้าง ในขณะเดียวก็จะต้องรู้เหมือนกันว่า วิชาไหนที่เรายังไม่พร้อม หรือยังเป็นจุดอ่อนของเราอยู่บ้าง ยังไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ ก็ให้จดออกมาไว้ให้หมด
ส่วนถ้าใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งจุดอ่อนตรงไหน การทำข้อสอบเก่า โจทย์เก่าๆ ย้อนหลังดู ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยประเมินตัวเองได้ในระดับนึง แต่เวลาที่ทดลองสอบนั้นต้องให้จำนวนข้อเท่ากับจำนวนข้อสอบฉบับจริง จับเวลาการทำให้เท่ากับเวลาจริงๆ เมื่อถึงเวลาตรวจคำตอบ ก็จะสามารถสำรวจดูข้อที่ทำผิดว่าเป็นหัวข้อไหน บทไหน เรื่องอะไร ถ้ามีหลายข้อในเรื่องเดียวก็หมายความว่าเรื่องนั้นยังไม่แม่น ยังไม่พร้อม
หลังจากที่รู้จุดแข็งจุดอ่อนแล้ว น้องๆ จะได้นำไปวางแผนเตรียมตัวเพิ่มเติม ให้เหมาะสมกับเวลาที่ยังเหลืออยู่
ขั้นที่ 3 วางแผนอ่านหนังสือ ตามเทคนิคของตัวเอง
นำข้อมูลที่ได้จากขั้นที่ 1 และ 2 ไปการวางแผน เตรียมตัวต่อในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเองกับระยะเวลาที่มี เพราะแต่ละคนมักจะมีเทคนิคการอ่านหนังสือ การเตรียมตัวที่แตกต่างกันออกไป บางวิธีอาจจะได้ผล ช่วยให้เราทำข้อสอบได้มากขึ้น แต่บางวิธีอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับเรา ต่อทำตามทุกอย่างแล้วก็อาจจะช่วยอะไรเราไม่ได้เลยก็ได้ ดังนั้นเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองและรายวิชาให้ได้มากที่สุด ซึ่งในโค้งสุดท้ายแบบนี้ต้องวางแผนวิชาที่จะเตรียมตัวเพิ่มกับระยะเวลาที่เหลือ ดูจากรายวิชาจุดแข็ง จุดอ่อนของเรา แต่ละรายวิชาจะใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วตอนนี้เหลือเวลากี่วันกี่ชั่วโมง ก็ให้จัดเป็นตารางออกมาเลย แบ่งเวลาว่าวันไหนอ่านตรงไหน จะอ่านเป็นรูปแบบไหนดี ให้ครอบคลุมที่สุด
ตัวอย่างรูปแบบ/เทคนิคการอ่านหนังสือ
- อ่านสรุปเนื้อหา: ตอนที่อ่านหนังสือความรู้-เนื้อหาต่างๆ บางคนอาจจะมีการ Short note เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถอ่านทบทวนจากสรุปที่ทำไว้ได้เลย หรือบางคนอาจจะรวบรวมสรุปของเพื่อนๆ แล้วเอามาอ่านเพิ่มเติมอีกครั้งนึง เพื่อทบทวนความรู้จากเนื้อหา หรือใจความสำคัญๆ เท่านั้น
- อ่านใหม่: บางเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังไม่แม่นยำ อาจจะต้องย้อนกลับไปอ่านรายละเอียดทั้งหมดเพื่อทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เจอในข้อสอบบ่อยๆ ก็ลองกลับไปอ่านเสริมความแม่นยำให้กับตัวเอง แต่ตรงนี้แนะนำให้ทำกับที่เป็นหัวข้อย่อยๆ เพราะโค้งสุดท้ายแบบนี้อ่านใหม่ทั้งหมดคงไม่ไหวแน่ๆ
- อ่านออกเสียง/อ่านไปพูดไป: บางครั้งการได้ยินเสียงตัวเอง ก็สามารถทำให้เราจำข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้น ลองหาพื้นที่เงียบๆ อ่านหนังสือให้ตัวเองฟัง หรืออาจจะอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาก่อนหนึ่งรอบ แล้วเล่าให้ตัวเองฟังก็ได้
