“อียู-เมร์โกซูร์” ลงนามข้อตกลงการค้าครั้งสำคัญ ปฏิเสธภาษี-การแยกตัว
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า ข้อตกลงระหว่างอียู ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ กับกลุ่มตลาดร่วมของอเมริกาใต้ หรือ “เมร์โกซูร์” (Mercosur) ซึ่งประกอบด้วย บราซิล อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย ทำให้เกิดเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หลังการเจรจาอย่างยากลำบากมานาน 25 ปี
ข้อตกลงฉบับนี้ได้รับแรงผลักดันใหม่ ท่ามกลางการใช้มาตรการภาษีและการข่มขู่ทางการค้าอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งหาความร่วมมือใหม่
“เราเลือกการค้าที่เป็นธรรม มากกว่าภาษี เราเลือกความร่วมมือระยะยาวที่มีประสิทธิผล มากกว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยว” นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวในพิธีลงนามข้อตกลง ที่กรุงอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย
ด้านประธานาธิบดีซันติอาโก เปญา ผู้นำปารากวัย ยกย่องข้อตกลงข้างต้นว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เช่นเดียวกับนายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป ที่กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ตรงข้ามกับ “การใช้การค้าเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์”
นอกจากนี้ นายเมาโร วิเอรา รมว.การต่างประเทศบราซิล ยังกล่าวว่า ข้อตกลงอียู-เมร์โกซูร์ เปรียบเสมือน “ป้อมปราการ” ท่ามกลางโลกที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอน การกีดกันทางการค้า และการบีบบังคับ
โดยรวมแล้ว อียูและเมร์โกซูร์ คิดเป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก และมีผู้บริโภคมากกว่า 700 ล้านคน
อนึ่ง ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งยังต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภายุโรป (อีพี) และให้สัตยาบันโดยสมาชิกเมร์โกซูร์แต่ละประเทศ จะยกเลิกอัตราภาษีมากกว่า 90% ของการค้าทวิภาคี และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในช่วงสิ้นปี 2569.
เครดิตภาพ : REUTERS