ไอซ์ รักชนก เดินสายรณรงค์คว่ำระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
“รักชนก-เซีย” ชวนผู้ประกันตนร่วมประชาพิจารณ์คว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมลดทอนเสียงผู้ประกันตน ชี้เป็นการรัฐประหารดึงบอร์ดเดิมกลับทำมาหากินต่อ ถ้าคว่ำไม่สำเร็จ ภายใน 2 ปีมีตึกสกายไนน์ใหม่-ปฏิทิน-โครงการแปลกๆ เกิดขึ้นอีกแน่ ย้ำถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนพร้อมล้างบางให้เรียบ-เอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการแน่นอน
วันที่ 22 มกราคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเซีย จำปาทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, และ นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 1 เบอร์ 5 พรรคประชาชน ร่วมรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตไม่เห็นด้วยในการประชาพิจารณ์ของสำนักงานประกันสังคม กรณีการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีสาระสำคัญเป็นการเปลี่ยนสัดส่วนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ
โดยกิจกรรมการรณรงค์ในวันนี้ เริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า คณะรณรงค์ได้ร่วมกันขึ้นขบวนรถ พร้อมชูป้ายรณรงค์และแจกแผ่นพับให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา ก่อนที่จะลงจากขบวนรถที่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง พร้อมกับเดินรณรงค์จากสถานีรถไฟฟ้าไปจนถึงซอยละลายทรัพย์ ตลอดกิจกรรมในวันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่สัญจรไปมา รับเอกสารไปอ่าน และเข้าพูดคุยถึงความสำคัญของการร่วมประชาพิจารณ์ในครั้งนี้
โดย น.ส.รักชนกได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ร่วมติดตามกิจกรรมในวันนี้ โดยระบุว่าการคว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้สำคัญมาก สาระสำคัญคือการรัฐประหารบอร์ดประกันสังคมผ่านระเบียบเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะบอกว่าถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายทุกประการก็ได้ แต่สาระสำคัญคือคนที่เคยอยู่ในบอร์ด ทำมาหากินในประกันสังคมมาอย่างยาวนาน วันหนึ่งเมื่อเลือกตั้งแล้วแพ้ ไม่สามารถที่จะกลับมาเข้าสู่บอร์ดประกันสังคมได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่พยายามล้มการเลือกตั้ง เมื่อไม่สำเร็จก็พยายามเปลี่ยนเป็นแบบเลือก สว. พอถูกต่อต้านก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ 1 เลือก 1 ซึ่งสาระสำคัญคือการทำลายความเป็นเอกภาพของผู้ประกันตน จาก 1 ใน 3 เหลือ 1 ใน 21
ถ้าระเบียบเลือกตั้งนี้ผ่าน คนที่จะได้กลับเข้าไปจะเป็นคนเดิม ๆ ที่เคยเวียนว่ายตายเกิดในบอร์ดประกันสังคม ตนรับรองได้เลยว่าไม่เกิน 2 ปีจะมีตึกออกมาอีก 4-5 ตึกแน่นอน ได้กลับมาทำปฏิทินประกันสังคมแบบเดิม ได้เป็นเจ้าของโรงอาหารครบทุกกระทรวงแน่นอน
น.ส.รักชนก กล่าวต่อไปว่าสำหรับคนที่อยู่ในบอร์ดประกันสังคมมาหลายสิบปี ออกมาแสดงความกังวลกับการที่ตนเปิดเผยรายชื่อ ตนถามว่าจะอายทำไม ถ้าทำประโยชน์ให้ผู้ประกันตนและนายจ้าง ถ้าทำประโยชน์ก็ไม่ต้องอาย ออกมาโฆษณาเลยว่าวันที่มีการผลักดันซื้อตึกสกายไนน์ พวกตัวเองได้ทำอะไรบ้างเพื่อขัดขวางกระบวนการซื้อตึก เอาบันทึกการประชุมออกมาบอกเลยว่าพวกตัวเองนี่แหละที่เป็นคนขวางตึกสกายไนน์ ทุกการกระทำถูกบันทึกเอาไว้ในบันทึกการประชุมหมด
นอกจากนี้ยังมีความพยายามบอกว่าอย่าเอาการเมืองมายุ่งกับบอร์ดประกันสังคม แต่ตนขอถามกลับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกยุคทุกสมัยก็มาจากพรรคการเมืองหมดไม่ใช่หรือ พรรคการเมืองแต่งตั้งรัฐมนตรีไปนั่ง แล้วรัฐมนตรีสามารถควบคุมเสียงบอร์ดได้ 1 ใน 3 แถมยังแต่งตั้งที่ปรึกษาได้อีก 7 คน ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาตลอด 30 ปีตั้งแต่มีประกันสังคมคือการเมืองทั้งนั้น
