ทุ่มเทสนับสนุนการพัฒนากิจการสำนักพิมพ์–เส้นทางสี จิ้นผิง(236)
ทุ่มเทสนับสนุนการพัฒนากิจการสำนักพิมพ์--เส้นทางสี จิ้นผิง(236)
นอกจากงานสื่อมวลชนแล้ว กิจการสำนักพิมพ์ นายสี จิ้นผิงก็ได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถเช่นกัน คนในวงการสำนักพิมพ์ของมณฑลฝูเจี้ยนจำนวนมากยังคงจำ “เรื่องสำคัญสองเรื่อง” ได้เป็นอย่างดี เรื่องแรกคือ อาคารศูนย์สำนักพิมพ์ฝูเจี้ยนที่ถนนตงสุ่ย เขตกู่โหลว เมืองฝูโจว และอีกเรื่องคือ งบเฉพาะกิจจำนวน 1 ล้านหยวนสำหรับการจัดระเบียบหนังสือโบราณ ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากความเอาใจใส่และการสนับสนุนของนายสี จิ้นผิงทั้งสิ้น
เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1990 มีการโยกย้ายนายจาง หลีโจว จากตำแหน่งรองบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฝูเจี้ยน รื่อเป้า ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์มณฑลฝูเจี้ยน ในเวลานั้น กลุ่มผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์มีเป้าหมาย “สามโครงการสำคัญ” ได้แก่ สร้างอาคารสำนักพิมพ์แห่งใหม่ ผลักดันให้ได้รางวัล “โครงการสำคัญห้าประการ” (“โครงการสำคัญห้าประการ” เป็นกิจกรรมการประกวดรางวัลการสร้างสรรค์อารยธรรมทางจิตใจที่จัดโดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครอบคลุมผลงาน 5 ประเภท ได้แก่ งิ้วที่ดีหนึ่งเรื่อง ละครโทรทัศน์ที่ดีหนึ่งเรื่อง ภาพยนตร์ที่ดีหนึ่งเรื่อง หนังสือที่ดีหนึ่งเล่ม และบทความทฤษฎีที่ดีหนึ่งชิ้น) และดึงบุคลากรคุณภาพจำนวนหนึ่งเข้าสู่วงการ
“สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การสร้างอาคารสำนักพิมพ์ใหม่” นายจาง หลีโจวเล่าว่า “ขณะนั้นกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์ยังไม่มีอาคารเป็นของตนเอง สำนักงานทั้งแคบและเล็ก พื้นไม้ก็เก่า เดินแล้วดังเอี๊ยดอ๊าด ในขณะที่ทั้งงานด้านข่าวและสำนักพิมพ์ขอฝูเจี้ยนในภาพรวมอยู่ระดับแนวหน้าของประเทศ อันดับประมาณสิบกว่า อีกทั้งยังมีความได้เปรียบและความโดดเด่นด้านความเชื่อมโยงระหว่างฝูเจี้ยนกับไต้หวัน จึงสามารถพูดได้ว่า สภาพแวดล้อมการทำงานไม่เหมาะสมกับภารกิจที่ต้องปฏิบัติเป็นอย่างมาก”
เพื่อผลักดัน “ภารกิจที่หนึ่ง” นี้ กรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์ฝูเจี้ยนได้ตั้งสำนักงานก่อสร้าง โดยมีนายไป๋ จิงจ้าว รองอธิบดีในขณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมกลุ่มแกนนำพรรคฯประจำกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์ฝูเจี้ยนเพื่อพิจารณาหารือทุกสัปดาห์
แท้จริงแล้ว โครงการอาคารสำนักพิมพ์ได้รับอนุมัติตั้งแต่ปี 1987 แต่ด้วยเหตุผลหลายประการจึงยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง และเหตุผลสำคัญที่สุดคือพื้นที่ตามแผนเดิมไม่เพียงพอต่อความต้องการจริงเป็นอย่างมาก
“เดิมทีมีการจัดสรรพื้นที่เพียง 6 โหม่ว (2.5 ไร่) แต่เมื่อคำนวณแล้วเราต้องการกว่า 8 โหม่ว ที่ดินอีก 2.8 โหม่วที่อยู่ข้างๆกันนั้นเป็นของบริษัทบริหารงานเทศบาลที่สามของเมืองฝูโจว หากจะซื้อในราคาตลาดตอนนั้น เราต้องใช้เงินไม่น้อย แต่ในเวลานั้นเราต้องหาเงินด้วยตัวเองเพื่อสร้างอาคารใหม่ ไม่มีทางหาเงินมาเพิ่มได้อีก” นายไป๋ จิงจ้าวเล่าย้อนอดีตให้ฟัง
ด้วยเหตุนี้ นายจาง หลีโจวพร้อมกับนายไป๋ จิงจ้าวจึงพากันไปขอเข้าพบนายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองฝูโจว เพื่ออธิบายถึงปัญหา นายสี จิ้นผิงตอบว่า “ต้องศึกษาก่อน”
