โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความลับนางฟ้า ไม่ต้องแก่ก็เล็ดได้ ผู้หญิง 1 ใน 3 ปัสสาวะเล็ดไม่รู้ตัว!

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้หญิงเดินมา 3 คน มีคนปัสสาวะเล็ดแล้ว 1 คน เรื่องจริงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อายจนไม่กล้าบอกใคร! แค่หัวเราะ ไอ จาม ยกของหนัก ระวังเล็ดไม่รู้ตัว

ผู้หญิงเดินมา 3 คน มีคนปัสสาวะเล็ดแล้ว 1 คน เรื่องจริงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อายจนไม่กล้าบอกใคร! แค่หัวเราะ ไอ จาม ยกของหนัก ระวังเล็ดไม่รู้ตัว

รศ. พญ. อรวี ฉินทกานันท์ สูตินรีแพทย์เวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม เผยผ่านรายการ Tuck Talk ว่าผู้หญิง 1 ใน 3 ประสบปัญหาปัสสาวะเล็ด แค่หัวเราะ ไอ จาม ยกของหนัก ระวังเล็ดไม่รู้ตัว พร้อมเผยถึงสาเหตุของปัสสาวะเล็ด และเคล็ดลับเสริมความมั่นใจ ขมิบวันละ 30 ครั้ง กู้คืนอุ้งเชิงกรานใน 3 เดือน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง? (ไม่ใช่แค่ผู้สูงวัย)

สถิติระบุว่า ผู้หญิง 1 ใน 3 ต้องเคยประสบปัญหาปัสสาวะเล็ด และเมื่ออายุเกิน 40 ปี โอกาสจะเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 50% อย่างไรก็ตาม อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดอาการนี้ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่

• พฤติกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง : เช่น การไอเรื้อรังจากภูมิแพ้, อาการท้องผูกที่ต้องเบ่งบ่อยๆ หรือการยกของหนักเป็นประจำ

• การคลอดบุตร: การคลอดธรรมชาติที่หัวเด็กมีขนาดใหญ่ (ประมาณ 10 ซม.) ส่งผลให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่พยุงกระเพาะปัสสาวะอ่อนแอลง

• การออกกำลังกายบางประเภท: กีฬาที่มีแรงกระแทกสูง เช่น ยิมนาสติก บาสเกตบอล หรือการยกน้ำหนักหนักๆ

• วัยทอง: การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้ช่องคลอดและเนื้อเยื่อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ (Genitourinary Syndrome of Menopause - GSM) อีกอันหนึ่งก็คือพอเข้าวัยทองแล้วช่องคลอดเราจะบางตัวลง เพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนของเราตกลง พอช่องคลอดบางตัวลงมันก็จะทำให้เนื้อเยื่อแล้วก็อวัยวะในอุ้งเชิงกรานตัวกระบังลมของเรา มีโอกาสที่มันจะอ่อนแอลงได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะมีกลุ่มอาการเขาเรียกว่า Genitourinary syndrome of menopause หรือ GSM ก็คือจะทำให้มีทั้งช่องคลอดแห้ง มีทั้งอาการทางเดินปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ด หรือบางคนติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย ๆ ก็คืออันนี้เป็นการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเราลดลง

เช็กอาการ: แบบไหนที่เรียกว่า “ปัสสาวะเล็ด”?

ปัสสาวะเล็ด คือ การที่ปัสสาวะไหลออกมาโดยที่เรา “ไม่ได้ตั้งใจ” ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก:

• ไอจามปัสสาวะเล็ด (Stress Incontinence): เล็ดขณะไอ จาม หัวเราะ หรือออกแรง

• ปัสสาวะเล็ดแบบเร่งรีบ (Urge Incontinence): อยู่ในกลุ่มที่กระเพาะปัสสาวะไวเกินไป ปวดแล้วต้องรีบวิ่งไปห้องน้ำ แต่ไปไม่ทัน หรือเล็ดระหว่างทาง มีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมกับเร่งรีบ ก็คือไปบ่อยมากวันหนึ่งเกิน 10 ครั้ง

• ปัสสาวะล้นแก้ว (Overflow Incontinence): เหมือนเรามีแก้วน้ำอยู่ถ้าน้ำเต็มแก้วแล้วใส่น้ำไปเรื่อย ๆ มันก็ล้นออกมา ถ้าปัสสาวะไม่ออกจนเต็มกระเพาะปัสสาวะก็จะล้นออกมาเอง

• แบบผสม (Mixed Incontinence): มีอาการหลายอย่างร่วมกัน

พฤติกรรม “อั้นฉี่” และ “เครื่องดื่ม” ตัวกระตุ้นสำคัญ

• การอั้นปัสสาวะ: ไม่แนะนำให้อั้นนาน เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และอาจทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้ไม่ดีจนปัสสาวะไม่สุด

• เครื่องดื่มและอาหาร: คาเฟอีนในชาและกาแฟจะกระตุ้นการขับปัสสาวะ รวมถึงอาหารเผ็ด ช็อกโกแลต หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อาจทำให้อาการในบางคนแย่ลง

• ความเครียด: มีผลทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกล็งและกระตุ้นสมองให้รู้สึกอยากปัสสาวะบ่อยขึ้น

แนวทางการรักษาและทางออก

พญ.อรวี เน้นย้ำว่าอาการนี้รักษาได้ และผู้หญิงไม่ควรทนอยู่กับความไม่มั่นใจ:

• ปรับไลฟ์สไตล์: ลดการยกของหนัก รักษาอาการไอ/ท้องผูก และดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน)

• การฝึกขมิบ: เป็นวิธีที่เห็นผลถึง 70% การฝึกขมิบ แนะนำให้ทำหลังอาหารเช้า หลังอาหารเที่ยง หลังอาหารเย็น เซตละ 10 ครั้ง ขมิบค้างไว้ 10 วินาที คลาย 10 วินาที นับเป็น 1 ครั้ง ถ้าขมิบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน สักอาทิตย์หนึ่งให้ได้สัก 4 วัน ก็จะเห็นผล

• เทคโนโลยีทางการแพทย์: เช่น การนั่งเก้าอี้สนามแม่เหล็ก (Magnetic Chair) หรือการใช้ยาในกลุ่มกระเพาะปัสสาวะไวเกิน

• การผ่าตัด: จะพิจารณาในกรณีที่เป็นมาก หรือเป็นกลุ่มที่เล็ดจากการไอจาม ซึ่งการผ่าตัดให้ผลลัพธ์ที่ดี

รศ. พญ. อรวี ฉินทกานันท์ ส่งท้ายว่า “ปัสสาวะเล็ดไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง” ส่งผลต่อความมั่นใจ บางคนถึงขั้นซึมเศร้าหรือไม่กล้าออกจากบ้าน หากคุณเริ่มมีอาการ อย่าอายที่จะปรึกษาแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...