โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ทนายอนันต์ชัย” ร้อง “บิ๊กเต่า” สอบเส้นทางเงินอดีตเจ้าอาวาส ปมเกี่ยวพันสีกา 6 คน

เดลินิวส์

อัพเดต 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.10 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ทนายอนันต์ชัย” นำทีมมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ร้อง “บิ๊กเต่า” สอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ ปมสีกา 6 คน เข้าข่ายยักยอก-157 หรือไม่ ด้านตำรวจ ปปป. เร่งขยายผลหากพบใช้เงินวัดจริง เตรียมฟันทั้งอดีตพระและสีกา

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ "บิ๊กเต่า" เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 หรือไม่

นายอนันต์ชัย เปิดเผยถึงที่มาของการเข้าร้องเรียนในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากกรณีปรากฏข่าวคลิปหญิงสาวสองรายปะทะคารมกันอันเนื่องมาจากปัญหาความสัมพันธ์กับอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ และต่อมามีการเปิดโปงผ่านสื่อมวลชนว่าอดีตเจ้าอาวาสรูปนี้มีความเกี่ยวพันกับผู้หญิงถึง 6 คน จนกระทั่งได้ตัดสินใจลาสิกขาไปเพื่อตัดปัญหาพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งในส่วนของประเด็นเรื่องสีกานั้น ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจริงเท็จประการใด หรือถึงขั้นต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ เนื่องจากเจ้าตัวชิงลาสิกขาไปก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบอธิกรณ์

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสื่อมเสียและเกิดข้อครหาต่อคณะสงฆ์ในจังหวัดนนทบุรีรวมถึงทั่วประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการนำเงินไปให้สีกาตามที่ปรากฏในข่าว จึงเกิดข้อสงสัยว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัวหรือเป็นเงินของทางวัด หากเป็นเงินวัดจริงย่อมเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา 157 และยักยอกทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ดูแลรักษาตามมาตรา 147 เนื่องจากเจ้าอาวาสถือเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45

มูลนิธิทนายกองทัพธรรมจึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดสักใหญ่ให้เกิดความโปร่งใสว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งแม้จะมีการลาสิกขาไปแล้ว แต่คดีความดังกล่าวมีอายุความถึง 15 ปี จึงสามารถดำเนินคดีเอาผิดย้อนหลังได้แน่นอน ทั้งนี้ในปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อสงสัยและยังไม่มีชาวบ้านนำหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าหลังจากนี้หากชาวบ้านเห็นความชัดเจนก็น่าจะมีการนำหลักฐานมาให้ ซึ่งทางมูลนิธิพร้อมที่จะรวบรวมส่งให้ตำรวจดำเนินการต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ระบุว่า ตนได้สั่งการให้ตำรวจ บก.ปปป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดสักใหญ่ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่เบื้องต้นพระลูกวัดแจ้งว่าอดีตเจ้าอาวาสไม่อยู่ และจะนำเอกสารมาชี้แจงภายใน 1-2 วัน กรณีนี้หัวใจสำคัญคือต้องตรวจสอบว่ามีการนำเงินวัดออกมาใช้จริงหรือไม่ หากเป็นเงินส่วนตัวที่มอบให้สีกาก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่หากพบว่ามีการดึงเงินจากบัญชีวัดไปใช้ อดีตเจ้าอาวาสจะต้องถูกดำเนินคดี รวมถึงสีกาที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนจะต้องถูกเรียกตัวมาสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...