สดเจอเก๋า! “น้องโอ๋” อาสาหยุด “กุหลาบดำ” ยอดมวยรุ่นน้องที่ฟอร์มกำลังมาแรง ในศึก “ONE ลุมพินี 58” วันที่ 5 เม.ย.นี้
วันที่ 27 ก.พ. 67 “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เตรียมกลับมาลงเวทีอีกครั้ง โดยจะพบกับ “กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย” ยอดมวยรุ่นน้องที่ฟอร์มกำลังมาแรง ในศึก ONE ลุมพินี 58 วันที่ 5 เม.ย.นี้
โดยเปิดโผโปรแกรมเดือดเพิ่มอีก 1 คู่ สำหรับศึก ONE ลุมพินี 58 ที่จะมีการแข่งขันขึ้นในวันที่ 5 เม.ย.นี้ 2 ยอดมวยต่างยุค “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตเจ้าบัลลังก์มวยไทย วัย 37 ปี จากสกลนคร ที่กลับมาระเบิดฟอร์มกู้ศรัทธามหาชน หลังสะดุดพ่ายสองไฟต์ ปะทะ “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย เจ้าของหมัดซ้ายสั่งตาย วัย 25 ปี จากสุรินทร์ ที่ฟอร์มกำลังดี คว้าชัยมาแล้ว 4 ไฟต์ติด พร้อมฉะกันในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต
ซึ่ง “น้องโอ๋” เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักมวยไทยไร้เทียมทาน ฝากผลงานระดับตำนานเอาไว้บนเวที ONE ด้วยสถิติไร้พ่ายยาวนานถึง 5 ปี รวมถึงการปราบผู้ท้าชิง ป้องกันบัลลังก์แชมป์โลก ONE ได้อีก 7 ครั้งติดต่อกัน จนได้รับการขนานนาม “ราชันฆ่าไม่ตาย” ก่อนถูก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” โค่นบัลลังก์ ในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 8 ในศึก ONE Fight Night 9 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 66 จากนั้น “น้องโอ๋” ได้โอกาสกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ในศึก ONE ลุมพินี 46 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 66 แต่ยังคงไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ ตกเป็นฝ่ายพ่ายน็อก “นิโค คาร์ริลโล” จอมบู๊เลือดเดือดจากสกอตแลนด์ ทำให้ร่วงจาก อันดับ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ลงมาอยู่อันดับ 2 ในปัจจุบัน การถูกประกบให้มาพบกับนักมวยที่กำลังมาแรงอย่าง “กุหลาบดำ” ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ “น้องโอ๋” จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าในวัย 37 ปี ยังมีสภาพร่างกายแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะยอดมวยรุ่นน้องฟอร์มห้าว เพื่อกลับไปทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่
ขณะที่ทางด้าน “กุหลาบดำ” ซึ่งโลดแล่นบนเวทีระดับโลก ONE มาหลายไฟต์ แต่ฟอร์มการชกยังไม่เตะตาเท่าไหร่ แต่ได้รับโอกาสให้มาสร้างฟอร์มใหม่ในศึก ONE ลุมพินี โดยเฉพาะช่วง 4 ไฟต์หลังมานี้ทำผลงานโดดเด่นชนะต่อเนื่อง ยิ่ง 3 ไฟต์หลังเป็นการปิดเกมไวตั้งแต่ยกแรก แถมได้รับโบนัส 2 ไฟต์ติด
ทั้งนี้ “น้องโอ๋” ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ “กุหลาบดำ” ว่าเขาดีพอที่จะสามารถปราบยอดมวยรุ่นพี่ ดีกรีอดีตแชมป์โลก ONE ได้หรือไม่ เพราะมันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เขามีโอกาสกลับไปเฉิดฉายบนเวทีระดับโลก และอาจก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงขึ้นไปดังเป้าหมายที่นักมวยทุกคนใฝ่ฝัน