คุณแม่ทะลุมิติของทู่ทู่น้อยนั้นดีที่สุด
นิยาย Dek-D
อัพเดต 11 เม.ย. 2567 เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 12.31 น. • เจ้าก้อนตำลึงทองข้อมูลเบื้องต้น
สวัสดีค่ะ พบกับนิยายเรื่องที่13 ของไรต์นะคะ
E-book ที่ Meb จิ้มลิ้งค์ได้เลยค่าาาา // ส่วน E-book กดซื้อที่หน้าเรื่องได้เลยค่าาาา
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDA4MjAwNCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5MDU1NCI7fQ
คุณแม่ทะลุมิติของทู่ทู่น้อยนั้นดีที่สุดเจ้าก้อนตำลึงทองwww.mebmarket.comคุณแม่ทะลุมิติของทู่ทู่น้อยนั้นดีที่สุด โปรย เธอทะลุมิติสู่โลกนิยายมาอยู่ในร่างของแม่ที่แสนเลวร้ายกาจของตัวประกอบชาย และเพราะชีวิตก่อนนั้นเธอมีล…Get it now
เรื่องนี้ใช่นามปากกา 'เจ้าก้อนตำลึงทอง' นะคะ
***ภาพตัวละคร ไรต์จ้าง คมช.นักวาดมาไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือ copy นะคะ***
คุณแม่ทะลุมิติของทู่ทู่น้อยนั้นดีที่สุด
โปรย
เธอทะลุมิติสู่โลกนิยายมาอยู่ในร่างของแม่ที่แสนเลวร้ายกาจของตัวประกอบชาย และเพราะชีวิตก่อนนั้นเธอมีลูกไม่ได้ เมื่อมีโอกาสเธอจึงตั้งใจดูแลทู่ทู่น้อยตัวประกอบที่แสนจืดจางและน่าสงสารผู้นี้ให้ดีที่สุด เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเขาให้ได้..
ทู่ทู่น้อย : "ทู่ทู่ชอบจินไข่ตุ๋นของแม่ตี้ฉุดเยย"
ทู่ทู่น้อย : "แม่ไม่ดุแย้วว แม่ดีมาก"
ทู่ทู่น้อย : "คุณยุงเป็นพ่อยึเป่า"
พ่อ : "หึ หึ เป็นพ่อให้ก็ได้"
แม่ : "เป็นให้ก็ได้อะไร ก็คุณนั่นแหละพ่อของทู่ทู่ที่แท้จริง ยังมาแกล้งลูกอีก…นิสัยไม่ดี"
พ่อ : "ฮึ่ม น่ามันเขี้ยวทั้งแม่ทั้งลูกจริง ๆ"
พิมพ์โฆษณาครั้งนี้ได้รับอนุญาตจากเข้าของลิขสิทธิ์ตสมกฎหมายแล้ว
©สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พุทธศักราช 2537 (ฉบับเพิ่มเติมพุทธศักราช 2558)
ไม่อนุญาตให้ผู้ใดทำซ้ำ ถ่ายสำเนา แสกนเนื้อหา ดัดแปลง ปลอมแปลงหรือคัดลอกภาพและเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ด้วยรูปแบบหรือวิธีการอื่นหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือทางอื่นทางใดก็ตามไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น
บทที่1. หยางอวิ๋นซินกับนิยายที่อ่านจบหลายครั้ง (1)
บทที่1. หยางอวิ๋นซินกับนิยายที่อ่านจบหลายครั้ง (1)
หยางอวิ๋นซินลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง เกิดในครอบครัวฐานะปานกลางไม่ได้รวยมากแต่ก็ไม่ได้ลำบาก ตอนนี้อายุของเธออยู่ในช่วงสามสิบปลาย ๆ แล้ว และไม่มีลูกไม่มีทายาทสายตรง
เธอเคยแต่งงานมีสามีแต่ก็ต้องเลิกรากันไปเพราะเธอไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ ทั้งสองจึงหย่าร้างแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ตัวเธอเองก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนัก เพราะการแต่งงานครั้งนี้เป็นไปด้วยการเห็นชอบและตกลงกันเองของผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัว ไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวเลยสักนิด
