ตามรอยความคราฟต์ฉบับ “สุโขทัย” เมืองหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านที่ UNESCO ยกย่อง
สุโขทัย เมืองมรดกโลกที่ตกทอดมรดกแห่งความ “คราฟต์” ทั้งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานกว่า 700 ปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO Creative Cities Thailandด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (crafts & folk art) ใน พ.ศ.2562 ไม่ว่าจะเป็นสังคโลก เครื่องเงิน เครื่องทอง การทอผ้า งานปั้น พระพิมพ์ หรือเซรามิกเครื่องเคลือบถ้วยชาม ทั้งหมดล้วนเป็น DNA ความคราฟต์จากอดีตอันรุ่งเรืองของกรุงสุโขทัยที่ถูกส่งต่อสู่ปัจจุบันทั้งสิ้น
และเมื่องานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านถูกต่อยอดสู่ความร่วมสมัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงนำทุนทางวัฒนธรรมที่ความคราฟต์ได้กลายเป็นวิถีของชาวสุโขทัย มาต่อยอดสู่เส้นทางท่องเที่ยวดินแดนมรดกโลกที่ซ้อนทับระหว่างความรุ่งเรืองของเมืองสุโขทัยในอดีต และความรุ่มรวยทางหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้านที่ยังคงได้รับการสืบสาน อีกทั้งสุโขทัยยังเป็นศูนย์รวมของช่างฝีมือมากมายหลายแขนงให้ได้เข้าไปเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นช่างสังคโลก ช่างเงิน ช่างทอง ช่างทอผ้า ไปจนถึงช่างปั้น ช่างเขียนลาย ส่วนจะมีพิกัดไหนเป็นไฮไลต์ความคราฟต์ฉบับ สุโขทัย บ้างนั้น Sarakadee Lite ปักหมุดให้สายคราฟต์ได้พร้อมออกเดินทางกันแล้ว
“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง” ตามหาต้นกำเนิดสังคโลกสุโขทัย
หากจะตามหารากฐานความคราฟต์ของ สุโขทัย ที่หยั่งรากมากว่า 700 ปี ต้องมาที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง” ที่นี่รวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับราชธานีสุโขทัยในทุกยุคสมัย ไฮไลต์คือ เครื่องสังคโลกโบราณของจริง และ “เตาทุเรียง” ที่เป็นเตาเผาเครื่องสังคโลกแบบโบราณ จุดเริ่มต้นที่ทำให้สุโขทัยเป็นเมืองเอกด้านเครื่องสังคโลก
ในส่วนของสังคโลกนั้นถือว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องสังคโลกมากเป็นอันดับต้นของไทย มีครบทั้งภาชนะ ตุ๊กตา งานประติมากรรมประดับตกแต่ง รวมไปถึงเครื่องประกอบสถาปัตยกรรมที่ยืนยันได้ว่าความคราฟต์ ความประณีตนั้นอยู่ในสายเลือดของชาวสุโขทัยมาแต่อดีต อย่างเครื่องประกอบสถาปัตยกรรมจากสังคโลกก็เช่นโคมไฟเคลือบสีเขียวอมเทาฉลุลายเครือเถา กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องเชิงชายประดับลายเทพนมและพรรณไม้ แม้แต่ยักษ์ทวารบาลเฝ้าประตูก็เป็นเครื่องสังคโลกเช่นกัน
นอกจากงานสังคโลก ในพิพิธภัณฑ์ยังมีงานพุทธศิลป์ทั้งพระพุทธรูปและพระพิมพ์ซึ่งถือว่าเป็นอีกแรงบันดาลใจส่งต่อสู่ศิลปิน นักสร้างสรรค์ชาวสุโขทัยรุ่นใหม่ๆ ใครที่อยากหาแรงบันดาลใจในงานออกแบบมาเริ่มต้นได้ที่นี่
พิกัด : อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น.
