โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ‘Squid Game’ ซีรีส์มาแรงระดับโลก

TODAY

อัพเดต 11 ต.ค. 2564 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 10.53 น. • workpointTODAY

เปิดเบื้องหลังโปรดักชั่นซีรีส์มาแรงระดับโลกกว่าจะมาเป็น‘Squid Game (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย)’

ภาพจาก Netflix

กลายเป็นกระแสฮิตติดลมบนไปทั่วโลกด้วยเรื่องราวสุดตื่นเต้นระทึกขวัญของกลุ่มคนที่สิ้นหวังในชีวิตและเข้าร่วมแข่งเกมเด็กเล่นสุดลึกลับ ด้วยความหวังว่าจะคว้าเงินรางวัลมหาศาล

ซึ่งแม้ว่าตัวซีรีส์ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทันทีทันใด แต่ความจริงแล้วเส้นทางการสร้างสรรค์นั้นทั้งใช้เวลานานและเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สร้างและผู้กำกับฮวังดงฮยอกเลยทีเดียว เปิดเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ‘Squid Game (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย)’ ซีรีส์ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ภาพจาก Netflix

จุดเริ่มต้น

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกได้ไอเดียครั้งแรกและเริ่มเขียนบทเมื่อปี2008 เขาเล่าว่า“จริงๆ แล้วปี2008 คือทันทีหลังจากที่ผมมีผลงานเดบิวต์ ตอนนั้นผมไปร้านหนังสือการ์ตูนบ่อยมาก พอผมอ่านการ์ตูนมากเข้าก็เริ่มคิดถึงการสร้างอะไรที่คล้ายๆ เรื่องในหนังสือการ์ตูนในเกาหลี แล้วผมก็เขียนบทเสร็จในปี2009” ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ เดิมฮวังดงฮยอกจึงตั้งใจจะทำSquid Game ออกมาในรูปแบบภาพยนตร์

ภาพจาก Netflix

เส้นทางสุดท้าทาย

แม้ว่างานเขียนบทเบื้องต้นของSquid Game จะเสร็จตั้งแต่ปี2009 แต่ฮวังดงฮยอกจำต้องพักไอเดียของเขาไว้แล้วไปลุยงานภาพยนตร์อย่างSilenced (2011), Miss Granny (2014) และThe Fortress (2017) ก่อนจะได้มาเริ่มสร้างซีรีส์นี้

ผู้กำกับเผยว่า“ตอนนั้นเรื่องแบบนี้ไม่เป็นที่คุ้นเคยและค่อนข้างรุนแรง มีคนมองว่ามันซับซ้อนเกินไปและขายไม่ค่อยได้ ผมหาทุนได้ไม่มากพอและการแคสติ้งก็ไม่ง่ายเลย ผมลองคลุกคลีอยู่กับมันประมาณปีนึง แต่สุดท้ายก็ต้องพักไว้”

ภาพจาก Netflix

ราวสิบปีให้หลัง

ประมาณ10 ปีหลังจากเกิดไอเดียเรื่องSquid Game ในที่สุดฮวังดงฮยอกก็ได้เริ่มลงมือสร้างผลงานชิ้นนี้ให้เกิดขึ้นจริง เขาบอกว่า“ต้องขอบคุณNetflix ที่ให้อิสระเต็มที่ ผมจึงได้อิสระที่จะสร้างสรรค์ผลงานตามที่ผมต้องการ** ด้วยโอกาสนี้เอง ผู้กำกับจึงได้ขยายเรื่องราวออกมาเป็นซีรีส์ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกอยู่ขณะนี้

ภาพจาก Netflix

เจตนาเบื้องหลังงานกำกับศิลป์

หนึ่งในแง่มุมที่โดดเด่นที่สุดของซีรีส์เรื่องนี้คืองานภาพที่มีสีสันสดใสอย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้แตกต่างจากซีรีส์แนวเซอร์ไววัลเรื่องอื่นๆ ผู้กำกับศิลป์แชคยองซอนเล่าว่า“เราสร้างสถานที่และจัดวางสิ่งต่างๆ โดยพยายามให้ผู้ชมคิดถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังSquid Game ไปพร้อมกับเรา” ฉากถ่ายทำขนาดใหญ่และสีสันสดใสได้พาผู้ชมเข้าไปสู่โลกที่ทั้งสมจริงและทั้งแฟนตาซีในเวลาเดียวกัน

