โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ฮาจิโกะไม่ได้มีแค่ที่ชิบูย่า! พาไปรู้จัก “เมืองโอดาเตะ” จังหวัดอาคิตะ บ้านเกิดที่แท้จริงของฮาจิโกะ

conomi

อัพเดต 13 มี.ค. 2567 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของ “ฮาจิโกะ” สุนัขที่รอคอยเจ้านายที่หน้าสถานีชิบุยะ แม้ว่าเจ้าของจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม เรื่องราวของฮาจิโกะได้รับการถ่ายทอดเป็นหนังสือและภาพยนตร์ฮอลลีวูด ทำให้เรื่องราวความซื่อสัตย์ของสุนัขตัวนี้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ในบทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับเมืองบ้านเกิดของสุนัขแสนซื่อสัตย์ตัวนี้กันค่ะ!

เรื่องราวของ “ฮาจิโกะ” สุนัขผู้ซื่อสัตย์

อาคิตะ

“ฮาจิโกะ” เป็นสุนัขพันธุ์อาคิตะเพศผู้ เกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1920 ที่บ้านของ คุณไซโตะ โยชิ (斎藤義) ในเมืองโอดาเตะซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดอาคิตะ ในช่วงเวลานั้น ดร.ฮิเดซาบุโระ อุเอโนะ (上野英三郎博士) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล กำลังมองหาสุนัขญี่ปุ่นพันธุ์แท้ เมื่อลูกศิษย์ของเขาทราบเรื่อง จึงนำลูกสุนัขจากเมืองโอดาเตะมาให้

ดร.อุเอโนะรักเจ้าสุนัขตัวน้อยมากและตั้งชื่อมันว่า“ฮาจิ” กิจวัตรประจำวันของทั้งคู่คือการเดินไปกลับบ้านจากสถานีรถไฟ ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่านกันได้เป็นอย่างดี แต่แล้วเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1925 ดร.อุเอโนะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน และฮาจิเองก็ถูกเจ้าของใหม่รับไปเลี้ยง

แต่ถึงกระนั้นฮาจิก็ยังมักวิ่งไปบ้านเก่าที่เคยอยู่กับดร.อุเอโนะ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านปัจจุบันประมาณหนึ่งกิโลเมตร และไปนั่งอยู่หน้าประตูตรวจตั๋วที่สถานีชิบูย่าทุกวัน ไม่ว่าอากาศร้อน ฝนหรือหิมะตกก็ตาม ฮาจิเป็นสุนัขนิสัยดี แต่ครั้งหนึ่งมันถูกสุนัขตัวอื่นกัดทำให้หูซ้ายห้อยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ภาพยนตร์ hachiko monogatari เวอร์ชัน 1987

ในปีค.ศ. 1935 เจ้าฮาจิก็เริ่มเป็นที่รู้จัก จากเรื่องราวของมันที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มากมาย จนกระทั่งวันที่ 8 มีนาคมในปีเดียวกันนั้น มันก็สิ้นใจใกล้กับสถานีชิบูยะ ศพของมันยังถูกฝังไว้ใกล้กับดร.อุเอโนะในสุสานอาโอยามะอีกด้วย

รูปปั้นฮาจิโกะหน้าสถานีรถไฟโอดาเตะ

อาคิตะ

จริง ๆ แล้วรูปปั้นฮาจิโกะไม่ได้มีแค่ที่ชิบุยะที่เดียวเท่านั้นนะคะ เพราะมีรูปปั้นลักษณะคล้ายกันที่หน้าสถานีรถไฟโอดาเตะ บ้านเกิดของฮาจิด้วย โดยความคิดริเริ่มในการสร้างขึ้นนั้นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับรูปปั้นที่ชิบุยะเลยค่ะ รูปปั้นฮาจิโกะที่หน้าสถานีโอดาเตะนั้นมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1935 ซึ่งเป็นปีที่ฮาจิสิ้นใจ ทว่าในปี ค.ศ.1945 ก็ถูกรื้อถอนออกไปตามคำสั่งของรัฐบาลที่ออกพระราชบัญญัติรวบรวมโลหะในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา แต่หลังสงครามสิ้นสุดลงแม้ที่สถานีชิบุยะจะมีการสร้างรูปปั้นใหม่ขึ้นมา แต่ฝั่งสถานีโอดาเตะกลับไม่ใช่เช่นนั้น

この投稿をInstagramで見る

秋田犬ドンちゃんとミックス犬ジョイくん(@akitainu.don.joy)がシェアした投稿

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1960 ในที่สุดรูปปั้นฮาจิโกะก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งหน้าสถานีโอดาเตะจนได้! และเมื่อมีการสร้าง Akita Dog Visitor Center ที่หน้าสถานีโอดาเตะ ในปี 2019 ก็มีการย้ายรูปปั้นอีกครั้งมาไว้ที่นี่ ดังนั้นใครอยากไปชมรูปปั้นฮาจิโกะฝั่งเมืองโอดาเตะก็ต้องลองแวะไปที่ Akita Dog Visitor Center นะคะ เพราะปัจจุบันก็ถือเป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวของเมืองเลยก็ว่าได้ ภายในนอกจากจะมีมุมจัดแสดงเล็ก ๆ แล้วยังมีสินค้าเกี่ยวกับสุนัขอาคิตะมากมายวางจำหน่าย แถมที่สถานีบางวันยังมีนายสถานีสุนัขอาคิตะน่ารัก ๆ ยืนรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนอีกด้วย

ข้อมูล Akita Dog Visitor Center (秋田犬の里)

ที่อยู่ 1 Chome-13-1 Onaricho, Odate, Akita 017-0044, Japan เวลาทำการ 9.00-17.00 น.

ห้องจัดแสดงสุนัขอาคิตะ
9.30-16.45 น. (มีเวลาพักสุนัข)

*หยุดที่ 31 – 1 มกราคม, ห้องจัดแสดงสุนัขปิดวันจันทร์ (หากวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดทำการในวันธรรมดาถัดไป)

ค่าเข้า เข้าชมฟรี

เมืองโอดาเตะผู้ปกป้อง “สุนัขอาคิตะ” มาอย่างยาวนาน

อาคิตะ

เมืองโอดาเตะมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสุนัขอาคิตะมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นในช่วงทศวรรษที่ 1630 ขุนนางแห่งภูมิภาคโอดาเตะสนับสนุนการต่อสู้ของสุนัข เพื่อปลูกฝังจิตวิญญาณการต่อสู้ของนักรบศักดินา และได้เริ่มทำการผสมสุนัขระหว่างสุนัขล่าสัตว์กับสุนัขพื้นเมือง จนเมื่อมาถึงช่วงยุคเมจิและไทโช การสู้รบกับสุนัขก็ได้รับความนิยมมากจนถึงกับมีการออกคำสั่งห้ามเลยทีเดียว

ทว่าผลจากการที่ถูกใช้เป็นสุนัขต่อสู้ก็ส่งผลให้ลักษณะของพวกมันเริ่มเปลี่ยนไปเป็นพันธุ์ผสม ดังนั้นเพื่อรักษาพันธุ์แท้ดั้งเดิมเอาไว้ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1920 เทศมนตรีเมืองโอดาเตะจึงได้ทำการก่อตั้งสมาคมอนุรักษ์สุนัขอาคิตะขึ้นมาในที่สุด

ผลจากเจตจำนงค์นั้นก็ทำให้เหล่าสุนัขอาคิตะถูกปกป้องเรื่อยมาจนในที่สุด ปี 1931 “สุนัขอาคิตะ” ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นสุนัขสงวนสายพันธุ์ตัวแรกของญี่ปุ่น! จากนั้นทางสมาคมจึงเริ่มรับจดทะเบียนสุนัข มีการกำหนดมาตรฐาน และมีการจัดนิทรรศการ แม้เมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผลของความเสียหายจะสร้างความลำบากในการอนุรักษ์สุนัขอาคิตะเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความพยายามของกลุ่มคนรักสุนัข ก็ทำให้ยังคงมีสุนัขอาคิตะหลายสิบตัวเหลือรอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้นและยังคงสืบสายพันธุ์เหลือรอดให้เห็นดังเช่นในปัจจุบันนั่นเองค่ะ

Akita Dog Museum

この投稿をInstagramで見る

公益社団法人秋田犬保存会 / 秋田犬会館(@akitainu_akiho)がシェアした投稿

Akita Dog Museum (秋田犬会館) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1977 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมอนุรักษ์สุนัขอาคิตะ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าต่อชาวเมืองโอดาเตะและกลุ่มคนรักสุนัขอาคิตะอย่างมาก เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวจากองค์กรเพาะพันธุ์สุนัขของญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ ลักษณะทางนิเวศน์วิทยา และชีววิทยาของสุนัขอาคิตะเอาไว้ แถมบางวันเราอาจจะเจอน้อง ๆ ในนั้นออกมายืนต้อนรับเราด้วยนะ

ข้อมูล Akita Dog Museum (秋田犬会館)

ที่อยู่ 13-1 Sannomaru, Odate, Akita 017-0897, Japan เวลาทำการ 9:00-16:00 น

*หยุดช่วงบ่ายวันที่ 13 สิงหาคมและวันสิ้นปี

เว็บไซต์ akitainu-hozonkai วิธีเดินทาง จากสถานี JR Odate เดินต่อไปอีก 15 นาที

สมแล้วที่เป็นบ้านเกิดของสุนัขพันธุ์อาคิตะ เพราะเมืองโอดาเตะมีความเชื่อมโยงกับสุนัขอาคิตะมาตั้งแต่อดีต และมีความพยายามในการอนุรักษ์พันธุ์สุนัข พร้อมกับหยิบยกขึ้นมาสัญลักษณ์ประจำเมืองเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ที่น่ารักและน่าจดจำมาก ๆ เลยค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปจังหวัดอาคิตะ ลองแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สุนัขพันธุ์อาคิตะ หรือลองไปสัมผัสความน่ารักนุ่มฟูของสุนัขพันธุ์นี้ได้ผ่านงานอีเวนต์ของเมืองได้ค่ะ น้อง ๆ รอให้การต้อนรับอยู่นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : city.odate akita-fun akitainunosato

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...