ยอดผลิตรถ ก.พ. 69 ฟื้นตัว 3.43% โบรกชู STANLY ท็อปพิกกลุ่มยานยนต์ ปันผลสูง 10%
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า ภาคการผลิตและการส่งออกเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การผลิตรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 117,952 คัน เพิ่มขึ้น 3.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อการส่งออกที่ขยายตัว 22.83% และการผลิตรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 55.98% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงเป็นฐานการผลิตหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 66% ของการผลิตทั้งหมด
สำหรับช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มียอดการผลิตรวม 236,338 คัน เพิ่มขึ้น 6.87% จากปีก่อน
ทั้งนี้ สอดคล้องกับบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยอดผลิตรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 117,952 คัน เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบรายปี แต่ลดลง 0.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งมีสัดส่วน 69% ของการผลิตรวม เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบรายปี และ 2% จากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่ง ขณะที่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ (สัดส่วน 31%) ทรงตัวเมื่อเทียบรายปี แต่ลดลง 5% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
ยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 224,000 คัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน คิดเป็น 16% ของเป้าหมายการผลิตทั้งปี 2569 ที่ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งมียอดผลิตสะสม 6,317 คัน เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 3% ของการผลิตทั้งหมด
ด้านยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 48,242 คัน ลดลง 2% จากปีก่อน และลดลง 35% จากเดือนก่อนหน้า โดยการลดลงเมื่อเทียบรายปีเป็นผลจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การลดลงเมื่อเทียบรายเดือนเป็นผลจากฐานที่สูงในเดือนมกราคม ซึ่งมีการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้ทันสิทธิ์โครงการ EV 3.0 ก่อนสิ้นสุดโครงการ
ยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 120,000 คัน เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน คิดเป็น 19% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 630,000 คัน เพิ่มขึ้น 1%
ส่วนยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 81,195 คัน ทรงตัวเมื่อเทียบรายปี แต่เพิ่มขึ้น 39% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีการเติบโตในตลาดแอฟริกา อเมริกา และตะวันออกกลาง เนื่องจากยังไม่มีสถานการณ์สู้รบในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่เดือนมกราคมมียอดส่งออกต่ำกว่าปกติ จากการยุติการผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก ตามมาตรฐานความปลอดภัยและการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า
ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 140,000 คัน ลดลง 3% จากปีก่อน คิดเป็น 15% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 950,000 คัน เพิ่มขึ้น 2%
สำหรับแนวโน้มเดือนมีนาคม 2569 คาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะเผชิญแรงกดดันทั้งเมื่อเทียบรายปีและรายเดือน จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อการส่งออก ขณะที่ยอดขายในประเทศยังคงอ่อนแอจากความเข้มงวดของสินเชื่อและกำลังซื้อที่ชะลอตัว
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “Bearish” ต่อกลุ่มยานยนต์ สะท้อนมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมในระยะข้างหน้า แม้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะคาดการณ์การผลิตรถยนต์ปี 2569 ที่ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน แต่การเติบโตยังคงกระจุกตัวในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเป็นหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการในประเทศยังพึ่งพาการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของค่ายญี่ปุ่น จึงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาด EV อย่างจำกัด
ทั้งนี้ แนะนำหุ้น บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY เป็น Top Pick ของกลุ่ม จากพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมทั้งโคมไฟรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ฐานะการเงินแข็งแกร่งแบบ Net Cash และมีอัตราเงินปันผลสูงราว 10% อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT ที่เน้นชิ้นส่วนรถกระบะและเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งอยู่ในภาวะชะลอตัวพร้อมกัน ทำให้มีความเสี่ยงมากกว่า