ติดต่อ : โทร. 0-5569-7367
“บ้านพิมพ์พระลักษมณศิลป์” ถอดรหัสพุทธศิลป์กับเวิร์กช็อปพิมพ์พระ
สุโขทัยไม่ได้มีดีแค่เครื่องสังคโลก แต่ที่สุโขทัยตั้งแต่อดีตยังมีความรุ่งเรืองด้านพุทธศิลป์ เฉพาะที่เมืองเก่าสุโขทัยและศรีสัชนาลัยมีการขุดค้นพบพระพิมพ์มากถึง 1,200 แบบ และนั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้ ณรงค์ชัย โตอินทร์ ก่อตั้ง บ้านพระพิมพ์พระลักษมณศิลป์ ศูนย์เรียนรู้พระพิมพ์สุโขทัยโบราณ ที่นี่เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้จัดแสดงข้อมูลพระพิมพ์แบบต่างๆ ตลอดจนคติความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างพระพิมพ์ในสุโขทัย รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้ได้เวิร์กช็อปพิมพ์พระด้วยตัวเอง โดยณรงค์ชัยจะเตรียมแม่พิมพ์ ดิน และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้พร้อมสรรพพร้อมแม่พิมพ์พระแบบต่างๆ ให้เลือก เช่น พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ พระร่วงประทานพรกรุหม้อแกงทอง เป็นต้น
นอกจากจะได้ฝึกเป็นช่างพิมพ์พระอย่างโบราณแล้ว สิ่งที่จะได้ในระหว่างเวิร์กช็อปคือเกร็ดความรู้เชิงประวัติศาสตร์ศิลปะ เช่น ที่มาของชื่อพระพิมพ์แบบต่างๆ เช่น พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ มาจากเหตุการณ์ที่นักโบราณคดีขุดพบพระพิมพ์ที่วัดตาเถรขึงหนัง และได้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นว่านเสน่ห์จันทร์โชยมา ส่วน พระร่วงประทานพรกรุหม้อแกงทอง จากภาษาท้องถิ่นหมายความว่าตรงไหนก็ตามแต่ในเมืองสุโขทัยถ้าเราไปทอดแหหาปลาจะได้ปลาติดแห แทรกความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของสุโขทัยนั่นเอง
“ทางเราอยากชวนทำกิจกรรมพิมพ์พระ ให้คนมาสัมผัสเสน่ห์ของงานคราฟต์ ด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้คนเข้าใจงานศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่เป็นท้องถิ่นสุโขทัยได้มากขึ้น”
พิกัด: อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อปต้องจองล่วงหน้า
ติดต่อ : โทร. 08-9643-6219
“สุเทพสังคโลก” อนุรักษ์เครื่องเคลือบอย่างโบราณ
หนึ่งในมรดกของงานหัตถศิลป์ที่ขึ้นชื่อทั้งในด้านความทนทานในการใช้งาน และความงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นศิลปะพื้นถิ่นของสุโขทัยก็คือ เครื่องสังคโลก งานเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีที่ตกทอดภูมิปัญญาในการทำมานานกว่า 700 ปี โดยมี สุเทพสังคโลก เป็นสตูดิโอที่ยังคงอนุรักษ์เทคนิคและลวดลายเครื่องสังคโลกตามแบบโบราณของสุโขทัยไว้
สุเทพสังคโลก ก่อตั้งโดย สุเทพ พรมเพ็ชร และภรรยา ตั้งใจให้ที่นี่เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้ สตูดิโอผลิตงาน และร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาผลิตตามแบบอย่างสังคโลกและเครื่องกระเบื้องแบบโบราณของสุโขทัย ความพิเศษคือการใช้เทคนิคการเขียนลายแบบดั้งเดิม ทั้งการขูดหรือขีดให้เกิดลวดลาย การเขียนลายด้วยสีดำก่อนเคลือบใส รวมทั้งการเขียนลวดลายที่สะท้อนวิถีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ของเมืองสุโขทัย ไม่ว่าจะเป็นลายปลา ลายดอกไม้ก้านขด เป็นต้น
