"ทวี" นำทัพ "ประชาชาติ" ล้อมวงถก "เครือข่ายต้มยำ" แดนเสือโคร่งมลายู กางแผนดับไฟใต้
">
วันที่ 1 ก.พ.2569 ที่ ร้านอาหารมาราเกช อาหรับ (Marrakesh Arab) ย่านกัมปุงบารู กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางร่วมกิจกรรม "ประชาชาติกับผู้ประกอบการต้มยำมาเลเซีย" เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อกลุ่มผู้ประกอบการและแรงงานไทยรายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย
พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเปรียบเทียบภาพการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา พื้นที่เสมือนตกอยู่ในสภาวะ "ถอยหลัง" โดยยกตัวอย่าง สนามบินปัตตานี (บ่อทอง) ที่ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2506 เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แม้แต่ผู้ที่จะเดินทางไปหาดใหญ่ยังต้องมาลงที่นี่
"หลังเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2547 สนามบินของประชาชนกลับกลายเป็นสนามบินทหาร ทำให้ปัตตานีเสียโอกาสมหาศาล ทั้งที่ควรเป็นประตูสู่มักกะฮ์รองรับผู้แสวงบุญฮัจญ์และอุมเราะห์ นี่คือผลกระทบจากการเอาความมั่นคงนำการพัฒนา" หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ รถไฟรางคู่ช่วงหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ว่าได้รับอนุมัติงบประมาณจากงบกลางจำนวน 34,000 ล้านบาทแล้ว หลังจากได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่ารถไฟคือเส้นเลือดใหญ่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ให้ทัดเทียมภูมิภาคอื่น
ประเด็นที่น่าสนใจคือการพูดถึงสถานการณ์ยาเสพติด พ.ต.อ.ทวี ยอมรับว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งหนีปัญหายาเสพติดจากหมู่บ้านเข้าไปในมาเลเซีย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่มาเลเซียต้องสร้างรั้วกั้นชายแดน ไม่ใช่เพื่อกันคน แต่เพื่อกัน "ยาเสพติด-ของเถื่อน" จากฝั่งไทย
"หากได้กลับมาทำงานอีกครั้ง ใน 100 วันแรกเราจะเปิดยุทธการกวาดล้าง จับกุม และยึดทรัพย์นักค้ายาอย่างจริงจัง สังคมไม่ควรยอมให้กลุ่มคนเหล่านี้ยังมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม"
พรรคประชาชาติยังได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิม คือ “ระบบเศรษฐกิจปลอดดอกเบี้ย” และการจัดตั้ง “กองทุนสันติภาพหมู่บ้านละล้าน” เพื่อสนับสนุน SME ในรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร รวมถึงนโยบายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 0-3% เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากกลุ่มทุนอิสลามทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดัน "กฎหมายสร้างสันติภาพ" เพื่อยกเลิกกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเปลี่ยนบทบาท ศอ.บต. ให้ทำงานตอบโจทย์พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้แสดงความมั่นใจต่อสนามการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยตั้งเป้ากวาด ส.ส. เขตในพื้นที่ 13 เขต อย่างน้อย 10 ที่นั่ง พร้อมรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยชูจุดแข็งของทีมงานอย่าง นายกูเฮง ยาวอหะซัน, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และนายซูการ์โน มะทา เพื่อกลับมาขับเคลื่อนนโยบาย "คืนสิทธิ-สร้างโอกาส" ให้พี่น้องชาวใต้และเครือข่ายต้มยำกุ้งอย่างยั่งยืน