หลังหย่าร้างเธอมุ่งมั่นทำงานรับช่วงต่อกิจการขนาดกลาง ๆ ของครอบครัว ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปผลไม้ขาย แม้จะไม่ใช่งานที่ชอบแต่เพราะเป็นลูกคนโตจึงต้องรับภาระนี้มาไว้กับตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทำงานมาหลายปีจนเธอรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทนและอยากพักผ่อนเต็มที จึงมอบกิจการทุกอย่างให้น้องสาวและน้องเขยไปดูแลกันต่อเอง
ส่วนเธอก็ออกมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ที่บ้านสวน ฟังดนตรี ทำอาหาร ทำขนม ปลูกต้นไม้ ถักไหมพรม และงานอดิเรกอีกอย่างคืออ่านนิยายหรือวรรณกรรมต่างประเทศ
โดยเฉพาะเรื่องล่าสุดที่เธออ่านนั้นสนุกมาก ‘บันทึกรักมาเฟียบูรพา’ เป็นนิยายรักที่มีทั้งฉากบู๊ล้างผลาญ พระนางหวานแหววโรแมนติกอีโรติกวาบหวิวขั้นสุด เป็นเรื่องราวในโลกคู่ขนานที่มีทุกอย่างคล้ายโลกความเป็นจริง จะแตกต่างกันเพียงชื่อเมือง ชื่อผู้ทรงอิทธิพล และผู้มีอำนาจในประเทศก็เท่านั้นที่ไม่เหมือนกัน
ส่วนหนึ่งหยางอวิ๋นซินชอบนิยายเรื่องนี่มากเป็นพิเศษก็เพราะไปสะดุดใจกับตัวประกอบชายของเรื่อง ที่ถูกแนะนำข้อมูลตัวละครไว้คร่าว ๆ ที่หน้าเกริ่นนำเรื่องว่าเป็นตัวประกอบชายมีชื่อว่า หยางอวิ๋นทู่
ตัวประกอบที่แสนจืดจางที่มีแซ่เดียวกันกับเธอ เป็นลูกน้องชั้นปลายแถวของตัวร้ายอยู่ในแก๊งอันธพาล เขาซื่อสัตย์และภักดีต่อผู้เป็นนายมากทั้งยังมีความอำมหิตและเย็นชา คอยเป็นมือเป็นเท้าทำงานทุกอย่างตามที่เจ้านายสั่ง
จนกระทั่งตอนจบของนิยายหยางอวิ๋นทู่ก็ต้องตายตามสเต็ป เพราะเขาเป็นลูกน้องชั้นปลายแถวของตัวร้ายที่ดันกร่างไปตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเอกในนิยายเข้า
และตัวประกอบเล็ก ๆ ที่เล็กมาก ๆ อย่างเขาต่อให้ตายไปก็ไม่มีใครให้ค่าให้ราคา หรือแม้แต่จะจดจำชื่อเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะมีอยู่ย่อหน้าหนึ่งในนิยายที่กล่าวถึงเรื่องราวของเขาในอดีต ชีวิตในวัยเด็กของเขาช่างน่าสงสารจับใจ เด็กชายตัวน้อยที่แสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
ในวัยเด็กนั้นโลกของเขามีเพียงแม่คนเดียวเท่านั้น ที่เป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของเขา แต่เขากลับต้องมีจิตใจที่บิดเบี้ยวเพราะถูกแม่แท้ ๆ เลี้ยงดูมาด้วยความเย็นชาและรุนแรงทำร้ายทุบตีตั้งแต่เด็ก
เขากลายเป็นเด็กไม่พูดไม่จาและเก็บกด ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเขาเองทั้งนั้น…
หยางอวิ๋นซินยังคงอ่านนิยายเรื่องบันทึกรักมาเฟียบูรพาซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายครั้ง เธอชอบ ชอบเรื่องนี้มากจริง ๆ ไม่ได้อินกับความรักของพระนางมากมายนัก แต่เพราะเรื่องราวของตัวประกอบตัวนี้ต่างหาก อาจเพราะนามสกุลเป็นแซ่หยางเหมือนกันละมั้ง เธอเลยสนใจชีวิตของเด็กคนนี้มากเหลือเกิน
