‘ค้อนภาษี’ หลุดจากมือทรัมป์ จีนไม่ต้องรีบปิดดีลถั่วเหลือง บราซิลราคา ‘ถูกกว่า’ ชัดเจน
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เหล่านักวิเคราะห์มอง จีน “มีแนวโน้มน้อยลง” ที่จะกลับมาซื้อถั่วเหลืองล็อตใหญ่จากสหรัฐอีกครั้ง ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามพูดถึงและโปรโมตมาตลอดหลายสัปดาห์ หลังจากศาลสูงสหรัฐมีคำสั่งยกเลิกมาตรการขึ้นภาษีของเขา
“สิ่งที่ทรัมป์ทำมาตลอด คือพยายามกดดันจีนอย่างหนัก และตอนนี้คำถามคือ แบบนี้จะยิ่งทำให้จีนไม่อยากรับมอบถั่วเหลืองจากสหรัฐหรือเปล่า?” ดาริน เฟสเลอร์ ที่ปรึกษากองทุนเฮดจ์ของ Lakefront Futures กล่าว
“ตอนนี้ถั่วเหลืองสหรัฐ ยังมีราคาแพงกว่าของบราซิล ถ้าไม่ได้ถูกบีบให้ซื้อแล้ว จีนจะซื้อของสหรัฐไปทำไม?”
แม้ว่าราคาถั่วเหลืองสหรัฐจะปรับตัวขึ้น แต่บรรดานักวิเคราะห์และเทรดเดอร์จำนวนมากก็ยังตั้งข้อสงสัยว่า จีนจะซื้อในปริมาณมากอย่างที่ทรัมป์ประกาศจริงหรือไม่
ก่อนหน้านี้ จีนได้ซื้อถั่วเหลืองสหรัฐไปแล้ว 12 ล้านตัน ซึ่งถือว่าทำตาม “ข้อตกลงพักรบทางการค้า” ที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคม หลังจากปีที่แล้ว จีนหลีกเลี่ยงการซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอยู่นานหลายเดือน
หน่วยงานจัดซื้อของรัฐบาลจีนอย่าง Sinograin ยังเปิดประมูลขายสต็อกภายในประเทศ เพื่อเคลียร์พื้นที่รองรับถั่วเหลืองจากสหรัฐ แม้ว่าตลาดคาดว่า ปีนี้บราซิลจะมีผลผลิตถั่วเหลืองจำนวนมาก ซึ่งจีนสามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่า
หากไม่มีมาตรการภาษีเป็น “เครื่องมือกดดัน” ถั่วเหลืองสหรัฐก็จะแข่งขันกับบราซิลได้ยาก เพราะตอนนี้บราซิลกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตใหญ่ ทำให้ราคาถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้ถูกกว่ามาก
เทรดเดอร์รายหนึ่งระบุว่า พวกเขาจะจับตาความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ เกี่ยวกับนโยบายภาษีอย่างใกล้ชิด รวมถึงดูว่าจีนจะยอมทำตามแรงกดดันของทรัมป์ด้วยการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ หรือจะหันไปซื้อจากบราซิลและอาร์เจนตินาต่อไป ซึ่งเป็นประเทศที่จีนไม่ได้มีข้อพิพาททางการค้าด้วย
ทั้งนี้ เกษตรกรสหรัฐกำลังเผชิญปีที่ 4 ติดต่อกันที่กำไรอยู่ในระดับต่ำมาก หรือบางรายถึงขั้นขาดทุน และรายได้ภาคเกษตรปีนี้ ก็คาดว่าจะลดลงอีก แม้ว่ารัฐบาลจะอัดฉีดเงินช่วยเหลือในระดับเกือบสูงเป็นประวัติการณ์
แดน บาสส์ ประธานบริษัท AgResource Company กล่าวว่า “ค้อนภาษีถูกดึงออกจากมือประธานาธิบดีแล้ว แต่คำถามคือ ต่อไปเขาจะหยิบเครื่องมืออะไรมาใช้ เพื่อคงภาษีเอาไว้?”
“เรื่องนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์คลุมเครือมากขึ้นไปอีก”
อ้างอิง: reuters