โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 108 จุด เซ่นค้าปลีกสหรัฐอ่อนแอ-แรงขายหุ้นชิป AI กดตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ส.ค. เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. เวลา 02.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูง ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาด

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ 0.20% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ 0.28%

ตลาดได้รับแรงกดดันหลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.2% ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนส.ค.อยู่ที่ 51 จุด ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 54.5 จุด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงช่วยคลายความกังวลต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูล FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 33% ต่อโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย

ด้านหุ้นกลุ่มชิปเผชิญแรงขาย โดยหุ้น Applied Materials ร่วง 5.1% แม้บริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในปี 2569 ตามความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขยายศูนย์ข้อมูล AI ขณะที่หุ้น Broadcom ลดลง 5.9% และ Intel ลดลง 2%

นักวิเคราะห์มองว่า AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดหุ้น แต่การที่ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างมาก ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง โดยกรณี Applied Materials สะท้อนว่าผลประกอบการและแนวโน้มที่ดีกว่าคาดอาจไม่เพียงพอต่อการผลักดันราคาหุ้น หากความคาดหวังของตลาดถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว

สวนทางกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P500 เพิ่มขึ้น 1.4% ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรืออีก 2 ลำถูกโจมตีจนการขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด

สำหรับหุ้นรายตัว Reddit พุ่งเกือบ 13% หลังได้รับการประกาศให้เข้าคำนวณในดัชนี S&P500 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2569 ส่วน Workday ลดลง 3.8% หลังจากวันก่อนหน้าพุ่งขึ้น 18% จากรายงานข่าวว่า Silver Lake บริษัทไพรเวทอิควิตี้ อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน หุ้นผู้ผลิตโดรนบางรายปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าโดรนและชิ้นส่วนโดรน ส่งผลให้หุ้น Red Cat พุ่ง 8.8% และ Unusual Machines ทะยาน 25%

แม้ดัชนีหลักจะปิดลดลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังแข็งแกร่ง โดย S&P500 เพิ่มขึ้น 0.4% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.1% ทำสถิติปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. ได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง และความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 2 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจาก Amazon, Microsoft และบริษัทขนาดใหญ่รายอื่นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...