โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมืองไทย ร่วมทุน รพ.จักษุฯ เปิดธุรกิจ “คลินิก” ทุนจดทะเบียน 100 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มี.ค. 2567 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2567 เวลา 08.20 น.

เมืองไทยกรุ๊ปฯ บริษัทแม่เมืองไทยประกันชีวิต ส่ง “ฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล” ร่วมทุน “รพ.จักษุ รัตนิน” เปิดตัวธุรกิจ “แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก” ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เน้นรักษาระดับปฐมภูมิ บริการ “โรคทั่วไป-กายภาพบำบัด” ประเดิมสาขาแรกที่รัชดาฯ เล็งขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่อง โฟกัส “ทำเล-ราคา-คุณภาพ” ที่ใช่

วันที่ 7 มีนาคม 2567 บริษัท ฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด บริษัทเงินร่วมลงทุน ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 ภายใต้กลุ่มบริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทแม่ของเมืองไทยประกันชีวิต) และโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน โรงพยาบาลเฉพาะทางตาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2507

ได้ผลึกกำลังครั้งสำคัญ ร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท เมืองไทยรัตนิน จำกัด เพื่อประกอบกิจการทางด้านสุขภาพ (HealthCare) โดยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท จำนวนหุ้นทั้งหมด 1 ล้านหุ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มี.ค. 2567)

โดยมีกรรมการทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายปพน วีระเมธีกุล 2.นางสาวฤทัย สุทธิกุลพานิช 3.นายไท หลีอาภรณ์ 4.นางสิริลักษณ์ รัตนไชย และ 5.นางสาวรัดดา รัตนิน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2567 ได้ซอฟต์ลอนซ์เปิดตัว “แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก” (CareCover Clinic) สาขาแรกที่ชั้น 4 โซนพลาซ่า อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็ก ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เพื่อให้บริการในด้านเวชกรรมและกายภาพบำบัด

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด และกรรมการ บริษัท ฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการครั้งนี้นับเป็นก้าวใหม่ต่อไปของเมืองไทยกรุ๊ปฯ แต่ไม่ไกลตัวจากธุรกิจหลักอย่าง “ประกันชีวิต-ประกันวินาศภัย” นั่นคือการขยายไปสู่ธุรกิจเฮลธ์แคร์ ซึ่งได้พาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ และที่สำคัญมีเคมีที่มองเห็นภาพร่วมกันในอนาคต เนื่องจากคุณหญิงจำนงศรี (รัตนิน) หาญเจนลักษณ์ มีศักดิ์เป็นคุณอาแท้ ๆ ของตัวผมเอง และคุณรัดดา รัตนิน ก็มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของผม แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ Family Business

โดยเป้าหมายของเมืองไทยกรุ๊ปฯ ในการดำเนินการธุรกิจเฮลท์แคร์ ต้องตอบโจทย์การเข้าถึงการรักษาสุขภาพที่มีคุณภาพและสะดวกสบายให้กับคนไทยได้ ซึ่งครอบคลุมทั้งในมิติของราคาที่ใช่ คุณภาพที่ใช่ โลเกชั่นที่ใช่ และที่สำคัญในมุมของคนประกันชีวิตจะต้องเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนด้วย มีความคาดหวังในอนาคตว่าหากนึกถึงเฮลท์อยากจะใช้บริการ CareCover Clinic

เบื้องต้น CareCover Clinic จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าประกันชีวิตและบุคคลทั่วไป เช่น มนุษย์เงินเดือน, คนทำงาน เป็นต้น ครอบคลุมการดูแลรักษา อาทิ การเจ็บป่วยเล็กน้อย (Simple Disease) ซึ่งในลูกค้าประกันมีการรักษาจากการเจ็บป่วยเหล่านี้สูงถึง 40%, กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ (Office Syndrome) และการป้องกัน หรือการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งโมเดลนี้สามารถจะต่อยอดกับลูกค้าประกันกลุ่มของเมืองไทยประกันชีวิตที่มีกว่า 4,000 บริษัท

“ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันคนไทยตอบรับต่อความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพที่มากขึ้น เห็นจากแนวโน้มการเติบโตในทุกปี ๆ จึงตั้งใจสร้าง CareCover Clinic ขึ้นมา” นายสาระกล่าว

นางสาวรัดดา รัตนนิน รองประธานกรรมการ โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน กล่าวว่า นับเป็นก้าวใหญ่ก้าวแรกที่สำคัญของโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน ที่ปีนี้มีอายุครบ 60 ปีแล้ว นี่คือครั้งแรกที่จับมือให้บริการที่อยู่นอกตัวโรงพยาบาล อยู่นอกถนนอโศก ซึ่งดีลในครั้งนี้ตัดสินใจได้ง่ายมาก โดยที่คุณสาระ ล่ำซำ โทรศัพท์มาหา ซึ่งค่อนข้างมีความสนิทกันอยู่แล้ว จากที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ประกอบกับมีหลักปรัชญาการทำงาน รวมทั้งธรรมาภิบาลที่กลุ่มเมืองไทยดำเนินการมาด้วยดีตลอด ซึ่งตรงกับปรัชญาของโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน โดยประเมินจุดคุ้มทุนการลงทุนในครั้งนี้ประมาณ 2 ปี

“โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน เริ่มต้นจาก ศ.นพ.อุทัย รัตนิน ซึ่งเป็นคุณพ่อดิฉันเอง ร่วมกับคุณหญิงจำนงศรี (รัตนิน) หาญเจนลักษณ์ ซึ่งเป็นคุณแม่ดิฉันเอง ก่อตั้งขึ้นมาในบ้านเป็นคลินิกเล็ก ๆ เมื่อปี 2507 ซึ่งคุณพ่อเป็นอาจารย์แพทย์ด้วย ทำให้พวกเราสามารถเข้าถึงทางการแพทย์ได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน คางแตก เย็บสดกันที่บ้าน จนไม่เคยได้ทราบว่ามันคือความหรูหราในชีวิตอย่างหนึ่ง ที่เราจะสามารถอยู่กับแพทย์ได้ตลอดเวลา และไม่ใช่คนไทยทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้

ที่ผ่านมาจึงได้มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปช่วยประชาชนคนไทยที่ไม่มีโอกาสตรงนี้ และเมื่อคุณสาระ ล่ำซำ โทรมาชวนร่วมทุน ก็อยากมีส่วนเล็ก ๆ ที่จะช่วยปิด gap ตรงนี้ได้ เพราะเรามีความเชี่ยวชาญ เรียกว่าอยู่ในสายเลือดในเรื่องของการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งตลอดเวลา 60 ปี เราเติบโตมาอย่าง Organic จริง ๆ” นางสาวรัดดากล่าว

นางสาวฤทัย สุทธิพานิช กรรมการ บริษัท เมืองไทยรัตนิน จำกัด กล่าวว่า เห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะการรักษาระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ในประเทศไทย โดย CareCover Clinic มุ่งหวังอยากจะทำให้ภาพของการมีแพทย์ประจำบ้านในสังคมไทยกลับมาขึ้นอีกครั้ง โดยเป้าหมายการดำเนินการจะไม่ใช่แค่การรักษาอย่างเดียว แต่ครอบคลุมการป้องกันโรคไม่ให้เกิด และทำให้คนไทยจะไม่ต้องอมโรคไว้ ไม่ว่าจะเป็นโรคเจ็บป่วยเล็กน้อย (Simple Disease) หรือแม้กระทั่งโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, ความดัน เป็นต้น

โดยในเบื้องต้นคงจะมุ่งเน้นลูกค้ามนุษย์เงินเดือน, คนทำงาน ที่มีความจำเป็นในการใช้ชีวิต เพราะวันไหนที่ล้ม นั้นคือความติดขัดหรือความลำบากของครอบครัวทันที จึงอยากโปรโมตเรื่องของการป้องกัน และการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมรายจ่าย จึงคำนึงถึงราคาและการให้บริการอย่างเหมาะสมด้วย

โดยสาขาแรกที่ชั้น 4 โซนพลาซ่า อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็ก ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ จะเป็นสาขาต้นฉบับ แต่กำลังจะมองการขยายสาขาในอนาคตทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อให้เข้าถึงและสะดวกมากยิ่งขึ้น

พญ.เชอรี่วิน คงมา ผู้อำนวยการคลินิก บริษัท เมืองไทยรัตนิน จำกัด ว่า CareCover Clinic สาขาแรกจะให้บริการทั้งในด้านเวชกรรมและกายภาพบำบัด โดยในด้านเวชกรรมจะครอบคลุมถึงการรักษาโรคทั่วไปและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน เป็นต้น รวมไปถึงการบริการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีนประจำปี และการให้คำปรึกษาเกี่ยสุขภาพต่าง ๆ

สำหรับบริการทางด้านกายภาพยบำบัด ครอบคลุมการดูแลโรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น Office Syndrome เป็นต้น ส่วนการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายก็สามารถใช้บริการได้ นอกจากนี้ในอนาคตมีแพลนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆ เช่น บริการปรึกษาแพทย์ทางไกลหรือ Telemedicine

โดยคลินิกแห่งนี้สามารถรองรับลูกค้าได้เต็มที่ประมาณ 40 คน/วัน ครอบคลุมการรักษาโรคและกายภาพบำบัด ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดบริการเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2567 มีลูกค้าใช้บริการรักษาโรคทั่วไป 10-20 คน/วัน และทำกายภาพำบัด 12-13 คน/วัน

“คลินิกของเราจะเป็นตัวกลางทำหน้าที่ประสานงานในการสื่อสารกับโรงพยาบาลปลายทาง เพื่อให้กระบวนการรักษามีความต่อเนื่องและสมบูรณแบบที่สุด เบื้องต้นจะรองรับลูกค้าทั่วไป องค์กรหรือบริษัท และลูกค้าประกันรายเดี่ยวและประกันกลุ่ม มีเป้าหมายจะเชื่อมต่อกับทุกบริษัทประกันเพื่อให้ผู้ที่มาใช้บริการของเราไม่ต้องสำรองจ่าย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมืองไทย ร่วมทุน รพ.จักษุฯ เปิดธุรกิจ “คลินิก” ทุนจดทะเบียน 100 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...