โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองจับตา ‘เพื่อไทย’ ประเมินเก้าอี้ 5 กระทรวงรวมเกษตรฯ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“โรม” ไม่สนใจกล้าธรรมมาร่วมเป็นฝ่ายค้าน บอกคงยินดีไม่ได้เพราะไม่ได้จับมือกันเป็น พรรคส้มขอเดินหน้าบทบาทเต็มที่ ตรวจสอบ “ธรรมนัส” ด้วย “ไผ่” งงไม่รู้เขาปิดดีลตั้งรัฐบาลกันแล้ว เขี่ย “กล้าธรรม” ออก ส่วนโฆษกพรรคบอกแค่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ คนภูมิใจไทยยืนยันยังไม่แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ฝ่ายเพื่อไทยคาดได้ดูแล 5 กระทรวง รวมกระทรวงเกษตรฯ ด้วย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลอนุทิน 2 เสียงเป็นทางการวันที่ 21 ก.พ. รวบรวมได้แล้ว 286 เสียง พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง

วันที่ 24 ก.พ. นี้ หลังจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประชุม มีมติสนับสนุนนายอนุทิน จะทำให้มีอีก 5 เสียง เข้ามาหนุนอย่างเป็นทางการ รวมกันแล้ว 291 เสียง แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่าปิดดีล 300 เสียง ไม่เป็นความจริง 100% ย้ำว่ายังรอการประกาศผลจาก กกต. อย่างเป็นทางการ ถึงจะเริ่มขั้นตอนต่อไปตามลำดับ ส่วนโผรายชื่อที่ออกมาก็ไม่ได้มาจากพรรคภูมิใจไทย มีใครจงใจปล่อยออกมาผ่านสื่อ เพื่อสกัดใครในพรรคหรือไม่

อนึ่ง มีรายงานว่า พรรคภูมิใจไทยมอบกระทรวงให้พรรคเพื่อไทยดูแล คือ 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 3.กระทรวงศึกษาธิการ 4.กระทรวงแรงงาน 5.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งจะมีชื่อ “ดร.เชน” นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย มาเป็นรัฐมนตรี แต่ยังไม่ทราบว่า เพื่อไทยจะให้ดำรงตำแหน่งกระทรวงใด คาดการณ์ได้เพียงว่า นายยศชนัน อาจไป อว. เพราะเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คุณสมบัติเหมาะสม

ขณะที่โควตาคนนอก มีชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม และต้องจับตานายปรีดี ดาวฉาย จะมาเป็น รมว.พลังงาน ในสัดส่วนคนนอกหรือไม่ นายปรีดี เคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ และประธานกรรมการบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ที่ปัดพรรคประชาชน (ปชน.) กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นฝ่ายค้าน พรรคเล็กไปร่วมรัฐบาลว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เพราะเดินทางมาต่างประเทศ ขณะที่นายกองตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบและไม่ได้ยินข่าวดังกล่าว คงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะนี้

“การที่ถ้าหาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นฝ่ายค้าน จริง ๆ ตามข่าว ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส การตรวจสอบเรื่องเบน สมิธ ไม่ได้เกี่ยวแค่กับ ร.อ.ธรรมนัส คนเดียว ยังมีอีกหลายคนที่มาเกี่ยว แม้กระทั่งในเรื่องการเซ็นเอ็มโอยูของบริษัทสิงคโปร์ที่เชื่อมโยงกับเรื่องการสแกนม่านตา เราต้องเดินหน้าเช่นกัน”

“สส.ใบพลู” นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีแนวโน้มสูงที่จะถูกเขี่ยให้เป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคส้มว่า คงพูดไม่ได้ ว่ายินดีต้อนรับหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านไม่ได้เกิดจากการจับมือกันเป็น พรรค ปชน. ทำเต็มที่กับบทบาท เราไม่ได้สนใจว่า ใครบ้างมาเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ได้ยินดียินร้าย ขณะที่เรื่องทุนสีเทา เราก็เดินหน้าตรวจสอบต่อได้อยู่แล้ว

ด้าน “หัวหน้าโอ๋” นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี นำโดย พรรค ปชน. พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ 3 พรรคหลักนี้ช่วยให้การตรวจสอบรัฐบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ในการถ่วงดุลกันพอสมควร สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

