“ดาวโจนส์” ปิดลบ 108 จุด เซ่นค้าปลีกสหรัฐอ่อนแอ-แรงขายหุ้นชิป AI กดตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูง ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาด
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ 0.20% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ 0.28%
ตลาดได้รับแรงกดดันหลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.2% ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนส.ค.อยู่ที่ 51 จุด ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 54.5 จุด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงช่วยคลายความกังวลต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูล FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 33% ต่อโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย
ด้านหุ้นกลุ่มชิปเผชิญแรงขาย โดยหุ้น Applied Materials ร่วง 5.1% แม้บริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในปี 2569 ตามความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขยายศูนย์ข้อมูล AI ขณะที่หุ้น Broadcom ลดลง 5.9% และ Intel ลดลง 2%
นักวิเคราะห์มองว่า AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดหุ้น แต่การที่ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างมาก ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง โดยกรณี Applied Materials สะท้อนว่าผลประกอบการและแนวโน้มที่ดีกว่าคาดอาจไม่เพียงพอต่อการผลักดันราคาหุ้น หากความคาดหวังของตลาดถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว
สวนทางกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P500 เพิ่มขึ้น 1.4% ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรืออีก 2 ลำถูกโจมตีจนการขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด
สำหรับหุ้นรายตัว Reddit พุ่งเกือบ 13% หลังได้รับการประกาศให้เข้าคำนวณในดัชนี S&P500 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2569 ส่วน Workday ลดลง 3.8% หลังจากวันก่อนหน้าพุ่งขึ้น 18% จากรายงานข่าวว่า Silver Lake บริษัทไพรเวทอิควิตี้ อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน หุ้นผู้ผลิตโดรนบางรายปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าโดรนและชิ้นส่วนโดรน ส่งผลให้หุ้น Red Cat พุ่ง 8.8% และ Unusual Machines ทะยาน 25%
แม้ดัชนีหลักจะปิดลดลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังแข็งแกร่ง โดย S&P500 เพิ่มขึ้น 0.4% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.1% ทำสถิติปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. ได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง และความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 2 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจาก Amazon, Microsoft และบริษัทขนาดใหญ่รายอื่นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI