เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว
เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว
นักโบราณคดีจา กม.ศิลปากรเผยผลงานวิจัยล่าสุด ได้รับการตีพิมพ์จากวารสารดังระดับโลก ที่มีผลกระทบสูงมากทั้งทางวิชาการและสังคม หลังจับมือสถาบันดังของโลกในเยอรมนี ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอโบราณของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในป่าเขตร้อน จนได้ข้อมูลใหม่มนุษย์โบราณในประเทศไทยอายุกว่า 1,700 ปี
นับเป็นต้นแบบการศึกษาด้านมนุษย์โบราณและวัฒนธรรมโลงไม้สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในอาเซียนและเอเชียตะวันออก
ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีบนพื้นที่สูงและริเริ่มการขุดค้นแหล่งโบราณคดีใน จังหวัดแม่ฮ่องสอนมากกว่า 20 ปี เปิดเผยถึงผลงานวิจัยโครงการ “มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์กับพลวัตทางวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า จังวัดแม่ฮ่องสอน” ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ล่าสุดในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Nature Communications ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลกที่มีปัจจัยผลกระทบสูง โดยนำเสนอข้อค้นพบใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนในวงวิชาการทั้งด้านโบราณคดีและพันธุศาสตร์ เช่น ผลลำดับเบสที่สมบูรณ์ของตัวอย่างโบราณในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และโครงสร้างและปฏิสัมพันธ์ของคนโบราณที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมโลงไม้ อันเป็นต้นแบบการศึกษาด้านมนุษย์โบราณและวัฒนธรรมโลงไม้สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) โดยคณะวิจัยจากสหสาขาได้ร่วมกันสำรวจและขุดค้นพบชิ้นส่วนมนุษย์โบราณและร่องรอยของวัตถุทางวัฒนธรรม ภายในโลงไม้ภายในถ้ำและเพิงผาต่าง ๆ บนพื้นที่สูง เขตอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีอายุเก่าแก่ราว 2,300 ถึง 1,000 ปีมาแล้วซึ่งนอกจากจะใช้ข้อมูลด้านโบราณคดีแล้วยังจำเป็นต้องบูรณาการความรู้เพื่อให้นักวิชาการได้ข้อมูลของคนในอดีต รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนและสิ่งแวดล้อมอย่างลุ่มลึก
ด้านนักวิจัยร่วมโครงการประกอบด้วยรศ. ดร.วิภู กุตะนันท์ นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร
ผู้ซึ่งสนใจศึกษาดีเอ็นเอในกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และทีมนักวิจัยนานาชาติของสถาบันวิจัย Max Planck Institute for Evolutionary anthropology ประเทศเยอรมนี นำโดย ดร.เซลิน่า คาร์ลฮอฟ ซึ่งได้ศึกษาดีเอ็นเอที่หลงเหลืออยู่ในชิ้นส่วนกระดูกและฟันโบราณ จำนวน 33 ชิ้น อายุกว่า 1,700 ปี ที่พบภายในแหล่งโบราณคดีประเภทถ้ำของวัฒนธรรมโลงไม้บนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า โดยการสกัดดีเอ็นเอโบราณได้ในสภาพแวดล้อมแบบป่าเขตร้อน
ซึ่ง รศ.ดร.วิภู ระบุว่า การศึกษาดีเอ็นเอโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างยาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีอากาศแบบร้อนและชื้น เป็นปัจจัยเกิดการเสื่อมสลายของดีเอ็นเอในตัวอย่างโบราณ และในปัจจุบันมีรายงานการศึกษาดีเอ็นเอโบราณในภูมิภาคเอเชียตะออกเฉียงใต้จำกัด มีผลการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์มากนักจากตัวอย่างเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น จากแหล่งโบราณบ้านเชียงที่มีเพียง 2 ชิ้น ดังนั้นผลการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณที่สมบูรณ์ที่สุด ณ ปัจจุบัน ในแง่ของจำนวนตัวอย่างและคุณภาพของดีเอ็นเอที่ได้
ศ.ดร.รัศมี กล่าวเสริมว่า งานวิจัยดังกล่าวช่วยขยายพรมแดนความรู้เรื่องเส้นทางและละลอกของการเคลื่อนย้ายของคนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในช่วง 1700 ปีมาแล้ว โดยพบว่าคนโบราณที่อำเภอปางมะผ้าอยู่ในสมัยเหล็ก มีพันธุกรรมที่คล้ายกับประชากรโบราณในสมัยหินใหม่จาก 2 พื้นที่ คือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีและที่ราบลุ่มแม่น้ำเหลืองของประเทศจีน ซึ่งแตกต่างจากคนโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงสมัยสำริด
อันเนื่องจากเส้นทางอพยพเคลื่อนย้ายของผู้คนในอดีตที่แตกต่างกัน การเคลื่อนย้ายของคนโบราณในภาคเหนือจะผ่านทางลุ่มแม่น้ำสาละวินในเขตพื้นที่สูงด้านตะวันตกของไทย ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจจะผ่านมาทางแม่น้ำด้านตะวันออกได้แก่แม่น้ำแดงและแม่น้ำโขง
“การศึกษาครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของโบราณที่อาศัยอยู่ในถ้ำเดียวกันและระหว่างถ้ำในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทั้งยังสะท้อนถึงโครงสร้างของประชากรโบราณที่มีขนาดใหญ่ มีปฏิสัมพันธ์กันในพื้นที่ และความสัมพันธ์ทางเครือญาติมีความสำคัญต่อพิธีกรรมการฝังศพของคนในชุมชน”
โดย ดร.เซลิน่า กล่าวว่า ดีเอ็นเอโบราณทำให้เข้าใจการปฏิสัมพันธ์ของชุมชนในอดีต ชีวิตประจำวัน
และความสัมพันธ์ของผู้คนในระดับภูมิภาคได้”
ศ.ดร.รัศมีกล่าวทิ้งท้ายว่า หากนักวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยพื้นฐานที่บูรณาการระหว่างสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้าได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เพราะผลงานแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติโดยรวม ซึ่งสามารถเป็นแนวทางหรือประเด็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นในโลกต่อไปได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th