โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หวั่นมีผู้เสียชีวิต 179 ราย จากโศกนาฏกรรมการบิน ครั้งร้ายแรงที่สุดในเกาหลีใต้

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ธ.ค. 2567 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2567 เวลา 07.55 น. • The Bangkok Insight

เกาหลีใต้หวั่นมีผู้เสียชีวิต 179 ราย จากโศกนาฏกรรม "สายการบินเจจู แอร์" ครั้งร้ายแรงที่สุดในเกาหลีใต้ ลูกเรือ 2 คนรอดชีวิต การค้นหาและการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ขณะการสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่า อาจถูกนกบินชน

เว็บไซต์ข่าว เดอะ โคเรีย เฮอรัลด์ (The Korea Herald) รายงานว่า นีับถึงเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินสายการบินเจจู แอร์ ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ชนกับรั้วสนามบินจนเกิดไฟลุกไหม้แล้วอย่างน้อย 124 ราย ขณะทางการเตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นเป็น 179 ราย จากจำนวนผู้โดยสาร และลูกเรือทั้งหมด 181 ราย ถือเป็นภัยพิบัติทางการบินครั้งร้ายแรงที่สุดของเกาหลีใต้

เกาหลีใต้

กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ ระบุว่า เที่ยวบิน 7C 2216 ของสายการบินเจจู แอร์ ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิง 737-800 บรรทุกผู้โดยสาร และลูกเรือ 181 คน เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ขณะพยายามลงจอดฉุกเฉิน ซึ่งในเวลาเพียง 2 นาทีหลังจากนักบินส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เครื่องบินก็พุ่งชนรั้วสนามบิน และระเบิดเป็นลูกไฟ

ขณะที่สำนักงานดับเพลิงเมืองชอนนัม รายงานว่า ผู้โดยสารบนเครื่องบินส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว โดยพบผู้รอดชีวิต 2 ราย ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าเป็นลูกเรือทั้ง 2 ราย โดยผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าว เป็นชาวเกาหลีใต้ 173 ราย และชาวไทย 2 ราย

ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแจ้งว่า ไม่พบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม และสภาพของซากเครื่องบินบ่งชี้ว่าความหวังที่จะมีผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมมีน้อยมาก โดยตัวเครื่องบินได้รับความเสียหายทั้งหมดจากอุบัติเหตุ ทำให้การระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตทำได้ยาก ทีมกู้ภัยยังคงพยายามค้นหาร่างของผู้โดยสารที่สูญหายต่อไป ขณะที่ได้จัดตั้งห้องเก็บศพชั่วคราวเพื่อใช้เก็บร่างที่กู้คืนมาได้

เจ้าหน้าที่เสริมว่ าร่างของผู้โดยสารจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ทำให้กระบวนการระบุตัวตนมีความซับซ้อน

ขณะที่ นายคิม อีแบ ซีอีโอบริษัท เจจู แอร์ จำกัด แสดงความเสียใจ และขอโทษต่อผู้โดยสารที่เสียชีวิต รวมถึงครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับรัฐบาลในการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

"ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ผมในฐานะซีอีโอมีความรับผิดชอบอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ สายการบิน เจจู แอร์ จะทำทุกวิถีทางเพื่อเร่งรัดความพยายามในการฟื้นฟู และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต"

นายคิม บอกด้วยว่าสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงไม่ชัดเจน และเน้นย้ำว่าสายการบินกำลังรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของรัฐบาล

"ในขณะนี้ เป็นเรื่องยากที่จะระบุสาเหตุของอุบัติเหตุได้ และเราต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง"

เกาหลีใต้

ทั้งนี้ เครื่องบินลำที่เกิดอุบัติเหตุ มีอายุใช้งาน 15 ปี ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุมาก่อน โดยสายการบินกำลังดำเนินการเพื่อระบุสาเหตุที่ชัดเจนของอุบัติเหตุ และชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานบอกด้วยว่า เครื่องบินลำดังกล่าว เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ และกำหนดลงจอดที่สนามบืนมูอัน ในเวลา 08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งในการพยายามลงจอดครั้งแรกบนรันเวย์หมายเลข 1 เครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ และต้องบินวนรอบเพื่อพยายามลงจอดอีกครั้ง

ในการพยายามครั้งที่สอง พบว่า ระบบลงจอดขัดข้อง ส่งผลให้ต้องลงจอดฉุกเฉินบริเวณปลายรันเวย์ใกล้จุดสิ้นสุดรันเวย์ และเนื่องจากเครื่องบินไม่สามารถชะลอความเร็วได้เต็มที่ จึงพุ่งชนรั้วสนามบินด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้เครื่องบินได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ทันที

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินซึ่งรวมถึงนักดับเพลิง 80 นาย ถูกส่งไปที่เกิดเหตุทันที เพลิงไหม้สามารถควบคุมได้ภายใน 43 นาที และเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยจากด้านท้ายเครื่องบิน ผู้รอดชีวิต 2 คนได้รับการช่วยเหลือ แต่ทางการเกรงว่าอาจพบศพเพิ่มอีกในระหว่างที่ค้นหาซากเครื่องบินต่อไป

การสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า สาเหตุที่ระบบลงจอดทำงานผิดปกติน่าจะมาจาก "นกชน" เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินชนกับฝูงนก หรือเมื่อนกเข้าไปในเครื่องยนต์

มีการตั้งสายด่วนเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถสอบถามเกี่ยวกับผู้ที่คาดว่าอยู่บนเครื่องบินได้: 080-898-1500 (ในเกาหลี) +82-1599-8629 (จากต่างประเทศ) และ 1-833-892-0197 (จากอเมริกาเหนือ)

ประกาศเขตภัยพิบัติพิเศษ

ขณะเดียวกัน นายชเว ซังม็อก รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ประกาศให้เมืองมูอัน เป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ

นายชเว ย้ำถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ โดยระบุว่ามีการสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องประสานงานกันเพื่อรับมือกับเรื่องนี้

"รัฐบาลได้เปิดใช้งานสำนักงานใหญ่ด้านการป้องกันภัยพิบัติและความปลอดภัยกลาง และจะจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมด เราจะประกาศให้เมืองมูอันเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้แน่ใจว่าความพยายามบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูมีประสิทธิผล"

เกาหลีใต้

ทั้งนี้ การกำหนดเขตภัยพิบัติพิเศษตามที่ระบุไว้ในกรอบกฎหมายว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและความปลอดภัย จะช่วยให้รัฐบาลเกาหลีใต้สามารถสนับสนุนด้านการบริหาร การเงิน และการแพทย์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้มากขึ้น รวมถึงการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน แผนการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ และความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับเหยื่อ และครอบครัว

ภายใต้การกำหนดนี้ ทีมสอบสวนร่วมซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานจัดการภัยพิบัติ จะดำเนินการประเมิน และร่างแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสม กับความรุนแรงของภัยพิบัติ มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งการบรรเทาทุกข์ทันที และการฟื้นฟูในระยะยาวสำหรับบุคคลและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่ยังคงมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติการกู้ภัย และการระบุตัวเหยื่อในขณะที่การสืบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ประมาณ 720 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสนามบิน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ ทหาร และหน่วยยามชายฝั่ง ได้ถูกส่งไปที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...