โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"เมื่อสวรรค์กลายเป็นนรก" ทำไมแคลิฟอร์เนียถึงเกิดไฟป่าถี่และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ?

The Better

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • THE BETTER

1. นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 ไฟป่าในแคลิฟอร์เนียเริ่มมีความอันตรายมากขึ้นเนื่องจากมีเชื้อเพลิงไม้สะสมอยู่ในป่า ทำให้เมื่อเกิดประกายไฟจึงมีการลุกลามของไฟอย่างรวดเร็ว ไฟป่าเหล่านี้อาจลุกลามหรือรุนแรงขึ้นเนื่องจากลมแรงและแห้งแล้ง ซึ่งเรียกว่าลมเดียโบลเมื่อเกิดขึ้นในส่วนเหนือของรัฐ และลมซานตาแอนาเมื่อเกิดขึ้นในส่วนใต้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่ารุนแรงจึงมีการทำลายเชื้อเพลิงสะสมเป็นระยะด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทำการเผาแบบควบคุม (Controlled burn) โดยจะดำเนินการในช่วงเดือนที่อากาศเย็นเพื่อลดการสะสมของเชื้อเพลิงและลดโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้ที่อันตรายและร้อนกว่า อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็ยังไม่ช่วยลดความเสี่ยง แม้ว่า ในปี 2021 รัฐแคลิฟอร์เนียได้เพิ่มจำนวนบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อทำการเผาแบบควบคุม และให้เจ้าของที่ดินสามารถเผาแบบควบคุมได้มากขึ้นก็ตาม

2. ดังนั้นอีกสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรงในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยพบว่าความยาวของฤดูไฟป่าเพิ่มขึ้นเกือบ 19% ตั้งแต่ปี 1979 ถึงปี 2013 โดยฤดูไฟป่าในรัฐทางตะวันตกยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ปี 1985 พื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากกว่า 50% ในสหรัฐอเมริกาตะวันตกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ นอกจากนี้ เนื่องมาจากวิธีการดับไฟโดยมนุษย์บางประเภท ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมอยู่ในระบบนิเวศบางแห่ง ทำให้ระบบนิเวศเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ามากขึ้น โดยสรุป การศึกษามากมายพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ไฟป่าขนาดใหญ่และรุนแรงเกิดบ่อยครั้งมากขึ้นโดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ปริมาณน้ำลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อไฟป่า ลดผลผลิตทางการเกษตร และคุกคามระบบนิเวศชายฝั่ง

3. ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 1985 พื้นที่ไฟป่าที่ถูกเผาไหม้ทางตะวันตกของสหรัฐฯ มากกว่า 50๔ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ นอกเหนือจากนั้น ประชากรมากขึ้นก็มีส่วนสำคัญ เพราะชุมชนต่างๆ ได้ขยายพื้นที่เข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภัยคุกคามจากไฟป่า โดยรวมมีประชากรมากกว่า 2.7 ล้านคนอาศัยอยู่ใน "เขตที่มีความเสี่ยงไฟไหม้รุนแรงสูงมาก" ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อยด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ประชากรกลุ่มเดียวกันนี้มีความเสี่ยงต่อความเสียหายต่อโครงสร้างและการเสียชีวิตจากไฟป่ามากขึ้น ตั้งแต่ปี 1990 จำนวนบ้านเรือนที่สูญเสียไปจากไฟป่าเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้น 300% เมื่อปี 2017 บ้านเรือนทางตะวันตกของสหรัฐฯ เกือบ 900,000 หลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูง โดยเกือบ 35% ของไฟป่าในแคลิฟอร์เนียเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูงเหล่านี้

4. อีกสาเหตุมาจากสายส่งและจำหน่ายไฟฟ้าที่เก่าและมักได้รับการบำรุงรักษาไม่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ให้บริการโดย Pacific Gas and Electric หรือ PG&E โดยในปี 2018 และ 2019 บริษัท PG&E ตกเป็นเป้าหมายการรายงานเปิดโปงโดยสื่อเมื่อการสืบสวนของกรมป่าไม้และป้องกันอัคคีภัยของรัฐแคลิฟอร์เนีย (Cal Fire) พบว่าโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟป่าที่รุนแรงถึง 2 ครั้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงไฟป่าแคมป์ในปี 2018 ซึ่งเป็นไฟป่าที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ว่า PG&E จะตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันการติดไฟของต้นไม้ที่สัมผัสกับสายไฟ แต่ความเสียหายครั้งใหญ่ไดเส่งผลให้ PG&E ต้องประสบกับภาวะล้มละลายเรื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้ว หากอุณหภูมิยังคงสูงขึ้น ไฟฟ้าดับเพื่อป้องกการติดไฟของป่าอาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วย

ในอนาคตมันจะยิ่งกระทบต่อชีวิตผู้คน
ผู้เสียภาษีของสหรัฐอเมริกาจ่ายเงินประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเพื่อดับไฟป่า และไฟป่าขนาดใหญ่สามารถนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ บางครั้ง นอกจากไฟแล้ว ภัยจากการขาดน้ำยังรุนแรงพอๆ กัน สภาการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (NRDC) ประมาณการว่าภายใต้สถานการณ์ปกติ ระหว่างปี 2025 และ 2100 ต้นทุนการจัดหาน้ำให้กับรัฐทางตะวันตกของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นจาก 200,000 ล้านดอลลาร์เป็น 950,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นประมาณ 0.93–1 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ

แต่ที่น่ากลัวก็คือ มันจะรุนแรงยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ฤดูกาลไฟไหม้ปี 2020 ถือเป็นฤดูกาลไฟไหม้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐในแง่ของพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ โดยมีพื้นที่ถูกไฟไหม้มากกว่า 4 ล้านเอเคอร์ทั่วทั้งรัฐในไฟป่า 9,917 ครั้ง ในจำนวนไฟป่าที่ใหญ่ที่สุด 6 ครั้งที่เคยบันทึกไว้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มี 5 ครั้งเกิดขึ้นในปี 2020

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

photo - TOPSHOT - บ้านเรือนถูกไฟไหม้ระหว่างเกิดไฟไหม้ที่เมืองอีตัน ในพื้นที่อัลตาดีนาของลอสแองเจลิสเคาน์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2025 (ภาพโดย JOSH EDELSON / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...