SCB EIC ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% รับอานิสงส์ AI หนุนส่งออกพุ่ง-ลงทุนเอกชนฟื้น ขณะที่กนง. จ่อหั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% กลางปีนี้ ท่ามกลางเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ที่มีภูมิใจไทยเป็นแกนนำ
SCB EIC ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% ตามแรงหนุนส่งออก และลงทุนเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น ภายใต้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพการเมืองในประเทศที่ดีขึ้น
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.8% (เดิม 1.5%)
- เศรษฐกิจไทยปีนี้ได้รับแรงหนุนมากขึ้นเทียบกับมุมมองเดิม ณ ธ.ค. 2568
มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ตามเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ขยายตัวดีขึ้น จากแรงส่งการลงทุนเทคโนโลยี AI และอุปสงค์สินค้าที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้
แรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่อง
ลงทุนภาคเอกชนเร่งตัว จากการลงทุนจริงที่เร่งตัวขึ้นตามเม็ดเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในช่วงก่อนหน้า และการก่อสร้างที่มีแนวโน้มฟื้นตัว สะท้อนจากตัวเลขพื้นที่เชิงพาณิชย์และการตั้งโรงงาน
อย่างไรก็ดี แรงส่งภาครัฐปีนี้จะชะลอตัวลงบ้างจากที่เคยประเมินไว้ หลังเร่งเบิกจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568
- แม้มุมมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ปรับดีขึ้นบ้าง แต่ยังมีทิศทางชะลอลงจากปีก่อน และขยายตัวต่ำกว่าอดีตมาก
ไทยยังเผชิญแรงกดดันสำคัญจากภายนอกและภายในประเทศ เช่น ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ขณะที่แรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐมีจำกัดจากพื้นที่การคลังที่น้อยลง และยังต้องจับตาประเด็นความยั่งยืนหนี้สาธารณะที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดอัน Credit rating ประเทศอีกด้วย
- กนง. มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งไปอยู่ที่ 1% ภายในกลางปีนี้ และจะคงดอกเบี้ยระดับต่ำไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปี เพื่อลดความตึงตัวของภาวะการเงินและสนับสนุนเศรษฐกิจ ควบคู่กับการออกมาตรการการเงินเฉพาะจุดของภาครัฐ เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ และมาตรการค้ำประกันความเสี่ยงเครดิต
SCB EIC ประเมินว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมาชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองลง โดยจะเพิ่มเสถียรภาพรัฐบาล ในกรณีฐานที่รัฐบาลใหม่จะพร้อมเริ่มงานในเดือน พ.ค. 2569 และการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าเพียง 1-2 เดือน
ในกรณีฐาน พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลและเสนอชุดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว ท่ามกลางพื้นที่การคลังที่มีจำกัด จากแนวโน้มหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดานและความเสี่ยงเครดิตเรตติงสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะกรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้และอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง นำไปสู่เลือกตั้งใหม่
SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัว 2.7% สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2.5%
เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวต่อเนื่อง จากกระแสการลงทุนและการค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ช่วยลดทอนผลกระทบจากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายกีดกันทางการค้า
ภาวะการเงินโลกผ่อนคลายจากปีก่อน กลับไปใกล้ระดับก่อนวิกฤติโควิด -19 แต่การลดดอกเบี้ยเพื่อผ่อนคลายภาวะการเงินเพิ่มเติมอาจทำได้อีกไม่มาก บางประเทศยังมีความเสี่ยงเงินเฟ้อสูง เช่น สหรัฐฯ โดย Fed มีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยนโยบายรวม 0.5% ในปีนี้ ขณะที่ ECB มีท่าทีคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% ตลอดปี ส่วน BOJ จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25%
อ่านบทวิเคราะห์ฉบับออนไลน์ได้ที่:
https://www.scbeic.com/th/detail/product/SCBEIC-Monthly-insight-0226