ภาพจาก Netflix

เกมเด็กเล่นที่เรียบง่าย

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกคิดคำนึงอย่างรอบคอบในการเลือกเกมเด็กเล่นที่เข้าใจง่ายและทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองได้ แต่รายละเอียดเบื้องหลังก็แสดงให้เห็นว่าแต่ละเกมต้องผ่านการคิดวางแผนมากมายเพียงใด ยกตัวอย่างเช่นเกมแรก เออีไอโอยู หยุด ซึ่งเป็นเกมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี หุ่นยนต์ในเกมนั้นนำมาจากเด็กผู้หญิงในตำราเรียนเด็ก ซึ่งทำให้ฉากออกมาดูสะเทือนขวัญยิ่งขึ้นเมื่อความสนุกในวัยเด็กกลายมาเป็นการต่อสู้ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้รอดตาย

ภาพจาก Netflix

การถ่ายทอดอารมณ์ที่สมจริง

ฉากถ่ายทำขนาดมหึมามีส่วนช่วยให้นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้สมจริงขึ้น ผู้กำกับฮวังดงฮยอกกล่าวว่า“ผมพยายามกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศของสนามเด็กเล่นจริงๆ เพื่อให้นักแสดงได้สามารถรู้สึกและสัมผัสได้ว่ากำลังทำบางอย่างตรงนั้น ผมคิดว่าฉากถ่ายทำแบบนี้ทำให้การแสดงของนักแสดงสมจริงมากขึ้น** การนำเกมที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอดมาอยู่คู่กับสนามเด็กเล่นที่ใสซื่อไร้เดียงสานับว่าโดดเด่นและสร้างแรงกระตุ้นทางอารมณ์ได้ดีทีเดียว

ภาพจาก Netflix

สร้างความรู้สึกหวนรำลึกถึงอดีต

หนึ่งในฉากที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดคือการจำลองตรอกซอกซอยละแวกบ้านสไตล์เกาหลีในยุค70-80 นักแสดงพัคแฮซู ระบุว่า“สนามเด็กเล่นนั้นเหมือนจริงมาก เหมือนตรอกแถวบ้านในอดีต เหมือนกำลังอยู่หน้าบ้านสมัยก่อนจริงๆ ทำให้นึกถึงความหลังและรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ไม่ธรรมดาเลยครับ” ด้านนักแสดงฮอซองแทยังกล่าวชื่นชมทีมอาร์ตสำหรับความใส่ใจในรายละเอียดกับการโรยดินไว้ตามจุดต่างๆ ในตรอกเหล่านั้นด้วย

ภาพจาก Netflix

สร้างให้ออกมาเป็นสากลแต่ขณะเดียวกันก็เป็นเกาหลีด้วย

แง่มุมต่างๆ ที่กล่าวมานี้ได้รวมกันเป็นเรื่องราวที่มีความเป็นสากล แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเกาหลีด้วย เกมเด็กเล่นส่วนใหญ่เป็นเกมที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่บางเกมก็มีแค่ในเกาหลีเท่านั้น อารมณ์ของมนุษย์และอุปสรรคที่ตัวละครเผชิญจะเข้าถึงอารมณ์ของใครหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหนก็ตาม ผู้กำกับฮวังดงฮยอกมองว่า“ในฐานะเกมเซอร์ไววัล มันเป็นทั้งความบันเทิงและเป็นความดราม่าของมนุษย์”

ภาพจาก Netflix

การสื่อสารที่เฉียบคม

ซีรีส์เรื่องนี้พาไปสำรวจธรรมชาติของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ ผ่านการนำผู้ใหญ่กลับมาเล่นเกมในวัยเด็กอีกครั้ง

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกระบุว่า“ผมอยากเขียนเรื่องที่เป็นสัญลักษณ์ภาพหรือนิทานเปรียบเทียบสังคมทุนนิยมในปัจจุบัน อะไรที่จะทำให้เห็นภาพการแข่งขันสุดโต่ง อะไรที่คล้ายกับการแข่งขันอันรุนแรงของชีวิตคน”

แต่มันก็ไม่ได้สิ้นหวังไปเสียทั้งหมด ดังที่เราได้เห็นหลายตัวละครยังไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์และมีความหวังไปพร้อมกัน ซึ่งการวิพากษ์ธรรมชาติมนุษย์และสังคมนั้นกระตุ้นความคิดของคนได้อย่างแน่นอน

ภาพจาก Netflix

ตามไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบื้องหลังได้ผ่านทางYouTube : Netflix Thailand รวมถึงตามไปชม สควิดเกมเล่นลุ้นตาย ทางNetflix 

https://www.youtube.com/watch?v=O4fc4lkfMws

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...