และในวันนี้หยางอวิ๋นซินก็อ่านนิยายเรื่องนี่จบลงอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้เหมือนกัน ก่อนจะรู้สึกอ่อนเพลียและหลับตาลงช้า ๆ
เธอนอนอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรดตรงระเบียงของบ้านสวน เป็นสถานที่ที่แสนสงบร่มรื่น ซึ่งเป็นบ้านที่เธอเลือกจะมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไป จนกว่าจะถึงบั้นปลายของชีวิตเลยทีเดียว
ในอ้อมแขนขาวผ่องนั้นยังกอดหนังสือเล่มหนาที่มีปกสีแดงทั้งเล่มไว้ด้วย ที่หน้าปกมีชื่อเรื่องเป็นตัวอักษรสีทองภาษาจีนกำกับอยู่ เป็นนวนิยายรักจีนเรื่องยาวชื่อเรื่องว่า บันทึกรักมาเฟียบูรพา
โดยรอบกายมีบรรยากาศสบาย ๆ ของแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่อง มีลมเย็นพัดโชยมาบางเบาพอให้ผ้าม่านผืนโปร่งบางพลิ้วไหวไปมา
ในตอนนั้นเองหยางอวิ๋นซินที่นอนกอดหนังสือนิยายเล่มโปรดไว้ในอ้อมแขน ก็ได้จากไปอย่างสงบไม่หวนคืนกลับมาสู่โลกใบนี้อีก เธอไม่ได้ป่วย ไม่ได้มีโรคร้ายประจำตัวใด ๆ หยางอวิ๋นซินเพียงแค่นอน…ใช่แล้วเธอก็แค่นอนหลับและจากไปอย่างสงบเพียงเท่านั้นเอง…เพราะมันถึงเวลาที่เธอจะต้องไปแล้วจริง ๆ…
ตอนแรกมาส่งแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดต่อนะคะ
บทที่1. หยางอวิ๋นซินกับนิยายที่อ่านจบหลายครั้ง (2)
บทที่1. หยางอวิ๋นซินกับนิยายที่อ่านจบหลายครั้ง (2)
อพาร์ทเม้นท์เก่า ๆ ซอมซ่อในย่านชุมชนของเมืองไห่…
ภายในห้องพักคับแคบและเหม็นอับ เสียงทะเลาะกันโครมครามของเพื่อนบ้านที่อยู่ห้องข้าง ๆ ดังขึ้นเป็นระยะจนน่ารำคาญ แต่คนที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้ก็ล้วนคุ้นชินกันไปหมดแล้ว ก็คิดเสียว่าเสียงทะเลาะกันเหล่านั้น เป็นเหมือนเสียงละครทีวีให้ฟังก็พอจะมองข้ามไปได้บ้าง
จู่ ๆ หยางอวิ๋นซินก็รับรู้ได้ถึงแรงเขย่าที่แขนแม้จะเบามาก แต่ก็ทำให้คนที่หลับตาอยู่บนเตียงมานานเริ่มรู้สึกตัวตื่นและลืมตาขึ้นมาได้ในที่สุด ดวงตาเรียวหวานที่อ่อนล้าและลึกโบ๋ดูทรุดโทรมปลายหางตาเชิดขึ้นนิด ๆ ดูเป็นคนเย่อหยิ่งและร้ายกาจโดยธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูหวานซึ้ง เป็นความย้อนแย้งที่ลงตัวแบบแปลก ๆ แต่โดยรวมแล้วคือสวยและมีเสน่ห์มาก เจ้าของดวงตานั้นกำลังกวาดมองไปรอบกายอย่างมึนงงละคนสงสัย
หยางอวิ๋นซินจำได้ว่าก่อนนี้เธออ่านหนังสือและนอนหลับที่ระเบียงบ้านสวน จากนั้นก็สิ้นลมหายใจลงอย่างสงบ จิตวิญญาณของเธอยังยืนมองร่างของตัวเองที่นอนตายอย่างสงบอยู่บนเก้าอี้หวายโยกอยู่เลย แล้วยังวนเวียนมองดูน้องสาวและน้องเขยจัดการร่างของเธอตามพิธีกรรมทางศาสนาจนเรียบร้อยดีด้วย
ก่อนจะรู้สึกได้ว่าวิญญาณของเธอจะถูกแรงดึงมหาศาลจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น เธอคิดว่าจะได้ไปโผล่ที่โลกหลังความตายเสียอีก แต่กลับมารู้สึกตัวอีกครั้งเพราะแขนถูกเขย่าไปมาจึงลืมตาตื่นขึ้นมานี่แหละ
