โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไมโทคอนเดรีย: โรงงานพลังงานระดับเซลล์ที่กำหนดความแก่ ความอ้วน และความทนทานของร่างกาย

TOJO NEWS

อัพเดต 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 7.20 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sattawat Veranon

หากต้องเลือกอวัยวะหรือโครงสร้างที่สำคัญที่สุดต่อการมีชีวิตของมนุษย์ หลายคนอาจนึกถึงหัวใจ สมอง หรือปอด แต่ในระดับชีววิทยาระดับลึกที่สุด หน่วยที่กำหนดความแข็งแรงและอายุขัยของร่างกายจริง ๆ คือ ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) โครงสร้างขนาดเล็กในเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตพลังงาน

ไมโทคอนเดรียไม่ใช่แค่ “โรงงานพลังงาน” แต่เป็นศูนย์ควบคุมการเผาผลาญ การซ่อมแซมเซลล์ และกระบวนการชะลอวัยของร่างกาย

ไมโทคอนเดรียคืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

ไมโทคอนเดรียเป็นออร์แกเนลล์ภายในเซลล์ ทำหน้าที่เปลี่ยนสารอาหาร เช่น กลูโคส ไขมัน และกรดอะมิโน ให้เป็นพลังงานในรูป ATP ซึ่งเป็นหน่วยพลังงานที่เซลล์ใช้ในการทำงาน

ทุกกระบวนการในร่างกาย ตั้งแต่การหดตัวของกล้ามเนื้อ การทำงานของสมอง ไปจนถึงการซ่อมแซม DNA ต้องใช้พลังงานจากไมโทคอนเดรีย หากไมโทคอนเดรียทำงานด้อยลง เซลล์จะเข้าสู่ภาวะอ่อนล้าและเสื่อมเร็วขึ้น

ไมโทคอนเดรียกับความแก่ (Cellular Aging)

หนึ่งในทฤษฎีความแก่ที่สำคัญที่สุดคือ ทฤษฎีความเสื่อมของไมโทคอนเดรีย เมื่อเวลาผ่านไป ไมโทคอนเดรียจะสะสมความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผลิตพลังงานได้น้อยลงและสร้างของเสียมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ

  • เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง
  • การทำงานของอวัยวะลดลง
  • ความเสี่ยงโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น

คุณภาพของไมโทคอนเดรียจึงเป็นหนึ่งในตัวกำหนดอายุชีวภาพ (Biological Age) มากกว่าอายุจริง

ไมโทคอนเดรียกับโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม

ไมโทคอนเดรียมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญไขมันและน้ำตาล หากไมโทคอนเดรียทำงานดี ร่างกายจะใช้ไขมันเป็นพลังงานได้มีประสิทธิภาพ แต่หากทำงานแย่ ร่างกายจะสะสมไขมันง่ายขึ้น

การทำงานผิดปกติของไมโทคอนเดรียเชื่อมโยงกับ

  • ภาวะดื้ออินซูลิน
  • โรคอ้วน
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

นี่คือเหตุผลที่บางคนกินไม่มากแต่ยังอ้วน เพราะระบบเผาผลาญระดับเซลล์ทำงานไม่เต็มที่

ไมโทคอนเดรียกับสมรรถภาพร่างกายและสมอง

กล้ามเนื้อและสมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในร่างกาย คุณภาพของไมโทคอนเดรียจึงสัมพันธ์โดยตรงกับ

  • ความแข็งแรง
  • ความทนทาน
  • สมาธิและความจำ
  • ความเร็วในการฟื้นตัว

นักกีฬาระดับสูงมักมีไมโทคอนเดรียจำนวนมากและทำงานมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้พลังงานได้ยาวนานโดยไม่เหนื่อยง่าย

ปัจจัยที่ทำลายไมโทคอนเดรียในชีวิตประจำวัน

พฤติกรรมบางอย่างทำให้ไมโทคอนเดรียเสื่อมเร็ว เช่น

  • การกินน้ำตาลและอาหารแปรรูปมากเกินไป
  • การไม่ออกกำลังกาย
  • การนอนน้อย
  • ความเครียดเรื้อรัง
  • การอักเสบระดับต่ำต่อเนื่อง

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไมโทคอนเดรียผลิตพลังงานได้น้อยลงและสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น

ไมโทคอนเดรียในมุมมองสุขภาพเชิงระบบ

จากแนวคิดสุขภาพเชิงระบบ ไมโทคอนเดรียเป็น “ศูนย์กลางพลังงาน” ที่เชื่อมโยงระบบเมตาบอลิซึม ฮอร์โมน ระบบประสาท และการอักเสบ หากไมโทคอนเดรียแข็งแรง ระบบอื่น ๆ จะทำงานได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่แค่ระดับอวัยวะ แต่ต้องลงไปถึงระดับเซลล์

วิธีฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพไมโทคอนเดรีย

การเพิ่มคุณภาพไมโทคอนเดรียต้องใช้พฤติกรรมที่กระตุ้นเซลล์ เช่น

  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและเวทเทรนนิ่ง
  • การจัดจังหวะการกินให้เหมาะสม
  • การนอนตามนาฬิกาชีวภาพ
  • การลดการอักเสบและความเครียด

พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายสร้างไมโทคอนเดรียใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน

บทสรุป

ไมโทคอนเดรียคือรากฐานของพลังงานชีวิตและความแก่ในระดับเซลล์ สุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับอวัยวะใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไมโทคอนเดรียในเซลล์ทุกเซลล์ การดูแลไมโทคอนเดรียจึงเป็นหัวใจของการมีสุขภาพดี อายุยืน และมีคุณภาพชีวิตสูงในระยะยาว

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...