โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อียู-เมร์โกซูร์” ลงนามข้อตกลงการค้าครั้งสำคัญ ปฏิเสธภาษี-การแยกตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 22.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เจ้าหน้าที่จากประเทศในอเมริกาใต้และสหภาพยุโรป (อียู) ลงนามในข้อตกลงการค้าฉบับสำคัญ ซึ่งพวกเขายกย่องว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ทรงพลัง ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับภัยคุกคามจากภาษี ความไม่แน่นอน และการกีดกันทางการค้า

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า ข้อตกลงระหว่างอียู ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ กับกลุ่มตลาดร่วมของอเมริกาใต้ หรือ “เมร์โกซูร์” (Mercosur) ซึ่งประกอบด้วย บราซิล อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย ทำให้เกิดเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หลังการเจรจาอย่างยากลำบากมานาน 25 ปี

ข้อตกลงฉบับนี้ได้รับแรงผลักดันใหม่ ท่ามกลางการใช้มาตรการภาษีและการข่มขู่ทางการค้าอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งหาความร่วมมือใหม่

“เราเลือกการค้าที่เป็นธรรม มากกว่าภาษี เราเลือกความร่วมมือระยะยาวที่มีประสิทธิผล มากกว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยว” นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวในพิธีลงนามข้อตกลง ที่กรุงอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย

ด้านประธานาธิบดีซันติอาโก เปญา ผู้นำปารากวัย ยกย่องข้อตกลงข้างต้นว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เช่นเดียวกับนายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป ที่กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ตรงข้ามกับ “การใช้การค้าเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์”

นอกจากนี้ นายเมาโร วิเอรา รมว.การต่างประเทศบราซิล ยังกล่าวว่า ข้อตกลงอียู-เมร์โกซูร์ เปรียบเสมือน “ป้อมปราการ” ท่ามกลางโลกที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอน การกีดกันทางการค้า และการบีบบังคับ

โดยรวมแล้ว อียูและเมร์โกซูร์ คิดเป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก และมีผู้บริโภคมากกว่า 700 ล้านคน

อนึ่ง ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งยังต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภายุโรป (อีพี) และให้สัตยาบันโดยสมาชิกเมร์โกซูร์แต่ละประเทศ จะยกเลิกอัตราภาษีมากกว่า 90% ของการค้าทวิภาคี และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในช่วงสิ้นปี 2569.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...