อวิ๋นซินรู้สึกปวดเนื้อเมื่อยตัวไปหมด มีความรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นแค่เพียงวิญญาณล่องหนตัวโปร่งแสงอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกเหมือนกำลังมีชีวิตอีกครั้งในร่างกายที่แสนทรุดโทรมนี่
“อึก! ปวดหัวจัง” เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากแตกเป็นขุยนั้นแหบแห้งจนฟังดูน่ากลัว
ขณะพยุงกายลุกขึ้นนั่งเธอก็รู้สึกมึนหัวเหมือนบ้านหมุนจนต้องทิ้งกายลงนอนบนหมอนที่ห่อหุ้มด้วยปลอกหมอนสีตุ่น ๆ ดูเปื่อยยุ่ยมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวอย่างรุนแรงอีกครั้ง พร้อมหลับตาลง
‘ปวดหัวแบบมึน ๆ เหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอเลย’ คิดไปมือก็ยกขึ้นมาคลึง ๆ นวด ๆ ที่ขมับทั้งสองข้างไปด้วย
จากนั้นเธอก็รู้สึกถึงแรงเขย่าที่แขนอีกครั้ง จึงพยายามลืมตาขึ้นทั้งที่ยังมึนหัวอยู่ ภาพที่ได้เห็นก็คือเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่หน้าตาน่ารักมากแต่มอมแมมและผอม ผอมมาก ๆ เขาสวมเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ผมยาวดูรุงรังปรกหน้าปรกตาไปหมดไม่เป็นทรงนัก ทั้งดูเหนียวเกรอะกรังเหมือนไม่เคยได้หวีและเหมือนไม่ได้สระผมมานานแล้ว
เด็กน้อยมีดวงตาคมเรียวยาวดูสวยงามเหมือนเม็ดอัลมอนด์ และมีน้ำตาสีใสเอ่อคลออยู่ตลอดเวลา แต่ก็พยายามฮึบกลั้นไว้ไม่ให้น้ำตาหยดลงมา จมูกน้อย ๆ นั้นโด่งขึ้นมาอย่างชัดเจน ไม่รู้เพราะผอมมากจนใบหน้าตอบลงจึงทำให้สันจมูกเด่นชัดขึ้นมาหรือเปล่า ดูแล้วเด็กตัวน้อยนี่อายุน่าจะประมาณสองหรือสามขวบได้ เขาไม่พูดไม่จาทำเพียงกลั้นสะอื้นเอาไว้เท่านั้น
หยางอวิ๋นซินกำลังจะเอ่ยปากพูดกับเด็กน้อย แต่กลับรู้สึกปวดหัวจี๊ดอย่างรุนแรงเหมือนมีใครเอาเข็มแหลมแทงเข้าไปในสมองยังไงยังงั้น คราวนี้ปวดกว่าเดิมหลายเท่านัก จนรู้สึกว่าเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนสมองกำลังจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ
เธอทิ้งศีรษะหลับตาลงและกัดฟันแน่น คิ้วเรียวงามขมวดเป็นปมจนยับย่นไปหมด มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเล็บยาวจิกลงที่ฝ่ามือเป็นรอยช้ำสีแดง เพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวดที่หัว
ภาพความทรงจำไหลบ่าเข้ามาให้เธอได้รับรู้ ความทรงจำส่งผ่านไปทั่วทั้งร่างกายและจิตวิญญาณให้ได้รับรู้เรื่องราวของผู้หญิงที่ชื่อ หยางอวิ๋นซิน ชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ เรื่องราวของผู้หญิงที่เลวร้ายกาจ แทบไม่มีจิตสำนึกของความเป็นแม่คน และลูกชายตัวน้อยที่น่าสงสารของเธอ หยางอวิ๋นทู่
“อึกก!!”
เมื่อความเจ็บปวดเริ่มหายไปมือที่กำแน่นก็เริ่มคลายออกทั้งยังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก่อนเอียงใบหน้าที่ผอมจนแห้งตอบไปทางเด็กน้อยที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนัก แววตาของเขาดูไร้เดียงสาแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวคนเป็นแม่