นอกจากแวะชมและช็อปชิ้นงานเครื่องสังคโลกแล้ว ทางร้านยังมีโซน “พิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องสังคโลกโบราณ” ให้นักท่องเที่ยวชมชิ้นงานและลวดลายต่างๆ ที่เป็นแบบดั้งเดิม ส่วนใครที่เป็นสายคราฟต์อยากเรียนรู้ศิลปะการทำเครื่องสังคโลก ทางร้านมีกิจกรรมเวิร์กช็อป สอนการปั้น และการเขียนลาย
พิกัด : อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
ติดต่อ : โทร. 08-4494-8890
“โมทนา เซรามิก” หลงใหลในเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย
โมทนา เซรามิก(Mothana Ceramic) ที่นี่เป็นร้านและสตูดิโอของนักทำเซรามิก อนุรักษ์ บุญคง ซึ่งต่อยอดแรงบันดาลใจจากความรักและความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัยที่ส่งต่อจากช่างเมื่อกว่า 700 ปีก่อนสู่ปัจจุบัน
“งานเซรามิกต้องอาศัยสมาธิและการจดจ่อ กว่าจะทำงานออกมาได้จึงไม่ง่าย เราจึงเคารพผู้ที่ทำงานอย่างมาก เราหลงใหลงานเครื่องปั้นดินเผาแบบสุโขทัย มองแล้วมันชุ่มหัวใจ ทั้งมิติของความลึกของน้ำเคลือบ เส้นลวดลายมันล้อกันไปแบบมีความหวาน อาจจะไม่อ่อนหวานเท่างานแบบเวียงกาหลง แต่ลายเส้นไม่แข็งมาก มีความเหนือจริง อย่างลายปลาสุโขทัยเป็นลายที่มีความวิจิตรที่มากกว่าความงามที่ลอกแบบตามธรรมชาติมาตรงๆ เป็นลายปลาที่รู้สึกได้ถึงพลัง” อนุรักษ์กล่าวถึงเสน่ห์ของงานคราฟต์สุโขทัยที่ทำให้เขาหลงใหลและยึดเป็นอาชีพ
ในด้านการออกแบบ โมทนา เซรามิก ดึงรายละเอียดจากลวดลายสังคโลกโบราณมาสร้างชิ้นงานที่ร่วมสมัยขึ้น ไม่ใช่การลอกเลียนแบบโบราณโดยตรง ชิ้นงานของที่นี่จึงอาจจะไม่ใช่ลายปลาสุโขทัยที่วาดปลามาทั้งตัวตามอย่างปลาโบราณ แต่แค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงรากสุโขทัย
อีกหลักการผลิตชิ้นงานของ โมทนา เซรามิก คือ ความเรียบง่าย ใช้งานได้ดี คนใช้มีความสุข ยังคงการทำมือทุกขั้นตอนโดยคนในครอบครัว พร้อมต่อยอดความรู้โบราณให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของการดัดแปลงเตาเผาสังคโลก การพัฒนาใช้ดิน สร้างสูตรสีเคลือบจากธรรมชาติเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สร้างมลพิษจากกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด
งานของ โมทนา เซรามิก มีทั้งตามแบบที่ลูกค้าต้องการแบบเฉพาะ และงานศิลปะจากเซรามิกแนวประติมากรรมที่ทางสตูดิโอสร้างสรรค์ขึ้นอย่างอิสระ และประเภทสุดท้ายคืองานเครื่องถ้วยชาม เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องปั้นดินเผาตกแต่งบ้านซึ่งบางดีไซน์ผลิตเพียงไม่กี่ชิ้นและไม่มีการทำซ้ำ ส่วนชิ้นงานที่เป็นลายซิกเนเจอร์ของที่นี่ก็คือ งานเครื่องปั้นดินเผาเคลือบเขียนทอง อ้างอิงมาจากงานเครื่องสังคโลกลายทองของสุโขทัยโบราณที่นับวันจะหายากเนื่องจากราคาทองคำสูงขึ้น อีกทั้งยังมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนกว่าลายสังคโลกทั่วไป และสำหรับใครที่อยากลองทำเครื่องเซรามิกเป็นของตัวเองสักชิ้น ทาง โมทนา เซรามิก ยังเปิดเวิร์กช็อปวาดจานสังคโลกเป็นของที่ชวนให้นึกถึง “สุโขทัย”
