นักวิเคราะห์ชี้ ไม่มีพรรคใดคว้าชัยถล่มทลาย ศก.-ปัญหาไทย-กัมพูชา 2 ปัจจัยใหญ่ มีผลต่อการตัดสินใจ
นักวิเคราะห์ชี้ ไม่มีพรรคใดคว้าชัยถล่มทลายศก.-ปัญหาไทย-กัมพูชา 2 ปัจจัยใหญ่ มีผลต่อการตัดสินใจ
เดอะ สเตรทส์ไทมส์ สื่อสิงคโปร์ที่เกาะติดการเลือกตั้งไทยอย่างใกล้ชิดรายงานว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศของไทยที่มีเกือบ 53 ล้านคนทั่วประเทศ รวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจำนวน 2.3 ล้านคน ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเศรษฐกิจและความขัดแย้งแนวชายแดนเป็น 2 ประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจมากที่สุด ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า ไม่น่าที่จะมีพรรคใดที่จะกวาดชัยชนะไปได้อย่างถล่มทลาย เนื่องจากประเทศไทยมีความแตกแยกทางการเมืองและอุดมการณ์อย่างมาก ซึ่งรัฐบาลผสมจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ใครก็ตามที่นำการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และรัฐบาลผสมชุดใหม่จะประกอบด้วยพรรคใดบ้าง เป็นสิ่งที่บรรดาผู้สังเกตการณ์ต่างกำลังจับตาดูอยู่
สเตรทส์ไทมส์ได้สอบถามความคิดเห็นของโหวตเตอร์วัยหนุ่มสาว ซึ่งรายหนึ่งระบุว่า แม้เธอยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกพรรคใด แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต้องมุ่งความสนใจไปที่การยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น โหวตเตอร์อีกรายบอกว่าจะพิจารณานโยบายของพรรคต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ของผู้สมัครแต่ละคนประกอบกันในการตัดสินใจด้วย
สเตรทส์ไทมส์ยังรายงานถึง 3 พรรคการเมืองที่ต้องจับตา ได้แก่ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวหัวปฏิรูปเสรีนิยม ที่เป็นการฟื้นคืนชีพกลับมาหลังจากพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลได้ถูกยุบพรรคไป ในการหาเสียง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร้องขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วยกันโหวตให้พรรคประชาชนคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย เพื่อให้พรรคได้ครองที่นั่ง ส.ส.มากกว่าครึ่งหนึ่งในสภา โดยหากได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจ พรรคประชาชนมุ่งหวังจะเดินหน้านโยบายต่างๆ ที่ได้ประกาศไว้ เช่น การปฏิรูปกองทัพไทยให้ทันสมัยโดยแทนที่ระบบคัดเลือกเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ และการสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
อีกพรรคคือ พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเสียงสนับสนุนมาเป็นอันดับ 3 ได้ที่นั่งในสภาไป 71 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2566 นั้น ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2568 จากการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีการจัดการปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นายอนุทินที่เป็นขั้วอนุรักษนิยม ได้ใช้ประเด็นพิพาทแนวชายแดนมาปลุกกระแสชาตินิยมและชูโครงการคนละครึ่งพลัสในการหาเสียงครั้งนี้
ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ยังคงขับเคลื่อนการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝันใหญ่ไปพร้อมกับพรรคเพื่อไทย โดยชูรายได้ที่สูงขึ้นของเหล่าเกษตรกร ตลอดจนข้าราชการ ตำรวจและทหาร และนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน
สเตรทส์ไทมส์รายงานว่า เศรษฐกิจไทยนั้นไม่สู้ดีนัก โดยกระทรวงการคลังได้ประมาณการว่า จีดีพีในปี 2568 จะเติบโตเพียง 2.2% ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้าที่คาดว่าจะโต 2.4% ในปี 2569 รัฐบาลคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.2-2.2% เท่านั้น พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงภาระหนี้ภาคเอกชนที่มีอยู่สูงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้าคณะเศรษฐศาสตร์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มภาคธุรกิจของไทยนั้นย่ำแย่ลงอย่างชัดเจนมาก ครั้งหนึ่งไทยเคยได้รับฉายาว่า “เทฟลอน ไทยแลนด์” เนื่องจากมีความสามารถในการฟื้นตัวจากผลกระทบภายนอกได้ดี แต่ปัจจุบันกำลังเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็น คนป่วยแห่งเอเชีย และในขณะที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่ประกาศแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเพิ่มรายได้เงินคงคลังรัฐบาลอย่างไร เพื่อดึงดูดเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่นายบุรินทร์กล่าวว่า คำสัญญาที่ให้ไว้ในการหาเสียงนั้น ส่วนใหญ่เน้นไปที่การเพิ่มสวัสดิการ ลดค่าครองชีพและแจกเงินช่วยเหลือ ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นประโยชน์ในระยะสั้นเท่านั้น หากแต่นโยบายเศรษฐกิจควรแก้ไขจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่มีมายาวนาน เช่น การขาดแคลนแรงงานฝีมือ และระบบการศึกษาที่ไม่สามารถตามทันความต้องการของตลาดแรงงานได้ ซึ่งพรรคการเมืองต่างๆ ยังไม่ได้กล่าวถึงประเด็นเหล่านี้เลย
ปัญหาพิพาทแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ถูกปลุกเร้า ซึ่ง ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเด็นชาตินิยมและความมั่นคงกลายเป็นปัจจัยทรงอิทธิพลที่มีต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเสริมสร้างวาทกรรมทางการเมืองที่เน้นอัตลักษณ์และอำนาจอธิปไตย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิเคราะห์ชี้ ไม่มีพรรคใดคว้าชัยถล่มทลาย ศก.-ปัญหาไทย-กัมพูชา 2 ปัจจัยใหญ่ มีผลต่อการตัดสินใจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th