เพราะร่างกายของเด็กคนนี้จดจำได้แต่ความเจ็บปวดและความรุนแรงที่แม่เคยตีเขา หากเขาเสียงดังหรือพูดขึ้นมาเมื่อไหร่ แม่ก็จะตี ตีแรงมากจนเขาเจ็บไปหมดทั้งตัว เนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำไปหมด
ดังนั้นเด็กน้อยหยางอวิ๋นทู่จึงเรียนรู้การเอาตัวรอดจากความเจ็บปวดด้วยการพยายามไม่พูด เวลาร้องไห้ก็จะกัดฟันไว้ไม่ให้มีเสียงไปรบกวนแม่
อวิ๋นซินมองภาพเด็กน้อยวัยสามขวบที่พยายามอดทนไม่ร้องไห้ออกมา เขาดูน่าสงสารมากเหลือเกิน มากจนเธอน้ำตาคลอออกมาอย่างไม่อาจข่มกลั้นได้ เธอเจ็บปวดหัวใจไปหมดเพียงนึกถึงความทรงจำที่เจ้าของร่างเดิมนั้นเคยใจร้าย ทำร้ายลูกชายของตัวเอง
ตัวเธอในโลกก่อนพยายามแทบตายเพื่อจะมีลูกน้อย เธออยากมีลูกมากแต่ก็ไม่อาจมีได้เพราะมดลูกของเธอไม่แข็งแรงนั้นเอง แต่เจ้าของร่างนี้ที่ได้ลูกชายที่น่ารักมากถึงเพียงนี้ กลับไม่เคยเห็นค่าเห็นความสำคัญของการได้เป็นแม่…ช่างเป็นคนที่เลวร้ายและโง่งมได้บัดซบเสียจริง
ถึงตอนนี้อวิ๋นซินได้รู้แล้วว่าเธอได้มาอยู่ในร่างของหยางอวิ๋นซิน ซึ่งเป็นตัวละครที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับเธอ ตัวละครตัวนี้ถูกกล่าวถึงเพียงแค่ประโยคเดียวในนิยายเรื่องบันทึกรักมาเฟียบูรพา ว่าเป็นแม่ของตัวประกอบชายที่แสนจืดจางที่เธอรู้สึกสนใจคนนั้น แม่ของหยางอวิ๋นทู่
“ทู่ทู่” เสียงแหบเอ่ยเรียกผ่านลำคอที่แห้งผากเบา ๆ
หยางอวิ๋นทู่ได้ยินแม่เรียก จึงขยับขาเดินเข้ามาหาสองสามก้าวแล้วหยุด เขาลังเลและกลัว กลัวแม่ดุและตีเขาอีก
“มาหาแม่” เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเดิน ๆ หยุด ๆ จึงเอ่ยเรียกซ้ำออกไปอีกครั้ง
‘แม่’ คำเรียกที่แทนตัวเองครั้งแรกว่าแม่นั้น ทำให้ทู่ทู่น้อยตกใจความรู้สึกผสมปนเปไปหมด ทั้งดีใจ ทั้งหวาดกลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูกใจแม่แล้วเขาจะต้องถูกตีอีก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากเข้าไปใกล้ ๆ แม่ด้วยเหมือนกัน…
บทที่2. ทู่ทู่น้อย
บทที่2. ทู่ทู่น้อย
“มาสิจ๊ะทู่ทู่” อวิ๋นซินยังพยายามเรียกหาเด็กน้อยอยู่ เธออยากดูเขาให้ชัด ๆ สักหน่อย แต่ร่างกายนี้ของอวิ๋นซินดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก เธอเดาจากอาการดูเหมือนว่าเมื่อคืนร่างนี้จะดื่มหนักมากเลยทีเดียว และตอนนี้ก็กำลังมีอาการแฮงค์เหล้านั้นเอง
เด็กน้อยทู่ทู่พอเห็นแววตาที่แสนอ่อนโยนนั้นก็ทั้งแปลกใจและไม่แน่ใจ เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นแววตาแบบนี้จากแม่ จึงเริ่มขยับขาน้อยราวกับตะเกียบเล็ก ๆ เดินเข้าไปใกล้จนมาหยุดยืนอยู่ที่ข้างเตียงในที่สุด
เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้มากพอแล้วมือบางของอวิ๋นซินจึงเอื้อมไปจับแขนเล็กเบา ๆ เพื่อดึงรั้งให้เข้ามาใกล้ ๆ อีก