พิกัด: อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าชมหรือเวิร์กช็อปได้ล่วงหน้า
ติดต่อ : โทร. 09-4714-6145
“ลำตัดเงินโบราณ” สานต่อลมหายใจเครื่องเงินโบราณ
ศรีสัชนาลัย เป็นอำเภอที่เต็มไปด้วยช่างฝีมือที่ร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์โบราณ และหนึ่งในช่างฝีมือดีแห่งศรีสัชนาลัยก็คือ ลำตัด เบาบางช่างทำเครื่องเงินผู้ก่อตั้ง “ลำตัดเงินโบราณ” ร้านเครื่องเงินลายโบราณที่ต้องการอนุรักษ์ขั้นตอนและลวดลายการทำเครื่องเงินแบบโบราณไว้ พร้อมส่งต่อความชำนาญกว่า 30 ปีสู่ทายาทคือ เตือนใจ เบาบาง
ที่ลำตัดเงินโบราณเป็นทั้งร้านขายและแหล่งผลิตที่เราจะได้เห็นช่างเครื่องเงินนับสิบคนนั่งทำงาน เริ่มตั้งแต่รีดเส้นเงิน ต่อลาย ติดลาย นำเส้นเงินมาถัก ไปจนถึงการลงยาแต้มสีสันให้เครื่องเงินแบบเดียวกับเครื่องทอง โดยลวดลายของเครื่องเงินที่นี่มีต้นแบบมาจากวัดนางพญาและมีลวดลายที่สร้างสรรค์เพิ่มเติมเป็นลายเฉพาะของทางร้าน และอีกจุดเด่นของลำตัดเงินโบราณคือความอ่อนช้อยของลวดลายโดยเฉพาะลายดอกไม้เครือเถาวัลย์ต่างๆ ด้วยแล้วจะยิ่งมีความละเอียดราวกับลวดลายปูนปั้นที่ประดับอยู่ในโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเลยทีเดียว
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
ติดต่อ : โทร. 08-6448-1812
“สุนทรีผ้าไทย” ใส่ดีไซน์ใหม่ในงานผ้าทอดั้งเดิม
จากความภาคภูมิใจในมรดกงานคราฟต์โดยเฉพาะ “ผ้าซิ่นตีนจก” ของชาวไทยพวนแห่งบ้านหาดเสี้ยวที่ตกทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 200 ปี สุนทรี วิชิตนา หรือ “ครูสุนทรี” ได้ก่อตั้งแบรนด์ สุนทรีผ้าไทย รวมกลุ่มช่างทอผ้าในท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่ทอผ้าใช้เองอยู่แล้วใต้ถุนเรือนตามวิถีชีวิตของชาวไทยพวนดั้งเดิม จากการรวมกลุ่มทอผ้าและส่งผ้าทอไทยพวนดั้งเดิมขายตามร้านผ้าต่างๆ ก็ขยับขยายมาเปิดหน้าร้าน และเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ผ้าทอไทยพวนให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการสืบสานมรดกผ้าทอได้เข้ามาเรียนรู้การทอซิ่นตีนจกโบราณ ซึ่งเป็นการทอที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญชั้นสูงโดยเฉพาะ “การจกขนเม่น” ที่ใช้ขนเม่นจกจากด้านล่างขึ้นด้านบนด้วยมือเพื่อสร้างลวดลายบนผืนผ้า
“การทอผ้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สืบสานมรดกภูมิปัญญาและอนุรักษ์แก่นเอาไว้ แต่ที่เราทำเพิ่มเติมคือการออกแบบตัดเย็บให้เป็นดีไซน์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อให้ผ้าทอยังคงถูกนำมาใช้งาน”
