ฮุนมาเนตให้สัมภาษณ์ AFP อยากลดความตึงเครียดกรณีความขัดแย้งกับไทย เผยศูนย์สแกมทำลายเศรษฐกิจ อ้างไม่รู้เฉินจื้อ คือบอสใหญ่สแกมเมอร์
ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว AFP วานนี้ (25 กุมภาพันธ์) โดยระบุถึงกรณีความขัดแย้งชายแดนกับไทย ว่ากัมพูชาไม่ได้เป็นฝ่ายเพิ่มความตึงเครียด แต่ต้องการลดความตึงเครียดและหาทางออกอย่างสันติ
“เราไม่ได้เพิ่มความตึงเครียด เราต้องการลดความตึงเครียด เราต้องการการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ฮุนมาเนต กล่าว
AFP รายงานว่าท่าทีของผู้นำกัมพูชา มีขึ้นในขณะที่กองทัพไทยเปิดเผยว่ากัมพูชาได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. มายังบริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ใกล้กับจุดลาดตระเวนของทหารไทย จนทำให้เกิดการยิงตอบโต้ตามกฎการปะทะ เมื่อวันอังคาร (24 กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ผู้นำกัมพูชากล่าวหาว่า กองทัพไทยได้ยึดครองหลายพื้นที่ชายแดนของกัมพูชาและเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังทหารออกไป
ขณะที่ฮุนมาเนต ปฏิเสธที่จะกล่าวในการให้สัมภาษณ์ ว่าฝ่ายไทยยึดครองดินแดนกัมพูชาไปมากแค่ไหน แต่กล่าวหาว่าไทยรุกล้ำดินแดน ‘เกินกว่า’ จุดที่แม้แต่รัฐบาลไทยระบุว่าเป็นพรมแดนระหว่างสองประเทศ
เมื่อถูกถามว่ากองทัพกัมพูชาจะต่อสู้เพื่อยึดคืนดินแดนที่เสียไปหรือไม่ เขากล่าวว่า “เรายึดมั่นในแนวทางการลดความตึงเครียดและการแก้ปัญหาอย่างสันติเสมอ”
ทั้งนี้ รัฐบาลพนมเปญได้ขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส โดยขอเข้าถึงเอกสารและแผนที่ทางประวัติศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดน ขณะที่เรียกร้องให้“คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission) ดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป
โดยฮุนมาเนต กล่าวว่า “ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร กัมพูชาก็พร้อมที่จะยอมรับ” และเสริมว่า เขาหวังว่า “ประเทศไทยจะยอมรับเช่นเดียวกัน”
การให้สัมภาษณ์ของผู้นำกัมพูชา เกิดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียมโดยเป็นส่วนหนึ่งของทริปการเยือนชาติตะวันตกเพื่อเสริมสร้างการสนับสนุนทางการทูต ซึ่งรวมถึงการเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี. ของสหรัฐฯ และนครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ด้วย
ขณะที่เขายังมีกำหนดการพบกับอันโตนิโอ คอสตา (Antonio Costa) ประธานสภายุโรป และกาจา คัลลาส (Kaja Kallas) นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปด้วย
ยอมรับศูนย์สแกมทำลายเศรษฐกิจกัมพูชา
นอกจากนี้ ผู้นำกัมพูชา ยังตอบคำถามในประเด็นผลกระทบจากการที่กัมพูชากลายเป็นแหล่งรวมของแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงและหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งก่อความเสียหายมหาศาลไปทั่วโลก
โดยเขายอมรับว่าศูนย์สแกม (Scam Center) กำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศและทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลพนมเปญสมรู้ร่วมคิด
“เครือข่ายหลอกลวง หรือที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจมืด กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของเรา มันทำให้กัมพูชาเสียชื่อเสียง” ฮุนมาเนต กล่าว และชี้ว่าขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ กำลังทำลายการท่องเที่ยวและการลงทุน
“นี่คือเหตุผลที่เราต้องกวาดล้างมันออกไป”
อย่างไรก็ตาม ฮุนมาเนต ยอมรับว่าเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงเหล่านี้ ได้กระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานในประเทศทางอ้อม แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกัมพูชาได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้
“ใช่ ศูนย์มิจฉาชีพอาจส่งผลโดยตรงต่ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การก่อสร้าง การซื้อ การสร้างศูนย์ต่างๆ แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชา” นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว
ไม่รู้มาก่อนว่าเฉินจื้อเป็นบอสใหญ่สแกมเมอร์
ที่ผ่านมารัฐบาลกัมพูชาเผยว่า ได้ดำเนินการปราบปรามศูนย์สแกมทั่วประเทศ ส่งผลให้มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องและเหยื่อหลายพันคน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติจำนวนมาก
โดยก่อนหน้านี้ยังได้มีการส่งตัวเฉินจื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group และอดีตที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์รายใหญ่ให้แก่ทางการจีนไปดำเนินคดีด้วย
ขณะที่ฮุนมาเนต ปฏิเสธว่า “ไม่รู้มาก่อนว่าเฉินจื้อเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายสแกมเมอร์” และเผยว่า ไม่พบข้อสงสัยใดๆ ในการตรวจสอบประวัติของเฉินจื้อ ขณะที่ชี้ว่า ก่อนที่เฉินจื้อ จะถูกตั้งข้อหา ในสายตาของรัฐบาลพนมเปญ เขาเป็นเพียง ‘นักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ’
“เราไม่รู้เลยว่าเราทำอะไร” ฮุนมาเนต กล่าว พร้อมเสริมว่าทางการกัมพูชาได้ดำเนินการ เมื่อทราบถึงการกระทำผิดตามที่เขาถูกกล่าวหา
อ้างอิง :