ที่ผ่านมาที่ผลักดันตึกสกายไนน์ออกมา ผลักดันปฏิทินประกันสังคมออกมาหลาย 10 ปีได้ ก็เพราะการเมืองไม่ดี แต่สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เกลียดกลัวนักการเมือง แต่ต้องเติมน้ำใสเข้าไปไล่น้ำเสีย การเปลี่ยนสิ่งดีให้เกิดขึ้นได้ในประเทศนี้ สร้างสรรค์สังคมและประเทศนี้ ทำให้ประกันสังคมโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรมกับผู้ประกันตน ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องมาจากการเมืองที่ดี ไม่ใช่บอกว่าอย่าเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง
“คนที่พูดว่าอย่าเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับประกันสังคม เอาตรรกะอะไรมาใช้ ในเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็มาจากพรรคการเมือง และที่สำคัญมันก็ไม่ใช่กลุ่มองค์กรการเมืองหรือที่เข้าไปนั่งในบอร์ดประกันสังคม แล้วผลักดันตึกสกายไนน์ ปฏิทิน และโครงการแปลกประหลาดออกมา สิ่งนี้ไม่ใช่การเมืองหรือ” น.ส.รักชนก ระบุ
น.ส.รักชนก กล่าวว่าสิ่งที่พรรคประชาชนพยายามทำคือการเติมน้ำใสเข้าไปไล่น้ำเสีย แต่จะเติมไม่สำเร็จถ้าประชาชนและผู้ประกันตนไม่ตื่นตัว ตลอดการทำงาน 2 ปีของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ทุกคนคงเห็นแล้วว่ามีตั้งแต่การจัดกิจกรรมแฮ็กงบประมาณประกันสังคม พยายามที่จะเปิดเผยในสิ่งที่ผู้ประกันตนควรรู้มาตลอด ไม่ใช่อยากให้ยกเลิกประกันสังคม ตนยืนยันว่าอยากให้ทุกคนส่งประกันสังคม เพราะนี่คือประกันที่คุ้มที่สุดที่จะมีได้ เป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ มีลูก หรือต้องหยุดงาน นี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่ท่านทำงานไม่ไหวแล้ว
แต่ส่งแล้วทำอย่างไรให้คุ้มค่าสำหรับทุกคน ให้เงินของทุกคนปลอดภัยจากการทุจริต ในอีก 25 ปีข้างหน้าส่งไปแล้วต้องได้ใช้ ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ จากการปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นในสำนักงานประกันสังคม เพราะทุก 1 ล้านบาทที่สามารถประหยัดได้ ผ่านไปอีก 30 ปีลงทุนให้ได้ 5% ทุกปี จะงอกจาก 1 ล้านเป็น 4.32 ล้านบาท ขอให้ช่วยกันทำประชาพิจารณ์ให้ถล่มทลาย อย่างน้อยที่สุดต้องได้ 90-95% เพื่อเป็นฉันทามติของประเทศนี้ ว่าไม่เอาระเบียบเลือกตั้งแบบนี้ เพราะถ้าไม่ทำให้ถล่มทลายก็จะขวางสิ่งนี้ไม่สำเร็จ และเมื่อใกล้ๆ ปิดการประชาพิจารณ์ จะมีการใช้บ็อทมายิงเหมือนกับตอนที่ทำกับบำนาญสูตร CARE แน่นอน
น.ส.รักชนก กล่าวต่อไปว่าไม่ว่าทุกคนจะเลือกพรรคประชาชนหรือไม่ นี่คือเงินที่ทุกคนต้องจ่ายทุกเดือน เวลาเห็นบิลใบเสร็จเงินเดือนมันตัดไป 750-875 บาท ทุกคนหวังว่านี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เงยหน้าขึ้นมาเจอตึกสกายไนน์ เจอปฏิทิน เจอโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน เจอเว็บแอป 850 ล้านบาท ที่ทุกวันนี้ใช้งานไม่ได้ โอนเงินให้คนว่างงานไม่ได้
สุดท้ายตนขอฝากไปถึง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าสูตร CARE ทำไมถึงไม่เอาเข้าคณะรัฐมนตรีเสียที มีคนที่รอใช้เงินอยู่ และฝากไปถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่องตึกสกายไนน์ ข้อเท็จจริงชัดเจนจนทิ่มตาจะบอด ทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เมื่อไหร่จะตั้งคณะกรรมการสอบแล้วลากคอคนผิดมาลงโทษ หรือตอนนี้จะรวมกันหมดแล้ว หรือกลัวว่าถ้ารื้อไปแล้วจะเจอคนรู้จักหรือไม่
น.ส.รักชนก ยังกล่าวว่าในรัฐบาลพรรคประชาชนจะไม่มีใครสามารถเป็นเห็บหมัดกัดกินสำนักงานประกันสังคมได้อีก ถ้าพรรคประชาชนได้เข้าไปบริหาร สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต้องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผลตอบแทนการลงทุนจะต้องได้มากกว่า 10 ปีเฉลี่ยที่ผ่านมา การเอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการพรรคประชาชนทำแน่ รวมทั้งการปราบปรามการทุจริตและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น และสิ่งที่ทำไปแล้วอย่าหวังว่าในอนาคตจะรอด สิบปีที่ผ่านมาลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่มีใครจับได้ แต่ในรัฐบาลพรรคประชาชน ถ้ามีรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาชน อย่าหวังว่าจะเสวยสุขอยู่ต่อไปได้ง่าย ๆ อีก