รวีวรรณ ขนาดนิด ทายาทรุ่นที่ 3 เล่าถึงแนวทางการอนุรักษ์ผ้าทอไทยพวนที่มีโจทย์คือต้องนำมาสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันให้ได้ และนั่นทำให้มีการแตกไลน์มาเป็นแบรนด์ Suntre3 เน้นการออกแบบลวดลายและตัดเย็บให้เหมาะกับการสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ดูเรียบง่ายกลมกลืน แต่มีคุณค่าของความคราฟต์แบบผ้าไทย ในขณะที่แบรนด์สุนทรีผ้าไทยก็ยังคงเน้นความเป็นมรดกผ้าทอชาวไทยพวนสุโขทัยและเทคนิคการทอแบบดั้งเดิม
และเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนว่าชาวไทยพวนผูกพันกับการทอผ้าอย่างไร ทางร้านจึงได้ยกเฮือนไทยพวนโบราณมาให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชาวไทยพวนในอดีตกันอีกด้วย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทอผ้าได้ มีให้เลือกทั้งการฝึกหัดทอเบื้องต้นที่ให้ได้ทอผ้าด้วยกี่ขนาดเล็ก หรือถ้าใครถ้าอยากเรียนการจกผ้าแบบดั้งเดิม ต้องเตรียมเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก็จะได้ผ้าทอดีไซน์พิเศษเป็นที่ระลึกถึงชาวไทยพวนสุโขทัย
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. (เวิร์กช็อปต้องติดต่อล่วงหน้า)
ติดต่อ : โทร. 08-9858-8576
“สุพรรษาผ้าทอเมืองด้ง” ล้านนาในสุโขทัย เอกลักษณ์เฉพาะเมืองด้ง
ชุมชนเมืองด้ง ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย เป็นอีกชุมชนที่การทอผ้าคือวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 500 ปีพร้อมๆ กับการอพยพย้ายถิ่นจากเขตแดนล้านนาทางตอนเหนือมาตั้งรกรากอยู่ที่สุโขทัย ซึ่งนั่นทำให้วิถีของชาวเมืองด้งค่อนข้างแตกต่างกับชาวสุโขทัยดั้งเดิมจนเรียกว่าเป็นล้านนาหนึ่งเดียวในสุโขทัยก็ว่าได้ แต่นั่นกลับกลายเป็นเสน่ห์ของชุมชนที่ทำให้ลูกหลานอย่าง สุพรรษา รุ่งเรืองฤทธิ์ซึ่งเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม ตัดสินใจกลับบ้านมาสืบสานงานคราฟต์และการท่องเที่ยวชุมชนโดยมีปลายทางคือการต่อยอดวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นการท่องเที่ยวยั่งยืนผ่านแบรนด์ผ้าทอ“สุพรรษาผ้าทอเมืองด้ง”
สุพรรษาผ้าทอเมืองด้ง นำผ้าทอของบรรดาแม่บ้านในชุมชนเมืองด้ง ซึ่งมีเอกลักษณ์ของการทอ และลวดลายที่สืบสานจากอดีตมาออกแบบและตัดเย็บใหม่ให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย โดยผ้าทอเมืองด้งมีทั้งการทอแบบ “ทอยก” พร้อมลวดลายเฉพาะตัวอย่าง ลายหงส์ ลายดอกไม้ ตามภาพธรรมชาติรอบตัว รวมทั้งมีการใช้เทคนิค “จก” แต่เป็นการจกที่เรียกว่า “จกเมืองด้ง” ซึ่งมีเอกลักษณ์ในด้านการใช้สีเอกณรงค์ รวมทั้งยังมีผ้าหมักโคลนที่ทำให้ผ้ามีกลิ่นและเนื้อสัมผัสพิเศษ
“เราซื้อผ้ามาจากแม่ๆ ในชุมชนเอามาตัดเย็บใหม่โดยยังคงอัตลักษณ์ลายเดิมไว้ มีทั้งกางเกง สูท ไม่ใช่แค่ผ้านุ่งอย่างสมัยก่อน ทางเราออกแบบเองโดยเริ่มจากตัวเองว่าจะเอาผ้าไทยมาใส่อย่างไรให้สนุก ก็เลยเอามาตัดเป็นชุดที่ตัวเองอยากใส่ เราอยากให้คนรู้จักผ้าทอเมืองด้งมากขึ้น”
ทั้งนี้ทางร้านยังได้ร่วมกับการท่องเที่ยวชุมชนเมืองด้งจัดกิจกรรมทัวร์ชุมชน ชมการผลิตผ้าทอที่ชาวเมืองด้งยังคงทอกันอยู่ที่ใต้ถุนบ้านในทุกวัน หรือจะร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทำพู่ห้อยตกแต่งถุงย่ามผ้าทอแบบชาวเมืองด้งก็สามารถเลือกโปรแกรมได้เช่นกัน
