บจ.ไทยปันผลกว่า 2 แสนล้าน โบรกฯ เชียร์ซื้อ 6 หุ้นเด่น โค้งสุดท้ายก่อนขึ้น XD
Businesstoday
อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 02.49 น. • Businesstoday“บล.เมย์แบงก์ฯ” คาดการณ์หุ้นไทยครึ่งแรกปันผล 2.1 แสนล้านบาท แนะเก็งกำไร 3 หุ้นเด่น AP-KKP-HMPRO ให้ยิลด์สูง-แวลูเอชันน่าสนใจ ฟาก “บล.ลิเบอเรเตอร์” คัด 3 หุ้น ICHI-DIF-TTW ปันผลสูง พื้นฐานดี น่าสะสมเข้าพอร์ต
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยจะจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 2.1 แสนล้านบาทในเดือน เม.ย. – พ.ค 2568
โดยช่วงที่คาดว่าจะจ่ายสูงสุด คือ 14 เม.ย. – 18 เม.ย. 2568 มูลค่ารวม 7.7 หมื่นล้านบาท (36% ของมูลค่าเงินปันผล) นำโดยกลุ่มการเงิน (อาทิ SCB KTB และ KBANK) ปันผลรวมสูงถึง 6.9 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ 5 พ.ค. – 9 พ.ค. 68 ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท (30% ของมูลค่าเงินปันผล) จากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เกษตร และบริการ
ทั้งนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนีหุ้นปันผลสูง (SETHD) ในช่วงก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD (ซื้อหลังจากนี้จะไม่ได้รับเงินปันผล) มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554-2567 พบว่า ดัชนี SETHD ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกในช่วงก่อนที่จะขึ้น XD โดยเฉพาะในช่วง 30 วันก่อนขึ้น XD (หรือ T-30 ถึง T-1) ดัชนี SETHD มีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ +3%
หากพิจารณาแยกย่อยในช่วงเวลาดังกล่าว จะพบว่าในช่วง T-30 ถึง T-15 (15 วันแรกก่อนขึ้น XD) ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ +1% ขณะที่ช่วง T-14 ถึง T-1 (14 วันสุดท้ายก่อนขึ้น XD) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น +2% แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนมักเริ่มเข้ามาเก็งกำไรก่อนขึ้น XD อย่างมากในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนของหุ้นรายตัวในดัชนี SETHD ช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าผลตอบแทนรายตัวมีความแตกต่างกัน โดยกระจายอยู่ในช่วง -0.8% ถึง +5.8% โดยหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
– COM7 (+5.8%, โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 67%)
– WHA (+5.0%, โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 55%)
– BANPU (+5.0%, โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 67%)
– KKP (+4.3%, โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 78%)
– BAM (+4.0%, โอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก 40%)
หุ้นเหล่านี้มีลักษณะร่วมกันบางประการ เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ต่ำ (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) และ Dividend Yield สูงกว่า 5% ซึ่งเป็นลักษณะที่นักลงทุนสายปันผลให้ความสนใจเป็นพิเศษ
เมื่อพิจารณาในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม จะพบว่า หุ้นในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว มักให้ผลตอบแทนก่อนขึ้น XD สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีผลตอบแทนสูงกว่า +2% และมีความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่า 50% เช่น หุ้น KKP BCP HMPRO TISCO BANPU SIRI AP และ PTT
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการลงทุนเพื่อเก็งกำไรก่อนวันขึ้น XD โดยเฉพาะในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ปันผลสูง และราคายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยคาดว่า หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก 1) การเก็งกำไรก่อนขึ้น XD เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน 2) อัตราเงินปันผลเทียบกับราคา ณ ปัจจุบัน สูงกว่า 2.5% และ 3) ความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่า 50% ได้แก่ AP KKP และ HMPRO อัตราเงินปันผลที่สูงและระดับราคา (Valuation) ที่น่าสนใจ ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ในช่วงก่อน XD
นายจรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์ “Dividend เย็นใจ” โดยเลือก 3 หุ้นเด่นที่ Dividend Yield น่าสนใจ และยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD ดังนี้
1. บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) แม้ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาจะเป็นไลว์ซีซัน แต่ไฮไลต์จะอยู่ในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็นต้นไป ทั้งจากไฮซีซัน สินค้าใหม่ 7 ตัว (SKUs) ที่ทยอยออก รวมถึงเครื่องดื่ม “ตันพาวเวอร์” เริ่มขายในโลตัส (Lotus’s), แม็คโคร (Makro) และเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven)
แม้ตลาดจะปรับปันผลลงมา 0.07 บาทต่อหุ้น เป็น 1.14 บาทต่อหุ้น แต่ Dividend Yield ยังสูงมาก หุ้นซื้อขายที่ราคาต่อกำไร (P/E) ปีนี้เพียง 11.20 เท่า หุ้นลงมาไม่หลุดจุดขายตัดขาดทุน (Stop Loss) 11.00 บาทต่อหุ้น ยังลงทุนได้ โดยมองโซน 11.00-13.00 บาทต่อหุ้นค่อนข้างน่าสนใจ
2. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) แม้กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2567 จะผิดหวังจากรายการพิเศษ (ขาดทุนทางบัญชี 1 หมื่นล้านบาท จากการปรับสมมติฐานประเมินมูลค่าสินทรัพย์) ทว่ากำไรสะสมยังสูง 3.4 หมื่นล้านบาท เพียงพอสำหรับการจ่ายปันผล ซึ่งแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง ก็ยังเป็นคุณต่อ DIF ซึ่งมีหนี้สินทางการเงิน 2.5 หมื่น้านบาท
ล่าสุด มตินักวิเคราะห์ในบลูมเบิร์ก (Bloomberg Consensus) คาดปันผลปีนี้เพิ่มขึ้น 0.01 บาทต่อหุ้น เป็น 0.89 บาทต่อหุ้น แม้ราคาหุ้นจะอ่อนตัวหลังขึ้นเครื่องหมาย XD แต่ราคาไม่หลุด Stop Loss ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น ดังนั้น สะสมรอบใหม่ด้วยกลยุทธ์ถัวเฉลี่ย (DCA) ที่ราคาไม่เกิน 8.30 บาทต่อหุ้นต่อไปได้
3. บมจ.ทีทีดับบลิว (TTW) สถิติการขายน้ำเดือน มี.ค.ที่ออกมาดีต่อเนื่อง 4.2 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ร่วมกับการประปาก่อนหน้า ส่วนแผนลงทุน 10% ในโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง เป็นการทยอยลงทุน 4-5 ปี และใช้เงินกู้เป็นหลัก จึงคาดว่าจะไม่กระทบเงินปันผล
ทั้งนี้ ตลาดปรับคาดปันผลเพิ่มขึ้น 0.02 บาทต่อหุ้น เป็น 0.62 บาทต่อหุ้น (แต่ฝ่ายวิจัยคงไว้ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น) โชนสะสม 8.80-9.30 บาทต่อหุ้น กลยุทธ์ DCA ไม่หลุด Stop Loss 8.50 บาทต่อหุ้น สามารถลงทุนได้