ทู่ทู่น้อยตกใจคิดว่าจะถูกตีจึงสะดุ้งผวา ยกมือป้อม ๆ ขึ้นจับมือแม่ที่กำลังจับแขนเขาอยู่ ก่อนจะหลับตาปี๋พร้อมกัดปากเล็ก ๆ ของตัวเองไว้แน่นเพื่อข่มกลั้นเสียงสะอื้น ทั้งเกร็งร่างไว้รอรับแรงตีหรือไม่ก็ถูกหยิก เพราะคิดว่าแม่จะตีเขาแน่ ๆ และเขาก็จะต้องเจ็บอีกแล้ว
“ทู่ทู่เป็นอะไรไปจ๊ะ!!” อวิ๋นซินตกใจมากเธอจับแขนเล็ก ๆ นั้นเพียงเบา ๆ เท่านั้น แต่ทำไมทู่ทู่ดูเจ็บมาก
ร่างผอมบางพยายามชันกายลุกจากเตียงขึ้นมาอีกครั้งอย่างทุลักทุเล ดวงตาคมเฉี่ยวดูเย่อหยิ่งติดหวานนิด ๆ แม้ตอนนี้จะทรุดโทรมมากแต่ก็มีเค้าความสวยงามอยู่มากจริง ๆ
เธอเริ่มทำการสำรวจร่างกายทู่ทู่ทันที เมื่อเปิดดูตามเนื้อตัวจนทั่วก็พบรอยช้ำเป็นจ้ำม่วง ๆ เขียว ๆ ทั้งเก่าและใหม่เต็มตัวไปหมด เธอได้แต่กัดฟันกรอดขบปากจนแทบเลือด ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ทั้งสงสาร ทั้งโกรธ…โกรธเจ้าของร่างคนเดิมมาก ๆ
เจ้าของร่างเดิมช่างเป็นมนุษย์แม่ที่กากเดนสารเลวของจริง ทำร้ายลูกตัวเองตอนเมาไม่ได้สติจนตัวเขียวช้ำไปหมด
จากความทรงจำเวลาเจ้าของร่างเดิมดื่มจนเมาไร้สติกลับมาจะชอบตีทู่ทู่ จนบ่อยครั้งที่เขาต้องเข้าไปแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้ารอจนแม่หลับไปแล้วจึงค่อยแอบออกมา
จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ เจ้าของร่างเดิมก็ดื่มหนักอีกแล้วและคราวนี่ก็ดื่มมากเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว เพราะข้าวปลาไม่กินดื่มมันแต่เหล้าจนช็อกหัวใจวายตายไปในที่สุด จนเธอถูกดึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
‘ดี…ตาย ๆ ไปซะได้ก็ดี สมควรแล้ว ต่อไปวิญญาณเธอจะยึดครองร่างกายนี้ จะใช้ชีวิตในร่างกายนี่แทนเอง จะดูแลทู่ทู่ตัวน้อยให้ดีและต่อไปทู่ทู่จะเป็นลูกชายของเธอเอง ดีเสียอีกเธออยากมีลูกมาก อยากมีมานานแล้ว แต่มีไม่ได้เพราะร่างกายในชีวิตก่อนนั้นไม่แข็งแรงสมบูรณ์…ถึงตอนนี้เธอก็ได้มีลูกสมใจแล้ว ทั้งยังน่ารักมากอีกด้วย เธอจะได้ทำหน้าที่แม่อย่างที่อยากทำมาตลอดแล้ว…เรื่องนี้มันดีมากจริง ๆ’
“ทู่ทู่เจ็บมากไหม รอก่อนนะแม่จะหายามาทาให้” เสียงอ่อนโยนเอ่ยบอกเจ้าตัวน้อยที่ยังก้มหน้าก้มตาจนคางชิดกับอกยืนเกร็งร่างอยู่
อวิ๋นซินลุกขึ้นยืนได้อย่างโงนเงนนิดหน่อย ก่อนจะเดินหาจนทั่วห้องก็ไม่เห็นยาหรือครีมแก้ฟกช้ำที่จะใช้ทาให้ทู่ทู่ได้เลย
ทั้งร่างนี้ยังมีอาการมึนหัวเพราะอาการแฮงค์เหล้าหลงเหลืออยู่มาก และนอกจากดื่มเหล้าแล้วเจ้าของร่างเดิมยังสูบบุหรี่อีก ในห้องจึงมีกลิ่นเหม็นอับแบบกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและกลิ่นควันบุหรี่ผสมกันอยู่ทั่วทุกมุมของห้องเลยทีเดียว
“กลิ่นแบบนี้ทนอยู่ไปได้ยังไงกันนะ” เสียงแหบแห้งพึมพำเบา ๆ คนเดียวขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องขนาดยี่สิบเก้าตารางเมตรที่มีข้าวของรก ๆ อยู่ตามมุมต่าง ๆ ของห้อง
