โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

วิเคราะห์ ตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทยในปี 2567

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้เผชิญกับความท้าทายอย่างมากในปี 2567 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายรถยนต์ใหม่ และมือสองมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา และมาตรการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน คาดว่ามียอดขายรถยนต์ใหม่ประมาณ 560,000 คัน ซึ่งลดลงถึง 28 % เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 ในขณะที่ยอดขายรถยนต์มือสองในตลาด B2C (Business To Consumer) คาดว่าจะลดลงประมาณ 5 % จากปี 2566 ทำให้เป็นการลดลงที่มีความรุนแรงที่สุดในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

ความสนใจรถยนต์มือสองลดลงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี

ในปี 2566 ความต้องการรถยนต์มือสองลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 12 เดือน เมื่อเข้าสู่ไตรมาสแรกของปี 2567 มีการค้นหาเนื้อหาเกี่ยวกับรถมือสองเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในเดือนมกราคม 2567 ซึ่งมีจำนวนการค้นหามากกว่า 4.8 ล้านครั้ง แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ความสนใจในรถยนต์มือสองค่อยๆ ลดลง จนถึงสิ้นปี 2567 นั่นเป็นผลมาจากการเข้มงวดของนโยบายสินเชื่อจากสถาบันการเงินทำให้ผู้ซื้อมีความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ผู้บริโภคจึงหันมาใช้เงินสดมากขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 30 %

ในปี 2567 รถมือสองที่ได้รับความนิยมในการค้นหายังคงเป็นรถกระบะ โดย Isuzu D-Max (อีซูซุ ดี-แมกซ์) ยังคงอยู่ในอันดับแรกด้วยการค้นหาประมาณ 530,000 ครั้ง รถซีดาน D-Class มือสองทั้ง Toyota Camry (โตโยตา แคมรี) และ Honda Accord (ฮอนดา แอคคอร์ด) มีการค้นหา 385,094 และ 219,166 ครั้งตามลำดับ

ราคาของรถยนต์มือสองลดลงในทุกกลุ่ม

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ราคาขายเฉลี่ยของรถยนต์มือสองยังคงมีแนวโน้มลดลง แต่การลดลงนี้ช้าลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567 เนื่องจากราคารถยนต์อยู่ในระดับต่ำแล้ว ภายในระยะเวลา 2 ปี ราคาของรถยนต์มือสองลดลงถึง 21 %

ปี 2566 ตลาดรถยนต์ทุกเซกเมนท์เผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างหนัก ส่งผลให้ระดับราคาโดยรวมลดลง รถยนต์ที่ผลิตในช่วงปี 2556-2566 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์เก๋งลดลง 20.3 % รถยนต์เอสยูวีลดลง 12.4 % รถแฮทช์แบคลดลง 12 % และรถพิคอัพลดลง 7.7 %

ความท้าทายปี 2568

บริษัท สหการประมูล จำกัด (AUCT) ประเมินว่าปี 2568 ราคาตลาดรถยนต์มือสองจะปรับสูงขึ้นร้อยละ 10-15 อันเนื่องมาจากปริมาณรถยนต์มือสองคุณภาพสูงมีจำกัด คาดการณ์ปริมาณรถยนต์มือสองที่จะเข้าสู่กระบวนการประมูลในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 250,000 คัน ลดลงจากปี 2567 ส่วนปริมาณการซื้อขายรถยนต์มือสองในตลาด B2C คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2567 ประมาณ 300,000 คัน

ในเดือนตุลาคม ปี 2567 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 % ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านเครดิทสำหรับบุคคล และองค์กรที่มีการกู้ยืม การปรับลดครั้งนี้คาดว่าจะทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมลดลง และกระตุ้นการบริโภคส่วนบุคคลในปีหน้า

ท่ามกลางกระแสรถยนต์จีนราคาประหยัดที่เข้ามาในตลาดมากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อรถมากมายขึ้นเรื่อยๆ นักธุรกิจด้านรถยนต์มือสองจำเป็นต้องพิจารณาปริมาณการรับสินค้า และแหล่งที่ มาของสินค้าเพื่อให้แน่ใจว่ามีการหมุนเวียนได้เร็ว และมีสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากนี้ การส่งเสริมการขายผ่านพแลทฟอร์มดิจิทอลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริ โภคจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักธุรกิจเพิ่มยอดขาย และสูงสุดผลกำไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...