โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ว่ากันด้วย 'วันแห่งการโกหก' นอกจากโกหกคนอื่นแล้ว ทำไมเรามักจะโกหกตัวเอง?

The MATTER

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2567 เวลา 10.50 น. • Brief

ในวันแห่งการโกหก หรือ ‘April fool’s day’ นอกจากการโกหกคนอื่นแล้ว มีใครที่ชอบโกหกตัวเองด้วยไหม? แม้ว่าการโกหกตัวเองดูจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไร แต่แท้จริงแล้วมันอาจมีผลกับเราในระยะยาวได้นะ

เบื้องหลังของการโกหกตัวเองคือการที่เราควบคุมจิตใจของตัวเองแบบไม่รู้ตัว เรามักจะเชื่อคำโกหกของเราแบบจริงๆ และหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองในการกระทำต่างๆ ของเรา

งานวิจัยใน Behavioral and Brain Sciences อธิบายการโกหกตัวเองไว้ว่า การโกหกตัวเองเป็นลักษณะเชิงวิวัฒนาการที่ช่วยให้ผู้คนโกหกคนอื่นได้ดีขึ้น เพราะสามารถซ่อนสัญญาณของการโกหกได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงในการถูกจับได้ คนที่โกหกตัวเองมักจะเก่งในการโกหกคนอื่น นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจด้วยการทำให้คนอื่นเชื่อตัวเองมากขึ้นด้วย

แม้ว่าการโกหกตัวเองอาจให้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่การโกหกก็สามารถกระทบความสามารถในการรับความจริงได้ เพราะมันไปบิดเบือนให้สอดคล้องกับความต้องการของเราที่ต้องการปิดบังความจริง พฤติกรรมนี้เชื่อมโยงกับการบิดเบือนภาพลักษณ์ของตัวเอง และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงได้

การโกหกตัวเองจะสร้างช่องว่างระหว่างความเป็นจริงและเรื่องที่เราคิดว่าจะเป็นให้ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งมันทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายและทำให้เรามีแนวโน้มที่จะโกหกตัวเองมากขึ้นเพื่อบรรเทาความขัดแย้งที่เกิด และกลายเป็นวงจรต่อไป

ดร.เบลลา เดอเปาโล นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ยืนยันว่า “การโกหกเป็นเพียงเงื่อนไขของชีวิต” ในงานวิจัยของเธอ เธอพบว่าเรา (ทั้งชายและหญิง) จะโกหกผู้คนประมาณ 30% ตลอดทั้งสัปดาห์และโกหกตอบโต้ด้วย ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น แต่ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะโกหกเกี่ยวกับตัวเองมากกว่า โดยผู้ชายมักจะโกหกเพื่อสร้างความประทับใจ

“บทสนทนาทั่วไประหว่างผู้ชาย 2 คนประกอบด้วยการโกหกเพื่อตนเองมากกว่าการโกหกเกี่ยวกับคนอื่นประมาณ 8 เท่า” เดอเปาโลเล่า

งานวิจัยของ Zety ในปี 2020 ที่สำรวจชาวอเมริกันมากกว่า 1,000 คน พบว่ากว่า 96% โกหกเพื่อลาออกจากงาน ส่วนคำโกหกที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ รู้สึกไม่สบาย (84%) เหตุฉุกเฉินในครอบครัว (65%) นัดแพทย์ (60%) และการโกหกเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว (31%)

นอกจากนี้ 91% ของคนที่หาข้ออ้างเพื่อลาออกไม่เคยถูกจับได้ และถ้าจะถูกจับได้ก็มักจะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ขณะที่ผู้ที่ถูกจับได้ 70% เสียใจกับการโกหก แม้ว่าจะไม่รู้สึกแย่กับตัวเองที่โกหก แต่ 59% บอกว่าพวกเขาจะไม่ทำแบบนั้นอีก ขณะที่คนที่โกหกเพื่อลาออกจากงาน 27% เท่านั้นที่รู้สึกสียใจกับการโกหกของตัวเอง แต่กับ 41% บอกว่าไม่แคร์ และจะโกหกอีกครั้งแน่ถ้ามีโอกาส

อย่างไรก็ดี Forbes อธิบายวิธีแก้ไขนิสัยเหล่านี้ไว้ด้วยว่า การพูดคุยกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ด้วยความจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งหน้ากระจก หรือจดบันทึกอย่างเปิดเผยและให้อิสระซึ่งมันจะช่วยให้เราได้ดื่มด่ำกับชีวิตอย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น และซื่อสัตย์กับตัวเองได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการฝึกสติเพื่อให้ตระหนักรู้ในตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เรายอมรับตัวเองมากขึ้นด้วย

อ้างอิงจาก

forbes.com 1 forbes.com 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...