- ตะลุยโจทย์: ไล่ทำข้อสอบเก่าๆ แนวข้อสอบวิชาต่างๆ เพื่อทบทวนความรู้ และศึกษาวิธีการทำ หรือเทคนิคเพิ่มเติมจากเฉลยข้อสอบ ตรงนี้อาจจะมีสูตรลัด วิธีพิเศษที่ทำให้เราจำได้ หรือแก้โจทย์ได้เหมือนกันนะ แต่ถ้าใครยังอยากทดสอบตัวเองด้วย ก็สามารถลองจับเวลา-นับคะแนนให้เหมือนอยู่ในห้องสอบได้นะคะ
- ดูคลิปวิดีโอ/ฟังพอดแคสต์: ปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ ใครเบื่อๆ จากการอ่านตัวหนังสือแล้ว หรือถนัดการฟังมากกว่าการอ่าน อาจจะปรับวิธีการเตรียมตัวให้เป็นไปตามที่ถนัด จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการจำมากขึ้น แต่ๆๆๆ ต้องตั้งจิตให้มั่น อย่าหลงไปดูหนังฟังเพลง จนไม่ได้ติวหนังสือกันนะ
- จับกลุ่มติวกับเพื่อน: บางคนถนัดที่จะฟังเพื่อนเล่าเนื้อหาต่างๆ ให้ฟัง หรือบางคนอาจจะถนัดเป็นคนเล่าให้เพื่อนๆ ฟังก็ได้ ถ้าใครถนัดแบบนี้ก็ต้องวางแผน จัดคิวกับเพื่อนๆ ให้ดี เพราะในยุคโควิดแบบนี้ อาจจะต้องเป็นการจับกลุ่มติวออนไลน์ ใช้โปรแกรมต่างๆ เข้ามาช่วย เช่น Video Call, Zoom, Google Meet, MS team เป็นต้น
- ใส่ทำนองเพลง/แปลงคำ/แต่งเรื่อง: วิธีจำเนื้อหาสุดคลาสสิก บางคนอาจจะมีการเอาเนื้อหาเข้าไปใส่ในทำนองเพลงที่คุ้นหู หรือปรับเปลี่ยนเป็นคำที่ออกเสียงใกล้เคียง หรือความหมายคล้ายกันก็ได้ บางคนอาจจะแต่งเป็นเรื่องเล่า เป็นนิทานเลยเพื่อให้สามารถจำเนื้อหาต่างๆ ได้
- ตัดใจ: ต้องยอมรับก่อนว่าบางหัวข้อเราไม่ถนัดจริงๆ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ไม่เข้าใจ จำไม่ได้ เราเลยอาจจะต้องยอมทิ้ง ยอมตัดวิชานั้นๆ ออกไป แล้วไปให้เวลากับวิชาที่เราจะสามารถทำคะแนนได้จะดีกว่า
ตัวอย่างการวางแผน
วันศุกร์ ที่ 18
เวลา 19.00 - 20.30 น. : เรื่อง "ราชาศัพท์" : อ่านออกเสียง
- เวลา 20.40 - 21.50 น. : สัญลักษณ์ในข้อสอบ GAT : อ่านสรุปเนื้อหา
วันเสาร์ ที่ 19
เวลา 9.00 - 11.00 น. : มิติสัมพันธ์ : ตะลุยโจทย์
- เวลา 11.05 - 12.05 น. : ศัพท์ภาษาอังกฤษ : คลิปจาก Youtube
- เวลา 13.30 - 16.30 น. : สังคมศึกษา : อ่านสรุปเนื้อหา
- เวลา 16.30 - 18.00 น. : ภาษาไทย : อ่านใหม่
- เวลา 20.00 - 21.30 น. : PAT 5 : จับกลุ่มติวกับเพื่อน
วันอาทิตย์ ที่ 20
เวลา 9.00 - 12.00 น. : วิชาเฉพาะ มหาวิทยาลัย : อ่านใหม่
- เวลา 12.00 - 15.00 น. : พักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง ไปคาเฟ่
- เวลา 16.00 - 18.00 น. GAT เชื่อมโยง : ตะลุยโจทย์
ขั้นที่ 4 เช็กกฎระเบียบ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
นอกจากเนื้อหาการสอบต่างๆ แล้ว กฎเกณฑ์ กฎระเบียบต่างๆ ของแต่ละสนามสอบก็สำคัญ น้องๆ ต้องเช็กข้อมูลของสนามที่ลงสมัครไว้ให้ดี ทั้งเรื่องของข้อกำหนดในสถานการณ์โควิด-19 และรายละเอียดการเข้าห้องสอบต่างๆ เช่น เอกสารที่ต้องใช้ยืนยันตัวตนมีอะไรบ้าง บัตรประจำตัวประชาชน, บัตรนักเรียน, บัตรที่ข้าราชการออกให้ ระวังอย่าให้หมดอายุ ถ้าสนามไหนให้พิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ ก็พิมพ์ออกมาให้เรียบร้อย ระยะเวลาที่ไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบแล้ว (15 นาที 30 นาที) ระยะเวลาสอบแต่ละวิชา เครื่องแต่งกาย เครื่องเขียน ดินสอ ยางลบ ปากกา กบเหลาดินสอ อุปกรณ์ที่อนุญาตให้เข้าห้องสอบได้ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสนามสอบก็จะกำหนดไว้แตกต่างกัน ดังนั้นไปสอบสนามไหน วิชาไหน ให้เตรียมความพร้อมที่ตรงตามที่กฎของสนามนั้นๆ ด้วยนะคะ
ขั้นที่ 5 เช็กสถานที่สอบและการเดินทาง
อีกหนึ่งสิ่งที่อยากให้เช็กให้เรียบร้อยก่อนการสอบ คือ เรื่องของสถานที่ที่ต้องไปสอบเพราะถ้าไปผิดสนามสอบ หรือไปไม่ทันเวลา ก็จะพลาดโอกาสในการเข้าสอบไปเลย ดังนั้นเช็กให้มั่นใจ เช่น สถานที่สอบนั้นตั้งอยู่ตรงพื้นที่ไหน ถนนอะไร ต้องเดินทางอย่างไร มีรถประจำทาง หรือรถสาธารณะไหม แล้วจากบ้าน หรือจากที่พักต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ต้องจองที่พักเพิ่มไหม เป็นต้น โดยเฉพาะน้องๆ ที่ต้องไปสอบในต่างจังหวัด หรือในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ต้องเช็กข้อมูลให้ละเอียด ซึ่งก็แนะนำน้องๆ เปิด google map หรือสอบถามผู้รู้เส้นทางให้เรียบร้อย แล้ววางแผนการเดินทางของตัวเองเอาไว้เลย ว่าวันสอบจะต้องตื่นกี่โมง ออกเดินทางกี่โมง จะเดินทางไปสอบอย่างไร มีผู้ปกครองไปส่ง หรือเดินทางเอง ใช้เส้นทางไหนในการเดินทาง หรือต้องใช้รถประจำทางสายไหน หรือลงรถไฟฟ้าสถานีอะไร ต้องต่อวินมอเตอร์ไซค์ไหม ตรงนี้อยากให้เตรียมข้อมูลให้รอบคอบตั้งแต่วันนี้ และอย่าลืมเผื่อเวลาไว้ด้วยนะ
ขั้นที่ 6 เช็กสุขภาพ
สิ่งสุดท้ายที่พี่แนนนี่อยากจะฝากให้น้องๆ หมั่นสำรวจตัวเองก็คือในเรื่องของสภาพร่างกาย และสภาพจิตใจของตัวเอง เช็กให้แข็งแรงๆ ตั้งแต่ก่อนสอบจนถึงวันสอบ จะได้อ่านหนังสือเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่ และเข้าห้องสอบอย่างไร้กังวล อยากให้ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ใช่แค่รักษาตัวให้ปลอดภัยจากโควิด-19 หรือปราศจากการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ แต่ยังอยากให้น้องๆ มีสภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงพร้อมในการเข้าห้องสอบ เพราะหลังจากที่อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนกันไป ร่ายกายและจิตใจก็สูญเสียพลังงานไปค่อนข้างมากแล้ว ถ้าใครรู้สึกเหนื่อย รู้สึกล้า น้องๆ ก็จะต้องหยุดให้ร่างกาย และจิตใจได้พัก ได้ผ่อนคลายด้วยเหมือนกัน อย่าหักโหมเลย
โดยเฉพาะในคืนก่อนสอบ น้องๆ ยิ่งต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้วันรุ่งขึ้นสามารถเข้าห้องสอบไปพร้อมๆ กับพลังงานที่เต็มเปี่ยม รวมถึงอย่าอดอาหารเช้าในวันเข้าสอบนะคะ จะได้มีแรงไปใช้ในห้องสอบ
โค้งสุดท้ายแบบนี้! อย่าหักโหมมากจนเกินไปนะคะ ประเมินตัวเองให้ดี ดูแลตัวเองก็ให้ดีๆ ตรงไหนที่ยังไม่พร้อม ก็ค่อยๆ เตรียมกันไป อย่ากดดันตัวเอง ทำให้สุดความสามารถ ก็พอแล้วล่ะค่ะ…สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ พี่แนนนี่อยากบอกว่า "น้องๆ เก่งมากแล้ว อีกแค่นิดเดียวเอง สู้ๆ นะ เราทำได้แน่นอน มั่นใจเข้าไว้นะคะ"