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน (กิจกรรมทัวร์ชุมชน หรือเวิร์กช็อปต้องติดต่อล่วงหน้า)
ติดต่อ : โทร. 08-7314-7433
“บ้านทองสมสมัย” ถักเส้น ฉลุลาย ลงยา
ไม่ผิดนักกับคำกล่าวที่ว่า “ทองสุโขทัยอยู่ที่ศรีสัชนาลัย” เพราะปัจจุบันที่ศรีสัชนาลัยยังคงมีการอนุรักษ์การทำทองแบบโบราณ ที่ขึ้นรูปทำลายด้วยมือทุกขั้นตอน และหนึ่งในร้านที่เป็นตำนานการทำทองแห่งศรีสัชนาลัยก็คือ บ้านทองสมสมัย ร้านเครื่องประดับทองโบราณสุโขทัยร้านแรกของอำเภอศรีสัชนาลัย ก่อตั้งโดยช่างทองฝีมือดีของจังหวัด “เชื้อ วงศ์ใหญ่” ซึ่งได้เริ่มต้นทำอาชีพช่างทองมาตั้งแต่สมัยที่สุโขทัยยังใช้ชื่อ จังหวัดสวรรคโลก (เปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. 2482) จากการเป็นช่างทองอิสระรับงานจากร้านทองรูปพรรณจากตลาดศรีสัชนาลัย ก็ขยับมาตั้งกิจการร้านทำทองที่เน้นทำลายโบราณของสุโขทัยในชื่อ บ้านทองสมสมัย
“ในสมัยเริ่มแรกคุณตาจะถอดลายจากศิลปะโบราณวัตถุที่ชาวบ้านเก็บมาให้ดู เอามาขึ้นเป็นลายของเครื่องประดับทอง ทำให้ทองของเรามีความแตกต่างจากร้านทองรูปพรรณทั่วไป พอเป็นลายเฉพาะก็เริ่มได้รับความนิยมจนมีคนบอกต่อๆ กันไปว่า ทองสุโขทัยอยู่ที่ศรีสัชนาลัย” ปราโมท เขาเหิน ทายาทรุ่นที่ 3 ย้อนเล่าที่เหตุผลในการทำทองลายโบราณที่เป็นลายเฉพาะของ สุโขทัย ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่รุ่นแรก
นอกจากลายเฉพาะแล้ว อีกความโดดเด่นของเครื่องทองสุโขทัยที่บ้านทองสมสมัย คือการสืบสานเทคนิคของช่างทองโบราณด้วยการทำมือทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการถักเส้นทอง การฉลุลาย การลงยาเพิ่มสีสันให้ทองซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของทองสุโขทัย ส่วนลวดลายก็นำมาจากปูนปั้น โบราณวัตถุ ประติมากรรม โบราณสถาน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมท้องถิ่น สุโขทัย อันอุดมสมบูรณ์ เช่น ลายเครือวัลย์ ลายนางพญาต้นแบบจากลายปูนปั้นวัดนางพญาในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
“คุณค่าของทองสุโขทัย คือการเป็นงานคราฟต์ที่ทำมือทุกชิ้น จึงเป็นงานที่มีชิ้นเดียวในโลก ทุกชิ้นงานมีความพิเศษ แม้จะเป็นลวดลายเดียวกันก็มีความต่างกัน”
ปัจจุบันบ้านทองสมสมัยมีทั้งเครื่องทองที่เป็นเครื่องประดับ สร้อยคอ แหวน จี้ กำไล เข็มขัด กระเป๋า ผอบโบราณ เพิ่มเติมคือมีทีมงานนักออกแบบรุ่นใหม่ๆ มาช่วยดีไซน์ให้เป็นลายร่วมสมัยปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ในขณะเดียวกันลวดลายเอกลักษณ์ทอง สุโขทัย แบบเดิมก็ไม่เคยทิ้ง เช่น สร้อยคอมะลิวัลย์ เครื่องประดับแรงบันดาลใจจากมาลัยดอกมะลิที่เป็นทรงกลม หรือจะเป็นสร้อยพระลายสี่เสา สามเสา เกร็ดมังกร กระดูกงู เกลียวเชือก เป็นต้น
นอกจากแวะชมและเลือกซื้อเครื่องทองโบราณแล้ว บ้านทองสมสมัยยังเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ที่เราจะได้เห็นช่างทองท้องถิ่นผลิตชิ้นงานกันภายในร้านทุกวัน
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.
