ปรากฏการณ์ 'แสงเหนือ' เกิดจากอะไร ทำไมใครๆ ก็อยากไปดู?
ปรากฏการณ์ริ้วแสงเรืองรองที่พาดผ่านท่องฟ้ายามค่ำคืน คือสิ่งที่ถูกเรียกว่า ออโรร่า (Aurora) โดยแบ่งออกเป็น
- แสงเหนือ หรือ ออโรรา โบเรียลิส (aurora borealis) ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในละติจูดใกล้กับขั้วโลกเหนือ
- แสงใต้ หรือ ออโรรา ออสตราลิส (aurora australis) จะปรากฏให้เห็นในละติจูดใกล้กับขั้วโลกใต้
'แสงเหนือ' เกิดจากอะไร?
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ทั้งแสงเหนือและแสงใต้นั้น เกิดจากอนุภาคประจุไฟฟ้าของ 'ลมสุริยะ' ซึ่งถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ เดินทางมาถึงโลก และถูกสนามแม่เหล็กเบี่ยงออกไปยังขั้วโลกเหนือ-ใต้ เมื่ออนุภาคประจุไฟฟ้าเหล่านั้นพุ่งชนเข้ากับก๊าซในชั้นบรรยากาศของโลก ก็จะปล่อยพลังงานที่มีแสงสีต่างๆ ออกมา จนสามารถมองเห็นได้บนท้องฟ้า
แสงเหนือไม่ได้มีแค่สีเขียว
เนื่องจากก๊าซสองชนิดที่พบมากที่สุดในชั้นบรรยากาศของโลกคือไนโตรเจนและออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแสงเหนือ-แสงใต้ ที่มีสีสันแตกต่างกัน
โดยอะตอมของออกซิเจนจะเรืองแสงสีเขียว ซึ่งเป็นสีที่มักพบเห็นได้ในแสงเหนือ
ส่วนอะตอมของไนโตรเจนปล่อยแสงสีม่วง สีน้ำเงิน และสีชมพู ซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก เพราะไนโตรเจนนั้นยากต่อการกระตุ้นพลังงาน จึงมีเพียงการปล่อยอนุภาคจากดวงอาทิตย์จำนวนมหาศาลเท่านั้นที่จะทำให้เกิดแสงเหนือสีสันดังกล่าว
ขณะที่สีแดงสดหาดูได้ยากที่สุด เพราะจะเห็นได้เมื่อออกซิเจนได้รับพลังงานจากอนุภาคของดวงอาทิตย์ในระดับความสูงมากๆ เท่านั้น
อยากดูแสงเหนือต้องไปที่ไหน
แสงเหนือมักพบเห็นได้บ่อยที่สุดในภูมิภาคที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ เช่น สแกนดิเนเวีย กรีนแลนด์ อลาสก้า แคนาดา และรัสเซีย ส่วนประเทศที่อยู่ห่างออกมาจากขั้วโลก อาจมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ในระดับน้อย หากดวงอาทิตย์ปล่อยลมสุริยะออกมาด้วยความรุนแรงที่มากเพียงพอ ซึ่งอาจเห็นได้ไกลถึงประเทศจีน
ส่วนแสงใต้นั้นมีโอกาสเห็นได้จากประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าแสงเหนือ
โดยแสงเหนือสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดในเวลากลางคืนที่มีท้องฟ้าปลอดโปร่ง และหากมองด้วยตาเปล่าอาจไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนเท่ากับการใช้กล้องบันทึกภาพ
ทั้งนี้ ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปดูแสงเหนือคือเดือนกันยายน - ตุลาคม และมีนาคม - เมษายน เนื่องจากเป็นช่วงที่กลางคืนยาวนานและมืดสนิท