โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิพัฒน์” ขอ 10 วัน แก้ปมน้ำมันตึงตัว รับถกกำไรโรงกลั่นยังไม่จบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 04.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กล่าวในรายการ จาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า การประชุมที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวานนี้ ได้ข้อสรุปว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำมันตึงตัว มาจากมาตรการให้ผู้ค้าปรับเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมัน

โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคมมีการปรับเพิ่มการสำรองอีก 0.5% และภายในสิ้นเดือนเมษายนจะต้องเพิ่มอีก 1.5% จากเดิมที่เคยสำรอง 1% ส่งผลให้สัดส่วนการสำรองรวมเพิ่มเป็น 3% ทำให้ผู้ค้าต้องกันน้ำมันบางส่วนไว้ ไม่สามารถนำออกสู่ตลาดได้ทันที และทำให้อุปทานในตลาดหายไปบางส่วนชั่วคราว

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติยกเลิกการสำรองในส่วนที่เพิ่มขึ้น และนำน้ำมันที่สำรองออกสู่ตลาด โดยจะทยอยปล่อยดีเซลวันละประมาณ 10 ล้านลิตร และเบนซิน 5-6 ล้านลิตร คาดว่าใช้เวลาประมาณ 10 วัน สถานการณ์จะคลี่คลาย โดยยังคงสำรองไว้ในระดับ 1%

ส่วนกรณีการหารือกับนายกรัฐมนตรี เรื่องการแบ่งกำไรเกินควรจากโรงกลั่น นายพิพัฒน์ ยอมรับว่ายังไม่ได้ข้อยุติ โดยสมาคมโรงกลั่นประเมินว่า ผลประกอบการเดือนมีนาคมจะมีกำไรมหาศาล อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามยุติ ราคาน้ำมันที่ซื้อในระดับกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากปรับลดลงเหลือประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็จะกลายเป็นภาระขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน จึงมีคำถามว่าในกรณีดังกล่าวจะมีแนวทางดูแลผู้ประกอบการอย่างไร

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานเป็นไปตามกลไกตลาด ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้ประชาชนอยู่ได้ ไม่ใช่ไม่แตะ แต่ต้องหารือต่อไป หากสุดท้ายไม่ไหวจริงก็ต้องหารือร่วมกัน

ส่วนแนวคิดการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เช่นเดียวกับหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร นายพิพัฒน์ ระบุว่า หากผู้ประกอบการขาดทุนจะมีแนวทางชดเชยอย่างไร พร้อมเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ได้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าวแล้ว

ในประเด็นข้อกังวลเรื่อง “ดีเซล 2 ราคา” นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล หน้าโรงกลั่นเป็นราคาเดียวกัน แต่เมื่อมีการขนส่งผ่านระบบท่อไปยังรถบรรทุกน้ำมัน จะมีองค์ประกอบด้านภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้ามาช่วยดูแลเพื่อพยุงราคา

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังมีความแตกต่างด้านราคาที่เกิดจาก “ช่องทางการจำหน่าย” โดยกลุ่มผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปัจจุบันกำหนดราคา เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ขณะที่การจำหน่ายผ่าน “จ๊อบเบอร์” ซึ่งเป็นการตกลงซื้อขายระหว่างผู้ค้าตามมาตรา 7 กับผู้ค้ารายย่อยแต่ละราย อาจมีการกำหนดราคาที่แตกต่างกัน โดยในอดีตราคากลุ่มนี้มัก ต่ำกว่าราคาหน้าสถานีบริการ

สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมันในปัจจุบัน นายพิพัฒน์ ยกตัวอย่างว่า หากในครัวเรือนมีรถ 3 คัน จากเดิมใช้รถคันไหนเติมคันนั้น แต่ปัจจุบันมีการเติมสำรองทุกคัน เผื่อกรณีขาดแคลน ซึ่งหากเกิดขึ้นพร้อมกันจำนวนมาก อาจกระทบต่อภาพรวมได้

“ขอให้เป็นหน้าที่ของตน รัฐบาล และกระทรวงพลังงาน แก้อีกสักช่วง ขอเวลาอีกประมาณ 10 วัน” นายพิพัฒน์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“พิพัฒน์” ขู่งัดไม้แข็ง! ใช้ภาษีลาภลอยฟาดโรงกลั่น หากไม่ลดราคาน้ำมันสำเร็จ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...