โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สภาลูกจ้างยื่น 9 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน 2568 เพื่อคืนสิทธิที่ควรได้

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(เรียบเรียงโดย กัญญาณัฐ อาศัย)

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2568 ว่า กลุ่มแรงงานจะยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลรวม 9 ข้อ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นข้อเรียกร้องเดิมที่ยังไม่ได้รับการดำเนินการจากปี 2567 โดยเฉพาะข้อเรียกร้องสำคัญที่สุดคือ การจัดตั้ง “กองทุนประกันความเสี่ยง” เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย

โดยยกตัวอย่างกรณี บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างและไม่ได้รับเงินชดเชย ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 400 ล้านบาท หากมีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง ลูกจ้างเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครอง

ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานเสนอว่า การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงสามารถทำได้โดยการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้มีความเข้มแข็งและชัดเจนมากขึ้น โดยเสนอให้นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ไม่ใช่การจ่ายตลอดไป เพียงแต่จ่ายให้ครบตามจำนวนวันที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง เช่น 400 วัน หากจ่ายครบแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่

ซึ่งสอดคล้องกับ มาตรา 118 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยเมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างอยู่แล้ว เพียงแต่นำมาจัดการในรูปแบบของกองทุน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิชดเชยแน่นอน แม้กิจการจะปิดตัวลงหรือมีปัญหาทางการเงิน

การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงก็เปรียบเสมือนการแยกเงินบางส่วนจากนายจ้างไว้ในกองทุน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับลูกจ้างในกรณีที่ถูกเลิกจ้าง หากไม่มีมาตรการนี้ นายจ้างบางรายอาจตั้งงบประมาณผลประโยชน์พนักงานไว้ล่วงหน้าเพียงในเอกสาร แต่เมื่อกิจการล้ม นายจ้างก็อาจหอบเงินหนีไป ทำให้ลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้แก้กฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนนี้ ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจถูกต่อต้านจากกลุ่มทุนที่ไม่เห็นด้วย

สำหรับข้อเรียกร้องในปี 2568 ที่ให้แก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 7 เพื่อให้ลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานล่วงเวลา ได้รับค่าล่วงเวลา (โอที) ในอัตรา 1.5 เท่า เท่าเทียมกับลูกจ้างรายวันนั้น ทางกระทรวงแรงงานรับปากว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568 นี้

9 ข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2568

  • ขอให้รัฐบาลเร่งรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองของแรงงาน
  • ขอให้ตรากฎหมายหรือออกกฎกระทรวงจัดตั้ง “กองทุนประกันความเสี่ยง” เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานของลูกจ้าง
  • ขอยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินชดเชย กรณีพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ทั้งจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • ขอให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าระบบประกันสังคมได้ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทางสังคมอย่างเป็นธรรม
  • ขอให้มีการปรับปรุงระบบประกันสังคม เช่น รับเงินบำนาญให้ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท, ใช้ฐานเงินเดือนเดิมจาก มาตรา 33 มาคำนวณต่อใน มาตรา 39, คงสิทธิรักษาพยาบาลตลอดชีวิต, ครอบคลุมการใช้ยารักษาโรคร้ายแรง, ขยายอายุผู้สมัครประกันตนได้ถึง 70 ปี
  • ขอให้กระทรวงแรงงานดำเนินการให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างเหมาค่าแรง ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 อย่างเคร่งครัด
  • เสนอให้ยกระดับ “กองความปลอดภัยแรงงาน” เป็น “กรมความปลอดภัยแรงงาน” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในสถานประกอบการ
  • ขอให้แก้ไขกฎกระทรวงที่ตัดสิทธิค่าล่วงเวลาลูกจ้างรายเดือน ให้ได้รับค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า เท่าเทียมกับลูกจ้างรายวัน (กระทรวงแรงงานรับปากว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2568)
  • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2568
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...