โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กมธ.มั่นคงฯ’ติงรัฐบาล เนือยแก้ปมร้อนพม่ายิงเรือประมง เรียกหน่วยงานแจง 13 ธ.ค.

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

ท่าทีซอฟต์มากไปนะ!‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ’ติงรัฐบาลเนือยแก้ปมร้อน‘เมียนมา’ยิง‘เรือประมงไทย’อ้างรุกล้ำน่านน้ำ ยันเรื่องร้ายแรง บี้เข้มออกแอคชั่นสางปัญหาจริงจัง ใช้ความใกล้ชิด‘2ประเทศเพื่อนบ้าน’เจรจาปล่อย‘4 ตัวประกัน’ เตรียมเรียกสารพัดหน่วยเกี่ยวข้องแจง 13 ธ.ค.นี้

เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากตัวแทนครอบครัวชาวประมงใน จ.พังงา ที่ได้รับผลกระทบ และอยู่ในเหตุการณ์กรณีเรือประมงไทยถูกทหารเมียนมายิงและจับกุมบริเวณน่านน้ำที่มีความใกล้กันระหว่างไทยกับเมียนมา จนส่งผลให้ผู้เสียชีวิต

ตัวแทนชาวประมงพังงาที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว และถูกกระสุนยิงแฉลบเฉียดศีรษะ เปิดเผยถึง ความรู้สึก ว่า การกระทำแบบนี้เกินกว่าความรุนแรง หากจะมีการยิงเตือน ต้องยิงขึ้นฟ้า หรือยิงลงน้ำ ไม่ใช่ยิงเข้ามาที่เรือชาวประมง ชาวประมงเพียงออกไปหาปลาไม่ใช่ออกไปสู้รบกับใคร

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเห็นใจต่อผู้ที่สูญเสีย และขอให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงบุคคลที่ถูกจับกุมไปทั้ง 4 ราย หวังว่าบุคคลที่ถูกจับกุมไปจะกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้เสียชีวิต ทรัพย์สินที่สูญเสียไป กมธ.ฯจะติดตามในด้านการเยียวยาเต็มที่

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีเรือประมงไทยรุกล้ำน่านน้ำเมียนมาหรือไม่ ต้องไปพิสูจน์กันอีกครั้ง แต่เรื่องความเหมาะสมของสถานการณ์ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่น่าร้ายแรงจนถึงขั้นยิงกันขนาดนี้ หากเรือประมงเป็นโจรสลัด ก็คงเป็นเป็นอีกแบบ ดังนั้นการยิงไปที่ตัวเรือ โอกาสที่จะมีผู้เสียชีวิตมันเล็งเห็นได้อยู่แล้ว การใช้ความรุนแรงระดับนี้ไม่สามารถยอมรับได้ คาดหวังว่ารัฐบาลจะเข้าไปดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงท่าทีไปยังรัฐบาลเมียนมา ว่าเหตุการณ์นี้ยอมรับไม่ได้ เรายังไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะมีท่าทีจริงจังในการส่งสาสน์ไปยังเมียนมาขนาดไหน

“ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนมีความรู้สึกว่าท่าทีของประเทศไทยมันดูเบาไป เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ มองว่าเป็นเรื่องร้ายแรง หากปล่อยไปเรื่อยๆ เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ดังนั้นในวันที่13ธ.ค.นี้ ทางกมธ.ฯจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาในเรื่องนี้ หวังว่าจะได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ และได้รับทราบแนวทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร แน่นอนว่าเราสามารถแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่การป้องกัน การแสดงท่าทีของไทย มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเราเป็นรัฐเอกราชเราก็คงไม่อยากทำแบบเดียวกันต่อประเทศไหนที่มารุกล้ำ เราก็คงไม่เริ่มต้นด้วยการยิงเขาเลย มันคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ ทางกมธ.ฯจะติดตามอย่างจริงจัง ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เพราะมีความร้ายแรง กมธ.ฯจะทำทุกวิถีทางในการประสานช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมกมธ.ฯ วันที่13ธ.ค.นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารเรือกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ทัพเรือภาคที่3 เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นต้น ก็หวังว่าจะเป็นพื้นที่ในการคลี่คลายปัญหา ต้องมาดูกันว่าจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างไร

เมื่อถามว่ารัฐบาลไทยควรดำเนินการอย่างไรกับตัวประกันไทยทั้ง 4 รายที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เขาควรได้รับการปล่อยตัวกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัยที่สุด ที่ผ่านมาเราทราบมาตลอดว่ารัฐบาลไทย กับรัฐบาลเมียนมามีความใกล้ชิดกันมาตลอด ในเมื่อบอกว่ามีความใกล้ชิด จึงมีความจำเป็นต้องใช้ความใกล้ชิดดังกล่าวเพื่อปล่อยตัวประกัน ต้องหาความเหมาะสมในการแสดงท่าทีทางการทูตเพื่อให้เมียนมารับรู้ว่าคือเรื่องร้ายแรง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

เมื่อถามว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุ มีคณะกรรมการเจรจาและได้ทำหนังสือท้วงไปแล้ว จะเพียงพอหรือไม่ หรือต้องมีกรรมการพิเศษ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงต้องดูว่าสุดท้ายพอหรือไม่

“แต่ท่าทีของรัฐบาลเรา มันเบาไปหน่อย พอมันเบาไป พอไม่มีกระแสสังคม พอไม่มีพี่น้องสื่อมวลชนไปสอบถาม ผมไม่มั่นใจว่าจะทำหนังสือไปหรือไม่ ท่าทีมันเบามาก คงต้องสอบถามรัฐบาล ยืนยันว่าเรานิ่งนอนใจไม่ได้ เราต้องทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรง” นายรังสิมันต์ กล่าว

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...