โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกพอ. ดีเดย์ 3 เม.ย. สั่งลุยสร้าง “สนามบินอู่ตะเภา” 2.9 แสนล. ย้ำเฟสแรกต้องรับ 12 ล้านคน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 10.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ได้ทำหนังสือยืนยันความพร้อม รายละเอียด และกรอบการดำเนินงาน โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)

ทั้งนี้ สกพอ. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นวันเริ่มนับระยะเวลาโครงการ 50 ปี และจะสิ้นสุดสัมปทานในปี พ.ศ. 2619

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีมูลค่าการลงทุน 290,000 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สกพอ. ได้ลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนกับ UTA ในฐานะผู้รับสัมปทาน กรณีสละสิทธิ์เงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)

สำหรับกรอบระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 5 ปี โดยคาดว่า จะเปิดให้บริการในปี 2574 จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้แล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการทดสอบความปลอดภัย และขอรับใบรับรองมาตรฐานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก่อนเปิดให้บริการ

ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งมีโครงสร้างทางวิ่งเป็นอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์ และปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างนั้น นายจุฬา ระบุว่า ไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างรันเวย์และอาคารผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากมีการปรับแก้ในเชิงวิศวกรรมร่วมกันแล้ว

สำหรับกรณีที่ UTA เสนอปรับแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โดยขอลดขนาดการพัฒนาขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารในระยะแรก จากเดิมรองรับ 12 ล้านคนต่อปี เป็นเริ่มต้นที่ 3 ล้านคนต่อปี ภายใต้เงื่อนไขว่าในช่วงแรกยังไม่มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนั้น นายจุฬา ยืนยันว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับลดแผนการพัฒนาแต่อย่างใด

โดยยังคงเงื่อนไขการพัฒนา 6 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกดำเนินงานหลักและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารที่มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี และจะลงทุนในระยะที่ 2–6 เมื่อปริมาณผู้โดยสารถึงร้อยละ 80 ของขีดความสามารถในระยะปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายให้สนามบินอู่ตะเภาสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคนต่อปีในปีสุดท้ายของโครงการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...