โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เมียช้ำใจ! ผัวตำรวจ คบชู้เด็ก 17 จนท้อง ขออยู่ 3 คนผัวเมีย ครอบครัวเด็กบอก "ทำไงได้คนเขารักกัน"

WeR NEWS

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2567 เวลา 03.03 น.

เพจ “เป็นหนึ่ง” เปิดเผยว่า นางเอ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี ร้องเรียนว่า มีสามีเป็นนายตำรวจยศ “ร.ต.ต.” ซึ่งอยู่กินกันมา 20 ปี ได้ลอบคบชู้เป็นเด็กอายุ 14 ปี หลังจากโดนจับได้ตอนแรกสามีตำรวจอ้างว่าจะเลิกกัน แต่ก็ไม่เลิก กระทั่งจนถึงปัจจุบันเด็กอายุ 17 ปีแล้ว และได้ตั้งท้อง สามีตำรวจได้มาขอให้เธอหย่า แต่เธอได้มีการเรียกร้องขอเงิน 2 ล้านมาแลกกับการหย่า แต่พอเขาบอกมีลูก ก็เปลี่ยนใจจะเอาเป็นเงิน 3.5 ล้าน เป็นค่าตัวลูกที่มีเพิ่มมาอีก 1.5 ล้าน จึงจะหย่าให้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่ยอมหย่า แล้วจะอยู่กันสามคนเหมือนเดิม ซึ่งตนเองรับไม่ได้และไม่เอาอยู่แล้วจนมีปากเสียงทะเลาะกัน ซึ่งสามีได้ลงมือทำร้ายร่างกายตนเองอยู่หลายครั้ง ทำให้เธอเครียดจนถึงขั้นคิดสั้น

โดย นางเอ เล่าว่า ตนเองอยู่กินกับสามีมาร่วม 20 ปี แล้วมาประมาณปี 2562 ก็เริ่มมีเรื่องผู้หญิงเข้ามา เริ่มจากนางสาวบี (นามสมมุติ) ในช่วงนั้นอายุ 14 ปี แต่ปัจจุบันตอนนี้อายุ 17 ปี มาซื้อไก่ชนที่บ้าน หลังจากนั้นก็เข้ามาตีสนิทกับตนมาตลอด และได้ขอเบอร์โทรสามีเพื่อคุยกันเรื่องไก่ชน ตนก็ไม่ได้ผิดสังเกตอะไร เพราะคิดแค่ว่าเหมือนลูกหลานที่ชอบไก่ชน

พอเข้าช่วงปลายปี 2564 ตนจับได้ว่าสามีแอบคุย และคบกันฉันชู้สาวกับนางสาวบีตนจึงได้ตักเตือนทั้งสามีและนางสาวบี ซึ่งฝั่งครอบครัวนางสาวบี ก็จะเอาเรื่องเช่นกันจนเรื่องเงียบไปพักนึง ตนไม่ได้ระแวงสงสัยอะไรเลยจนมาเกิดเหตุอีกครั้งที่ฝ่ายหญิงชู้ได้โพสต์ข้อความชวนน่าสงสัย จนทำให้ตนได้หลักฐานจากมือถือสามี ซึ่งทำให้มั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาไม่เลิกรากัน ยังคบกันฉันชู้สาวมาตลอด

จากนั้น นางสาวบี ได้มีการส่งรูปภาพมาเย้ยหยัน และมีการโพสต์ข้อความด่าตน จนมีปากเสียงทะเลาะกันกับสามีและชอบลงไม้ลงมือกับตนอยู่หลายครั้ง ทำให้เกิดสภาวะเครียด นอนไม่หลับจนถึงขั้นเข้าพบแพทย์ ซึ่งหมอก็ได้ให้ยานอนหลับ และยาคลายเครียดมากิน ตนเครียดจนถึงขั้นกินอะไรไม่ได้ เครียดมากจนพยายามฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้ง เพื่อจบปัญหาเพราะความอับอายและหาทางออกไม่ได้ ทั้งยังถูกสามีพูดจาข่มขู่ตลอด

ต่อมา ตนเองได้ตัดสินใจร้องเรียนผู้บังคับบัญชาสามี แต่ผลที่ได้รับคือคำขู่จากสามี และคำด่าทอดิฉันอย่างเสีย ๆ หาย ๆ และใช้กำลังความรุนแรงเรื่อยมา ตนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ตลอด เรื่องความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีหลังมันคือความทรมาน โดนสามีข่มขู่ทำร้ายร่างกายโดยตลอด ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ ต้องไปนอนบ้านญาติ นอนโรงแรมบ้าง

พอมาปลายปี 2566 ก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เพราะตนจับได้ว่าหญิงชู้วัย 17 ปี ตั้งครรภ์ ซึ่งสามีบอกว่าเป็นลูกของตัวเอง และจะรับหญิงไว้เป็นเมียอีกคน ยอมหาเงินไปขอไว้ 9 หมื่น โดยมาทราบทีหลัง ตนเจ็บปวดมาก ส่วนฝ่ายหญิงชู้ก็ไม่เกรงกลัวกับการกระทำตัวเช่นนี้แถมยังท้าทายให้ไปฟ้องตำรวจ ฟ้องศาล

ทั้งนี้ ตนตัดสินใจไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาสามีอีกครั้ง โดยจะตั้งกรรมการสอบสวนอีกครั้งแต่ก็ยังเงียบ ทุกครั้งที่โทรถามก็จะบอกอยู่ในช่วงพิจารณาหาข้อมูล ณ ปัจจุบันนี้เหมือนกับว่าเขาทั้งสอง สามีกับหญิงชู้วัย 17 ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับการกระทำของตัวเอง หนำซ้ำตนเคยไปร้องเรียนที่โรงเรียนของนางสาวบี ทางโรงเรียนก็ได้แค่ตักเตือน แต่ที่เลวร้ายที่สุด ตนได้เคยเข้าไปพูดกับครอบครัวของหญิงชู้ ซึ่งทางครอบครัวก็ตอบกลับมาว่า “ทำยังไงได้ก็คนมันรักกัน ก็ต้องให้เขาอยู่ด้วยกัน”

นอกจากนี้ ตนได้ตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่จะแต่งงานกับสามีเราได้ไปปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนครอบครัวต่อการมีลูก ซึ่งสามีตนเป็นคนมีลูกยากมาก น้ำเชื้อไม่แข็งแรง คุณหมอแจ้งว่า ถ้ามีลูกได้ก็ต้องทำกิฟต์เท่านั้น เหตุนี้ดิฉันจึงร้องเรียนมายังเพจเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว

ทางเป็นหนึ่งเผยว่า หลังจากที่ทางเป็นหนึ่งได้รับเรื่องแล้วเราจะประสานต้นสังกัดตำรวจท่านนี้เพื่อสอบถามและเร่งรัดการทำผิดวินัยของนายตำรวจนายนี้ให้เด็ดขาด คุณเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้ถือกฎหมาย และสิ่งที่คุณกำลังทำ กำลังละเมิดกฎหมายพรากผู้เยาว์ และกระทำผิดต่อภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงของข้าราชการตำรวจ รอติดตามชมตอนต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...