โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสธ.หิ เตือน รปภ. นิติฯ เข้าใจกฎหมายผิด เสี่ยงคุกฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 17.00 น.

หลังจากกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนอยู่คอนโดฯ และหมู่บ้านจัดสรรต้องรู้ จากกรณีดรามา รปภ. อ้าง พื้นที่ส่วนบุคคล สั่งห้ามตำรวจเข้าไประงับเหตุลูกบ้านโดนแฟนเก่าทำร้ายร่างกาย ทั้งที่มีการแจ้งเหตุไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำเอาชาวเน็ตถกกันอย่างดุเดือด

ล่าสุดวันนี้ 9 มีนาคม 2569 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ออกมาโพสต์ชี้แจงข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อเตือนสติ รปภ. และนิติบุคคลว่ากำลังเข้าใจผิดอย่างแรง โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "จากกรณีพนักงาน รปภ. ได้รับแจ้งจากลูกบ้านห้ามบุคคลซึ่งเป็นแฟนเก่าเข้ามาหา อีกทั้งทราบว่ามีการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และอยู่ระหว่างการกระทำความผิด แล้วห้ามไม่ให้ตำรวจเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ดังปรากฏเป็นข่าวตามสื่อนั้น ผมอยากจะขอเรียนให้ทราบว่า ในกรณีดังกล่าว พนักงาน รปภ. หรือนิติบุคคลอาจจะเข้าใจผิด เกี่ยวกับข้อกฎหมายในเรื่องนี้ ผมขอเรียนให้ทราบเกี่ยวกับกฎหมายข้อนี้ว่า หากมีการกระทำผิดกฎหมายและมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจจะเกิดกับบุคคลและทรัพย์สิน หรือเป็นการติดตามเหตุซึ่งหน้า เช่น บุคคลผู้กระทำความผิดกฎหมายวิ่งหนีการจับกุมเข้าไปในเขตหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ในกรณีนี้ทางลูกบ้านโดนทำร้ายร่างกายและเพื่อนบ้านมีการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุ เพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกบ้านที่โดนทำร้ายร่างกายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีสิทธิ์เข้าไประงับเหตุตามกฎหมาย การที่ รปภ. ไปสั่งห้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าพื้นที่ ถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีได้ นอกจากนี้ จากการที่ผู้เสียหายได้แจ้งต่อ รปภ.แล้ว แต่รปภ. ยังปล่อยให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย รวมทั้งขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจถือเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วย และหากมีหลักฐานว่ารู้เห็นเป็นใจกับผู้กระทำผิด ก็จะเข้าข่ายตัวการร่วมหรือสนับสนุนด้วย กรณีที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดและเลียนแบบเนื่องจาก เดี๋ยวนี้มีบุคคลบางพวกที่ให้ข้อมูลทางกฎหมายผิดๆเพื่อให้เกิดการต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ และการที่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ไม่เอาความนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถูกสอนว่าไม่ให้มีเรื่องกับประชาชนเป็นการเสียมวลชน และตัวเจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากเสียเวลากับการเป็นพยานเพื่อเอาผิด ทำให้ประชาชนบางคนอาจเข้าใจผิดในข้อกฎหมายดังกล่าวได้

ดร.หิมาลัย

แต่ที่นอกเหนือกว่านั้น คือสามัญสำนึก ในกรณีนี้ รปภ. ควรจะต้องทำการระงับเหตุขั้นต้นตามหน้าที่ และรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบถึงการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งช่วยเหลือตำรวจในการระงับเหตุถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในเรื่องนี้นอกจากแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว ผมแนะนำให้ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดของพนักงาน รปภ.และนิติบุคคลที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่เหตุด้วย ผมขอฝากชื่นชมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ที่มีความสุภาพ ใจเย็น และที่สำคัญที่สุดคือการพยายามปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุแม้จะโดนขัดขวาง แต่ก็ไม่ยอมละทิ้งหน้าที่ สมกับเป็นที่พึ่งของประชาชน"

ดร.หิมาลัย
ดร.หิมาลัย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...