ติดต่อ : โทร. 08-1596-6280
“สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ” ซิ่นไทยพวนผ้าทอโบราณกว่า 100 ผืน
“หญิงทอผ้า ชายตีเหล็ก” นี่ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่คือวิถีชาวไทยพวนแห่งบ้านหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งอพยพมาจากเมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวางและมาตั้งรกรากที่บ้านหาดเสี้ยวพร้อมยึดถือวิถีประเพณีดั้งเดิมโดยเฉพาะการทอผ้าที่มีลายจกอันเป็นเอกลักษณ์ และสำหรับใครที่สนใจเรียนรู้เรื่องราวของผ้าทอไทยพวน หรือ “คนพวน” แห่งบ้านหาดเสี้ยว ปักหมุดได้ที่ สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2532 โดย สาธร โสรัจประสพสันติ ชาวบ้านหาดเสี้ยว ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมผ้าทอ ซึ่งเป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ตลอดช่วงชีวิตของชาวไทยพวน
จากความรัก หลงใหล ทำให้สาธรกลายเป็นนักสะสมผ้าทอลายโบราณ ตั้งแต่ผ้าทอพื้นเมืองของบ้านหาดเสี้ยว ไปจนถึงผ้าลายโบราณจากที่อื่นๆ รวมทั้งผ้าทองคำทอมืออย่างวิจิตรสำหรับเจ้านายชั้นสูงในแคว้นเชียงตุง และอีกเหตุผลที่สาธรต้องการเปิดพิพิธภัณฑ์คือการไม่อยากให้งานผ้าทอของชาวไทยพวนหายไปจากชุมชน ซึ่งนอกจากจะตระเวนขอซื้อผ้าเก่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านแล้ว สาธรยังได้ฟื้นฟูการทอผ้าซิ่นตีนจกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ “คนพวน” มีด้วยกัน 9 ลาย ได้แก่ เครือน้อย เครือกลาง เครือใหญ่ สี่ขอ แปดขอ นํ้าอ่าง สิบสองหน่วยตัด มนสิบหก และสองท้อง อีกทั้งรวบรวมข้อมูลด้านวัฒนธรรมผ้าทอของหญิงไทยพวนที่ลงรายละเอียดผ้าทอที่มีการแยกผ้าทอสำหรับชีวิตประจำวันและผ้าทอที่ใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ
ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้เก็บรักษาและจัดแสดงผ้าทอโบราณกว่า 100 ผืน รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการลวดลายผ้าทอโบราณที่เรียกว่า “ผ้าจกเก้าลายบ้านหาดเสี้ยว” ซึ่งในแต่ละลวดลายสื่อความหมายอิงความเชื่อและวิถีชีวิตของคนพวน เช่นลายนกคุ้ม สื่อความหมายถึงการยู่คุ้มเหย้าคุ้มเรือน คุ้มผัวคุ้มเมีย มีความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตคู่ หรือลายนกหมู่ ที่สื่อถึงความสามัคคี เป็นต้น
นอกจากเรียนรู้ ทางพิพิธภัณฑ์ฯ มีร้านจำหน่ายผ้าทอมือของไทยพวน โดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนจกซิกเนเจอร์ 9 ลายก็มีให้ได้สะสม และสำหรับใครที่ต้องการคนนำชมเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของผ้าทออย่างละเอียด ทางพิพิธภัณฑ์ฯ มีบริการผู้นำชมด้วย
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.30-17.30 น.
ติดต่อ : โทร. 0-5567-1143
“กะเณชาแกลลอรี” ดีไซน์สังคโลกร่วมสมัยชิ้นเดียวในโลก
มาเยือนถิ่นเครื่องสังคโลกทั้งที ไม่ควรพลาดปักหมุดที่ชุมชนบ้านใหม่ตระพังทอง ในตำบลเมืองเก่า ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ที่นี่เป็นชุมชนหลักในการผลิตเครื่องสังคโลกมาตั้งแต่อดีต และหนึ่งในสตูดิโอของชุมชน ที่ดำเนินการโดยคนรุ่นใหม่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมได้ทั้งงานสังคโลกแบบดั้งเดิมและแบบร่วมสมัย รวมทั้งมีเวิร์กช็อปสังคโลกให้ได้ทดลองทำนั่นก็คือกะเณชาแกลลอรี ก่อตั้งโดยทายาทช่างสังคโลกรุ่นใหม่ สันติ และหทัยรัตน์ พรมเพ็ชร