หลังจากนั้น ทั้ง 2 ได้รายงานเรื่องนี้ต่อนายสีจิ้นผิง อีกครั้ง นายสี จิ้นผิงได้เห็นชอบ และให้เจ้าหน้าที่นำแผนที่เมืองฝูโจวมาเพื่อดูพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เมื่อทราบว่าที่ดินตั้งอยู่บริเวณถนนตงสุ่ยและตรอกเต๋อกุ้ย เขากล่าวว่า “แถวนั้นยังไม่มีตึกสูง พวกคุณลองหาวิธีสร้างให้ได้สัก 20 ชั้นขึ้นไปนะ”
ด้วยการสนับสนุนของนายสี จิ้นผิง กรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์ฝูเจี้ยนได้ชำระเงิน 1 ล้านหยวน เพื่อขอใช้ที่ดิน 2.8 โหม่วจากบริษัทบริหารงานเทศบาลที่สามของเมืองฝูโจวในราคาพิเศษ
ปลายปี 1992 อาคารสำนักพิมพ์ใหม่ได้เริ่มตอกเสาเข็ม เริ่มก่อสร้าง และปลายปี 1995 อาคารสูง 24 ชั้นก็สร้างแล้วเสร็จ จากนั้นตกแต่งเป็นเวลาอีกครึ่งปี ในฤดูร้อนปี 1996 อาคารแห่งนี้ก็เริ่มใช้งาน “กว่า 20 ปีผ่านมา อาคารหลังนี้ก็ยังคงให้บริการแก่งานข่าวและสำนักพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้” นายจาง หลีโจวกล่าว
สำหรับกระบวนการในการได้รับอนุมัติงบเฉพาะกิจ 1 ล้านหยวนเพื่อจัดระเบียบหนังสือโบราณนั้น นายหยางเจียชิง อดีตอธิบดีกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์มณฑลฝูเจี้ยนยังจำได้แม่น
วันหนึ่งในปี 2002 นายสี จิ้นผิงได้เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในมณฑลฝูเจี้ยนมาร่วมเสวนา และได้เชิญนายหยาง เจียชิงเข้าร่วมด้วย
“สหายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญอย่างมากกับการจัดระเบียบหนังสือโบราณ เขาถามผมว่าในมณฑลฝูเจี้ยนตอนนี้มีคนทำงานด้านนี้กี่คน และมีปัญหาอะไรบ้าง ผมตอบว่า งานด้านนี้เป็นงานเฉพาะทาง การแบ่งวรรคตอนยากมาก การตรวจสอบต้นฉบับก็ยากมากเช่นกัน และปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือขาดงบประมาณและขาดบุคลากร ไม่คาดคิดเลยว่าสหายสี จิ้นผิงได้ตอบทันทีว่า ‘คุณกลับไปเขียนแผนการจัดระเบียบหนังสือโบราณแล้วยื่นมานะ ทางมณฑลจะอนุมัติงบให้’” นายหยาง เจียชิงเล่าย้อนอดีตให้ฟัง
หลังจากกลับมา นายหยาง เจียชิงและผู้บริหารสำนักพิมพ์ประชาชนฝูเจี้ยนได้หารือกัน และร่าง “แผนการจัดระเบียบและจัดพิมพ์หนังสือโบราณมณฑลฝูเจี้ยน”เสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้นายสี จิ้นผิงพิจารณา
วันที่ 22 สิงหาคม ปี 2002 ทางการมณฑลฝูเจี้ยนได้แจ้งกรมสารนิเทศและสำนักพิมพ์ว่า ได้รับอนุมัติจากผู้นำมณฑล และกรมการคลังมณฑลได้จัดสรรงบเฉพาะกิจจำนวน 1 ล้านหยวน สำหรับสนับสนุนโครงการจัดระเบียบหนังสือโบราณแล้ว
ด้วยงบประมาณนี้ สำนักพิมพ์ประชาชนฝูเจี้ยนได้เร่งการจัดทำ “ชุดเอกสารโบราณปาหมิ่น” (“ปาหมิ่น” หมายถึงมณฑลฝูเจี้ยน) และได้จัดระเบียบและจัดพิมพ์หนังสือโบราณที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 20 เล่ม ซึ่งกลายเป็นต้นแบบสำคัญในการอนุรักษ์และสืบทอดเอกสารประวัติศาสตร์ของมณฑลฝูเจี้ยน
สิ่งที่ทำให้คนในวงการสำนักพิมพ์ในมณฑลฝูเจี้ยนประทับใจไม่รู้ลืม คือ ที่ฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิงได้ตีพิมพ์หนังสือ “หลุดพ้นจากความยากจน”ซึ่งเป็นผลงานหนังสือเล่มแรกของเขา รวมถึงวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในหัวข้อ “การศึกษาวิจัยว่าด้วยการทำให้ชนบทของจีนมีความเป็นตลาดมากขึ้น” (ซึ่งได้มีการรวบรวมไว้ในหนังสือ “แนวคิดทางทฤษฎีเกี่ยวกับเศรษฐกิจการตลาดสังคมนิยม”) และยังเป็นบรรณาธิการหนังสือรวม 6 เล่ม เช่น “ทฤษฎีและแนวปฏิบัติการเกษตรสมัยใหม่” “การสำรวจการพัฒนาเพื่อให้ชนบทฝูเจี้ยนมีความเป็นตลาดมากขึ้น” และ“แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 20 ปีของเมืองฝูโจว” เป็นต้น
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่