เปิดงบฯ ย้อนหลัง 2 ปี “กรมอุทยานฯ - กรมป่าไม้” สู้ไฟป่า-หมอกควัน
วันนี้ (2 เม.ย.2569) สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ เมื่อเวลา 12.00 น.ตามการรายงานของกรมควบคุมมลพิษ พบค่าฝุ่นละอองระดับ "สีแดง" ในหลายจังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ พะเยา ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชรและนครสวรรค์
ส่วนข้อมูลจุดความร้อน เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พบว่า ประเทศไทยพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 1,971 จุด ส่วนใหญ่พบเจอในพื้นที่ป่ากว่า 1,416 จุด คิดเป็น 72% โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ น่านและลำปาง ตามลำดับ
ขณะที่นายอรรถพล เจริญพรรษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ภาพรวมจากการบริหารจัดการและระดมสรรพกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ไฟป่าในภาคเหนือ ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา มีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง
- วันที่ 30 มี.ค. พบจุดความร้อน 2,493 จุด
- วันที่ 31 มี.ค. พบจุดความร้อน 1,100 จุด
- วันที่ 1 เม.ย. พบจุดความ 882 จุด
- วันที่ 2 เม.ย.(รอบเช้า) ลดลงเหลือเพียง 514 จุด
สำหรับปี 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการ เน้นจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเผา วางแผนจัดการไฟป่า สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่เผา ขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ควบคุมรถควันดำ โรงงานและกิจการเป้าหมาย รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า
ส่วนระยะปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์วิกฤต จะเพิ่มความเข้มข้นบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง ควบคุมการนำเข้าพืชอาหารสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดการเผา พร้อมจัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ และดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านการจัดหาห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกัน
นอกจากนี้ยังกำหนดเป้าหมายลดค่าเฉลี่ย PM2.5 และจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงสำคัญ รวมทั้งยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที
กรมอุทยานฯ ของบปี 69 รับมือไฟป่า 556 ล้าน
ขณะที่กรมอุทยานฯ ได้ขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 556 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองใน 4 กิจกรรม ประกอบด้วย
1. การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานด้านการควบคุมไฟป่า 330 ล้านบาท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายสำหรับลาดตะเวน ตรวจหาไฟและดับไฟป่า ของศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่า 15 ศูนย์ฯ และค่าวัสดุและคุรุภัณ์ สำหรับการปฏิบัติงานชุดเพิ่มประสิทธิภาพการดับไฟป่า จำนวน 364 ชุด
2. การเพิ่มขีดความสามารถของการติดตาม ควบคุมไฟและการบูรณาการปฏิบัติงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวมเป็นเงิน 71 ล้านบาท ประกอบด้วย จัดหาอากาศยานไร้คนขับ และการตั้งวอร์รูมระดับกรมและระดับ สบอ. รวมถึง 14 กลุ่มป่า
3. การเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน รวมเป็นเงิน 84 ล้านบาท กิจกรรมลาดตะเวนและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ดับไฟป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความเสี่ยงสูง
4. การบูรณาการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 รวมเป็นเงิน 98 ล้านบาท
เปิดตัวเลขงบฯ จัดการไฟป่า "กรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้" ปี 67-68
ก่อนหน้านี้ในปี 2568 ครม.มีมติอนุมัติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ภายใต้มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองปี 2568 วงเงิน 620 ล้านบาท
สาระสำคัญเป็นการจ้างเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ซึ่งจะร่วมดำเนินการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ โดยตั้งเป้าลดไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ 30-50% ดังนี้
กรมป่าไม้ วงเงิน 187 ล้านบาท
- สนับสนุนการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- สนับสนุนการควบคุมไฟป่าให้แก่ชุมชนที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า
ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช วงเงิน 433 ล้านบาท
- บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อลดฝุ่นละออง PM2.5 จัดตั้งจุดเฝ้าระวังโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
- เพิ่มประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง
- สำรวจและจัดทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภายใต้กิจการควบคุมไฟป่า
- บูรณาการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3
ส่วนในปี 2567 ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 272.6 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดฝุ่นละออง PM2.5 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567
สำหรับงบฯ ดังกล่าว เป็นส่วนของกรมป่าไม้ 109 ล้านบาท และของกรมอุทยานฯ 162.7 ล้านบาท ในการจ้างประชาชนประจำจุดเฝ้าระวังในพื้นที่ป่าสงวน 1,069 จุด และพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,582 จุด โดยจ้างเป็นรายบุคคลประจำจุดเฝ้าระวัง จำนวน 3 คนต่อ 1 จุด ค่าจ้างคนละ 9,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยังมีข้อสั่งการให้ ทส.ปรับ KPI เชิงรุกแบบหวังผล ให้ลดไฟป่า 50% ขึ้นไป, นำข้อมูลดาวเทียมและจุด Hot Spot มาใช้, จัดทีมระงับไฟป่าดูแลใกล้ชิด รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการทุจริต
อ่านข่าว
ผ่าโครงสร้างทีมแก้ "ไฟป่า" เน้นสั่งการฉับไว และกระจายอำนาจ
ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือยังหนัก เตือน 17 จังหวัดแนวโน้มเพิ่ม 3–9 เม.ย. เฝ้าระวังบางพื้นที่
เชียงราย ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุม จิสด้าพบจุดความร้อนที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด