โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.พ. 2567 เวลา 15.51 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 15.51 น.

เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว

นักโบราณคดีจา กม.ศิลปากรเผยผลงานวิจัยล่าสุด ได้รับการตีพิมพ์จากวารสารดังระดับโลก ที่มีผลกระทบสูงมากทั้งทางวิชาการและสังคม หลังจับมือสถาบันดังของโลกในเยอรมนี ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอโบราณของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในป่าเขตร้อน จนได้ข้อมูลใหม่มนุษย์โบราณในประเทศไทยอายุกว่า 1,700 ปี
นับเป็นต้นแบบการศึกษาด้านมนุษย์โบราณและวัฒนธรรมโลงไม้สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในอาเซียนและเอเชียตะวันออก

ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีบนพื้นที่สูงและริเริ่มการขุดค้นแหล่งโบราณคดีใน จังหวัดแม่ฮ่องสอนมากกว่า 20 ปี เปิดเผยถึงผลงานวิจัยโครงการ “มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์กับพลวัตทางวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า จังวัดแม่ฮ่องสอน” ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ล่าสุดในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Nature Communications ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลกที่มีปัจจัยผลกระทบสูง โดยนำเสนอข้อค้นพบใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนในวงวิชาการทั้งด้านโบราณคดีและพันธุศาสตร์ เช่น ผลลำดับเบสที่สมบูรณ์ของตัวอย่างโบราณในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และโครงสร้างและปฏิสัมพันธ์ของคนโบราณที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมโลงไม้ อันเป็นต้นแบบการศึกษาด้านมนุษย์โบราณและวัฒนธรรมโลงไม้สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) โดยคณะวิจัยจากสหสาขาได้ร่วมกันสำรวจและขุดค้นพบชิ้นส่วนมนุษย์โบราณและร่องรอยของวัตถุทางวัฒนธรรม ภายในโลงไม้ภายในถ้ำและเพิงผาต่าง ๆ บนพื้นที่สูง เขตอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีอายุเก่าแก่ราว 2,300 ถึง 1,000 ปีมาแล้วซึ่งนอกจากจะใช้ข้อมูลด้านโบราณคดีแล้วยังจำเป็นต้องบูรณาการความรู้เพื่อให้นักวิชาการได้ข้อมูลของคนในอดีต รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนและสิ่งแวดล้อมอย่างลุ่มลึก

ด้านนักวิจัยร่วมโครงการประกอบด้วยรศ. ดร.วิภู กุตะนันท์ นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร
ผู้ซึ่งสนใจศึกษาดีเอ็นเอในกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และทีมนักวิจัยนานาชาติของสถาบันวิจัย Max Planck Institute for Evolutionary anthropology ประเทศเยอรมนี นำโดย ดร.เซลิน่า คาร์ลฮอฟ ซึ่งได้ศึกษาดีเอ็นเอที่หลงเหลืออยู่ในชิ้นส่วนกระดูกและฟันโบราณ จำนวน 33 ชิ้น อายุกว่า 1,700 ปี ที่พบภายในแหล่งโบราณคดีประเภทถ้ำของวัฒนธรรมโลงไม้บนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า โดยการสกัดดีเอ็นเอโบราณได้ในสภาพแวดล้อมแบบป่าเขตร้อน

ซึ่ง รศ.ดร.วิภู ระบุว่า การศึกษาดีเอ็นเอโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างยาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีอากาศแบบร้อนและชื้น เป็นปัจจัยเกิดการเสื่อมสลายของดีเอ็นเอในตัวอย่างโบราณ และในปัจจุบันมีรายงานการศึกษาดีเอ็นเอโบราณในภูมิภาคเอเชียตะออกเฉียงใต้จำกัด มีผลการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์มากนักจากตัวอย่างเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น จากแหล่งโบราณบ้านเชียงที่มีเพียง 2 ชิ้น ดังนั้นผลการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณที่สมบูรณ์ที่สุด ณ ปัจจุบัน ในแง่ของจำนวนตัวอย่างและคุณภาพของดีเอ็นเอที่ได้

ศ.ดร.รัศมี กล่าวเสริมว่า งานวิจัยดังกล่าวช่วยขยายพรมแดนความรู้เรื่องเส้นทางและละลอกของการเคลื่อนย้ายของคนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในช่วง 1700 ปีมาแล้ว โดยพบว่าคนโบราณที่อำเภอปางมะผ้าอยู่ในสมัยเหล็ก มีพันธุกรรมที่คล้ายกับประชากรโบราณในสมัยหินใหม่จาก 2 พื้นที่ คือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีและที่ราบลุ่มแม่น้ำเหลืองของประเทศจีน ซึ่งแตกต่างจากคนโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงสมัยสำริด
อันเนื่องจากเส้นทางอพยพเคลื่อนย้ายของผู้คนในอดีตที่แตกต่างกัน การเคลื่อนย้ายของคนโบราณในภาคเหนือจะผ่านทางลุ่มแม่น้ำสาละวินในเขตพื้นที่สูงด้านตะวันตกของไทย ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจจะผ่านมาทางแม่น้ำด้านตะวันออกได้แก่แม่น้ำแดงและแม่น้ำโขง

“การศึกษาครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของโบราณที่อาศัยอยู่ในถ้ำเดียวกันและระหว่างถ้ำในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทั้งยังสะท้อนถึงโครงสร้างของประชากรโบราณที่มีขนาดใหญ่ มีปฏิสัมพันธ์กันในพื้นที่ และความสัมพันธ์ทางเครือญาติมีความสำคัญต่อพิธีกรรมการฝังศพของคนในชุมชน”

โดย ดร.เซลิน่า กล่าวว่า ดีเอ็นเอโบราณทำให้เข้าใจการปฏิสัมพันธ์ของชุมชนในอดีต ชีวิตประจำวัน
และความสัมพันธ์ของผู้คนในระดับภูมิภาคได้”

ศ.ดร.รัศมีกล่าวทิ้งท้ายว่า หากนักวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยพื้นฐานที่บูรณาการระหว่างสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้าได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เพราะผลงานแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติโดยรวม ซึ่งสามารถเป็นแนวทางหรือประเด็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นในโลกต่อไปได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ เผย ข้อมูลใหม่ของคนโบราณในประเทศไทย อายุกว่า 1,700 ปีมาแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...