ดีที่เจ้าของร่างเดิมพึ่งหัดสูบบุหรี่เมื่อเดือนสองเดือนก่อนนี้เอง ยังไม่ถึงขั้นติดบุหรี่…ยังเลิกได้ทัน ไม่งั้นหากร่างกายนี้เกิดมีอาการติดขึ้นมาก็ต้องลำบากเธอเป็นคนพยายามเลิกบุหรี่อีก เฮ้อ ส่วนเหล้าก็ต้องเลิกให้ได้เหมือนกันไม่งั้นได้ตับแข็งตายแน่ ๆ
“ทู่ทู่นั่งรอแม่ก่อนนะ แม่ขอไปอาบน้ำแป๊บเดียวแล้วจะออกมาหาข้าวให้กินนะจ๊ะ” ร่างกายนี้สกปรกมากจริง ๆ
ก่อนอื่นเธอต้องจัดการอาบน้ำก่อน ตอนนี้ทั้งสกปรกทั้งเหม็นมาก มองดี ๆ ยังมีคราบอ้วกของร่างเดิมติดตามเสื้อผ้าอีก โสโครกขั้นสุดจริง ๆ แค่เห็นก็อยากอ้วกอีกรอบแล้ว
รีบ ๆ จัดการตัวเองให้พอดูได้ก่อน จะได้ออกมาทำอาหารแล้วไปหาซื้อยามาให้ทู่ทู่ คิดแล้วร่างบางผอมแห้งก็วิ่งตึงตังเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำสระผมอย่างรวดเร็ว
เรียกว่าเป็นการวิ่งผ่านน้ำมากกว่าภายในสิบนาทีเท่านั้นก็ออกมา เพราะไม่อยากให้ทู่ทู่รอนาน เธอออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่
แม้เสื้อผ้าในตู้จะไม่ใช่แนวทางของเธอแต่ก็ต้องใส่ไปก่อน เสื้อผ้ามีแต่โป๊ กับโป๊มาก ๆ สั้นจนถึงแก้มก้น แหวกลึกจนถึงราวนม ผ่าขึ้นจนถึงโคนขา เว้าหน้าเว้าหลังจนเวียนหัวไปหมด สีสันจัดจ้านร้อนแรงมากทีเดียว แค่เห็นก็รู้สึกเสียวไส้จนวิงเวียนแล้ว
แต่จากความทรงจำเสื้อผ้าพวกนี้ราคาแพงมากเลยนะ เพราะเจ้าของร่างเดิมเอาติดตัวมาจากบ้านเดิมและเป็นแบรนด์เนมทั้งหมด แต่ว่าชื่อของแต่ละแบรนด์พวกนี้ไม่คุ้นตาคุ้นหูเลยสักนิด อาจจะเพราะนิยายเรื่องนี้เป็นโลกคู่ขนาน ดังนั้นจึงมีหลาย ๆ อย่างที่ไม่ได้เหมือนกันกับโลกก่อนของเธอเลยสักนิด
อวิ๋นซินเดินออกจากห้องน้ำด้วยหน้าตาที่สดชื่นขึ้น และสวมชุดเดรสผ้ายืดนุ่ม ๆ สายเดี่ยวรัดรูปสีดำแก้ขัดไปก่อน
จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปในโซนครัวเล็กที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องรูหนูนี้ สำรวจจนทั่วก็พบว่าในครัวมีเพียงข้าวสาร ไข่ไก่และแครอทเหี่ยว ๆ จนดำไปหมด มีเพียงเท่านี้จริงๆ
เจ้าของร่างไม่เคยทำอาหารดี ๆ ให้ทู่ทู่กินเลย ทำเพียงไข่ต้ม ผักต้มจืด ๆ ไม่ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกดน้ำร้อนง่าย ๆ ส่วนตัวเองก็ไม่ชอบกินข้าวเพราะชอบดื่มแต่เหล้าจนร่างกายทรุดโทรมไปหมด
เธอเลิกคิดเรื่องเจ้าของร่างเดิมไปก่อนและลงมือหุงข้าว ทำไข่ตุ๋นนุ่มนิ่มใส่แครอทให้ทู่ทู่น้อยกิน ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
“รอข้าวสุกก่อนนะตอนนี้ก็ไปอาบน้ำก่อนจะได้สดชื่น แล้วค่อยออกมากินข้าวกันนะทู่ทู่” อวิ๋นซินหันกลับมาเอ่ยกับลูกชายตัวน้อยที่ตอนนี้ไปแอบซุกตัวอยู่หลังตู้รองเท้าเก่า ๆ ตรงมุมห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
สองมือเล็ก ๆ เกาะที่ขอบตู้โผล่ออกมาแค่หัวกลม ๆ ที่มีเส้นผมแสนยุ่งเหยิง แอบมองดูแม่ทำอาหารมาสักพักแล้ว เพราะแม่ทำของกินที่มีกลิ่นหอม ๆ และตอนนี้เขาหิวมาก แต่ไม่รู้แม่จะให้เขากินด้วยหรือเปล่า…เขาจะได้กินมันหรือเปล่านะ ได้แต่คิดและทำได้แค่แอบมองดูอยู่เงียบ ๆ เท่านั้น