สันติเป็นลูกชายของสุเทพ พรมเพ็ชรหนึ่งในผู้บุกเบิกการอนุรักษ์การผลิตเครื่องสังคโลกแบบโบราณและเจ้าของสตูดิโอชื่อสุเทพสังคโลก ที่รู้จักกันดี ภายหลังจากเรียนจบ สันติและภรรยา หทัยรัตน์ตัดสินใจแตกหน่อธุรกิจโดยเปิดสตูดิโออีกแห่งเพื่อสร้างสรรค์งานสังคโลกในแนวร่วมสมัย
ด้วยพื้นฐานการผลิตสังคโลกแบบ สุโขทัย ที่เรียนกับพ่อบวกกับการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการปั้นและเคลือบเซรามิกแบบตะวันตกและแบบรากุของญี่ปุ่น สันติจึงพัฒนาน้ำเคลือบแบบใหม่จนได้สีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือสีเทอร์คอยส์ สี ox blood (เลือดวัว) สีอมประกายเงินและประกายทอง และสร้างพื้นผิวให้ดูแปลกตาโดยผสมเศษขี้เลื่อยหรือเส้นผมและเผาที่อุณหภูมิสูงระดับสโตนแวร์จึงมีความแข็งแรง รวมทั้งการต่อยอดดีไซน์จากสังคโลกที่เป็นจาน ชาม เครื่องใช้สอยในบ้านมาเป็นรูปแบบของงานประติมากรรมและไฟน์อาร์ตที่มีชิ้นเดียวในโลก
พิกัด : อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น. (สำหรับใครที่ต้องการทำเวิร์กช็อปต้องจองล่วงหน้า)
ติดต่อ : โทร. 08-9999-4402
“ขวัญเงิน” หัตถศิลป์เครื่องเงินช่างสกุลสุโขทัย
เครื่องเงินสุโขทัย เป็นอีกมรดกงานคราฟต์จากอดีตที่มีชื่อเสียงและส่งต่อมาถึงปัจจุบัน โดยสิ่งที่เป็นความโดดเด่นของเครื่องเงินสุโขทัยคือ เทคนิคและลวดลายอันเป็นอัตลักษณ์ของช่างสกุลสุโขทัย ไม่ว่าจะเป็นลายเครือวัลย์ ลายหัวใจ ลายดอกพิกุล ลายไข่ปลา รวมทั้งการค่อยๆ ทำลวดลายขึ้นมาทีละชิ้น จากนั้นนำมาประกอบถักกันเป็นลวดลายใหม่ และหนึ่งในร้านที่สืบสานเครื่องเงินโบราณของช่างเงินสุโขทัยก็คือ ร้านขวัญเงิน ซึ่งได้ต่อยอดเครื่องเงินสุโขทัยให้เป็น เครื่องประดับเงินฉลุลายสุโขทัย ที่มีการเพิ่มขั้นตอน ฉลุลาย เพิ่มความประณีตให้ชิ้นงาน รวมทั้งมีการพัฒนาดีไซน์อย่างกำไลข้อมือจากเดิมที่นิยมกำไลเงินเส้นกลมหนา ก็พัฒนามาเป็นกำไลแปดเหลี่ยมและกำไลหกเหลี่ยม รวมถึงกำไลเงินลายอินฟินิตีเกลียวไขว้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องหมายอินฟินิตี
ร้านขวัญเงินเริ่มต้นขึ้นจากรุ่นที่ 1 คือ ขวัญ พลเหิม โดยเปิดเป็นร้านเล็กๆ ในอำเภอศรีสัชนาลัยซึ่งมีร้านเครื่องเงิน เครื่องทอง รวมทั้งช่างเงิน ช่างทองอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันทางร้านขวัญเงินมีทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาสืบสาน นั่นก็คือ ณัฐวุฒิ และ นริศรา พลเหิม ซึ่งได้เข้ามาปรับดีไซน์เครื่องเงินสกุลช่างสุโขทัยให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น และยังได้เพิ่มชิ้นงานจากเครื่องประดับเงินเป็นงานหัตถศิลป์เครื่องเงินสำหรับสะสมและตกแต่งบ้าน เช่น หอยสังข์ พวงมาลัย ชุดนกคุ้ม เป็นต้น
นอกจากนักท่องเที่ยวจะสามารถแวะชมและซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องเงินได้ที่หน้าร้านแล้ว ใครที่สนใจเยี่ยมชมการฉลุลายเครื่องเงินสามารถแวะเข้ามาเรียนรู้ได้เช่นกัน
พิกัด : อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
เปิดบริการ : วันอาทิตย์-ศุกร์ (หากต้องการชมการฉลุลายเครื่องเงินควรแจ้งล่วงหน้า)
ติดต่อ : โทร. 08-1886-8374
The post ตามรอยความคราฟต์ฉบับ “สุโขทัย” เมืองหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านที่ UNESCO ยกย่อง appeared first on SARAKADEE LITE.