สำหรับกรณีเหมืองทองอัครา ที่สุดท้ายทั้งไทยและบริษัทคิงเกตส์ฯ ยุติข้อพิพาทโดยไม่มีเงื่อนไขหรือค่าชดเชยใดๆ “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงเบื้องหลังการเจรจาว่า ในช่วงที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้รับฟังไปครบแล้วและใกล้จะมีการชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท

ปกติจะมีทีมทางการที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ แต่เนื่องจากต้องมีการเจรจาทำความเข้าใจในเชิงลึกนอกรอบ จึงได้มีการขออนุมัติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตั้งชุดทีมนินจา ขึ้นมา โดยมีตนเองกับนายอธึก อัศวานันท์ พล.ท.นิธิ จึงเจริญ และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาเจรจากับผู้แทนบริษัทอัคราฯ และบริษัทแม่ แจ้งข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาแกล้ง แต่เป็นเพียงความเข้าใจผิดในขั้นตอนการใช้อำนาจทางการปกครอง ในรัฐบาลต่อมา (รัฐบาลเศรษฐา-แพทองธาร) ไม่ได้แต่งตั้งชุดเจรจาใหม่ ทีมนินจาช่วยประสานงานต่อมา จนสุดท้ายผู้ถือหุ้นยอมรับเงื่อนไขตามที่ฝ่ายบริหารเสนอ ไม่ต้องพึ่งอนุญาโตตุลาการ

แต่ “รมต.แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม อดีตเคยสังกัดพรรค รทสช. อธิบายว่า เป็นผลงานของเขา ช่วงปี 2563 มีการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามาเป็นกรรมการเจรจา แต่กรรมการชุดดังกล่าวก็สิ้นสภาพลงไปตามวาระของรัฐบาลในเดือน ส.ค. 2566 จนกระทั่งเข้าสู่เดือน พ.ค. 2568 จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนกรณีเหมืองทองอัคราขึ้นมาใหม่ โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะทำงาน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ เป็นผลจาก “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ตน ในฐานะ รมว.อุตสาหกรรม วางกลยุทธ์การต่อสู้คดีอย่างเป็นระบบ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะทำงาน บูรณาการการทำงานร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายอย่างใกล้ชิด เราส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยไม่หวั่นเกรงหากต้องสู้คดีให้จบในชั้นอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญก่อนการออกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในกลางเดือน พ.ย. 2568

“สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำให้คู่กรณีเล็งเห็นว่า การยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด การยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปีได้สำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมของคณะทำงานชุดปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของผม และการทำงานอย่างต่อเนื่องของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกคน”

จากนี้จะตีวาทะผลงานใครกันอีกหรือไม่ ก็รอดู

มาที่เรื่อง กกต. สำนักงาน กกต. ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีความเห็นว่าบัตรออกเสียงประชามติไม่ปลอดภัยว่า จากข่าวมีผู้ให้ความเห็นว่าบัตรประชามติไม่ปลอดภัยนั้นไม่เป็นความจริง ในบัตรออกเสียงประชามติมีการกำหนดรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเป็นกรณีพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียงประชามติ และมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวด เป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ข้อ 68 วรรคสาม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า จากข้อถกเถียงเรื่องความลับของการเลือกตั้ง หากไม่เป็นความลับ คาดว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออก 2 แนวทาง คือ 1.จัดการเลือกตั้งใหม่ 2.ลงคะแนนใหม่ ซึ่งการจัดการเลือกตั้งใหม่กับการลงคะแนนใหม่นั้น ไม่เหมือนกัน โดยส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเป็นการลงคะแนนใหม่ โดยให้ผู้สมัคร สส.คนเดิม มาแข่งกันอีกครั้งหนึ่ง (หมายถึงไม่ต้องตราพระราชกฤษฎีกาให้สมัครกันใหม่)

จะเลือกตั้งใหม่หรือลงคะแนนใหม่ ผู้ชนะหลายคนในภาคใต้คงต้องเตรียมเงินกันอีกคนละ 100 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่การแข่งขัน ประชาธิปไตย 1 นาที ของเมืองไทยก็เป็นเช่นนี้ เพราะการเลือกตั้งเป็นของเล่นของคนซื้อกับคนขายที่จะตกลงราคาซื้อขายกัน โดยมีหัวคะแนนเป็นพ่อค้าคนกลาง.

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...