จนเมื่อทู่ทู่น้อยได้ยินแม่พูดจาดี ๆ ด้วยและบอกให้เขาไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว ก็ทำตาโตอย่างตกใจพยักหน้าเข้าใจอย่างว่าง่ายและแอบยิ้มอยู่คนเดียวอย่างดีใจมาก
อวิ๋นซินที่มองเห็นอาการนั้นของทู่ทู่น้อยก็ได้แต่สะท้อนในใจ ‘เพียงแค่ถูกแม่เรียกกินข้าวก็ดีใจมากขนาดนี้แล้ว’
จากนั้นอวิ๋นซินก็เดินไปหาผ้าขนหนูสะอาดและเสื้อผ้าตัวใหม่ของลูกชายตัวน้อย แต่หาจนทั่วก็พบเจอเพียงแต่ผ้าขนหนูเก่า ๆ เปื่อย ๆ สีฟ้าตุ่น ๆ และเสื้อผ้าตัวเล็กที่ไม่พอดีตัวลูกชายเลยสักตัว แม้แต่เสื้อผ้าเจ้าของร่างเดิมก็ไม่คิดซื้อให้ลูกเลยหรือไงเนี่ย
“เฮ้อ คงต้องใส่เท่าที่มีไปก่อน มาจ้ะทู่ทู่แม่อาบน้ำให้นะ จะได้มากินข้าวแล้วค่อยออกไปซื้อยากัน” อวิ๋นซินค่อย ๆ เดินเข้าหาเจ้าตัวน้อยที่ไปยืนก้มหน้างุดอยู่ข้างประตูห้องน้ำก่อนแล้ว เธอเข้าใจว่าทู่ทู่น้อยยังหวาดกลัวและระแวงอยู่ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักเลยทีเดียว
เธอพึ่งเห็นว่าในห้องน้ำไม่มีผลิตภัณฑ์อาบน้ำของเด็กเลยสักชิ้นเดียว แม่ใช้อะไรทู่ทู่ก็ใช้แบบนั้น บางครั้งก็อาบและสระผมแค่น้ำเปล่า ๆ เลย ผมของทู่ทู่จึงได้เหนียวเป็นสังกะตังขนาดนี้ ต้องสางออกก่อนและคงต้องตัดให้สั้น ดีที่ไม่มีเหาขึ้นด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้โกนหัวกันเลยทีเดียว
มือบางหยาบกร้านนิด ๆ เพราะไร้การบำรุงค่อย ๆ ใช้ยาสระผมนวดที่หัวเล็ก ๆ กลม ๆ อย่างเบามือ ก่อนจะค่อย ๆ สางผมให้ช้า ๆ จากนั้นก็ถูสบู่หอม ๆ ให้ตามตัวตามขาและเท้าเล็ก ๆ ทุกซอกมุมจนสะอาด และล้างตัวให้ทู่ทู่ก็เป็นอันเสร็จ
ตลอดเวลาเจ้าตัวน้อยทู่ทู่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ถูกจับหันไปทางไหนก็หันไปทางนั้น ยอมให้ทำความสะอาดร่างกายแต่โดยดี โดยไม่ปริปากพูดอะไร แต่แววตาดูมีความสุขมากเลยทีเดียว ท่าทางจะสบายตัวแล้ว
จ๊อกกก!!
“หิวแล้วใช่ไหมรีบไปแต่งตัวกันจะได้ไปกินข้าวเนาะ แม่ทำไข่ตุ๋นนุ่มนิ่มใส่แครอทให้ทู่ทู่ด้วยนะ” เอ่ยบอกไปพร้อมนำผ้าขนหนูสีตุ่น ๆ ที่มีอยู่มาห่อร่างเล็กจนกลมเป็นก้อนบ๊ะจ่างน้อย แล้วอุ้มร่างเล็ก ๆ ขึ้นไว้ในอ้อมแขน มือบางโอบหลังเล็กจ้อยนั้นไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนเดินออกจากห้องน้ำเพื่อพาลูกชายไปแต่งตัว
ทู่ทู่น้อยแม้จะตกใจที่ถูกแม่อุ้มเป็นครั้งแรก แววตาเรียวเหมือนเม็ดอัลมอนด์นั้นมีความสั่นไหวพาดผ่านด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิดและกลั้นยิ้มไม่อยู่
'วันนี้แม่ไม่ดุแย้ว…แม่ใจดีมากทำข้าวหอม ๆ ให้จินโด้ย…ทู่ทู่ชอบแม่ตอนนี้ที่สุดเยย'
เจ้าตัวน้อยแอบคิดในใจเงียบ ๆ แววตาดูสดใสขึ้นมามีแอบชำเลืองมองแม่เป็นพัก ๆ และยังยิ้มจนแก้มตุ่ยด้วย อวิ๋นซินเองก็เห็นท่าทางนั้นของลูกชายตัวน้อยจึงอดเอ็นดูจนใจละลายอ่อนยวบไม่ได้จริง ๆ …