“ทรัมป์” ขู่ใช้ภาษีบีบประเทศที่ไม่หนุนแผนสหรัฐครองกรีนแลนด์
“ทรัมป์” ขู่ใช้ภาษีบีบประเทศที่ไม่หนุนแผนสหรัฐครองกรีนแลนด์ ท่ามกลางเดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันไม่ขายและปฏิเสธการผนวก
วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 02.32 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเมื่อวันศุกร์ว่า เขาอาจใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับประเทศต่าง ๆ หากไม่ยอมตามเรื่องกรีนแลนด์
“เราต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ดังนั้นผมอาจทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาว ระหว่างงานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ
คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่าทรัมป์ ซึ่งผลักดันแนวคิดให้สหรัฐเข้าครอบครองกรีนแลนด์อย่างเข้มข้นและก้าวร้าวขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กำลังหันไปใช้เครื่องมือถนัดของเขาในการงัดอำนาจต่อรองกับต่างประเทศ นั่นคือการขึ้นภาษี
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยระบุว่ากำลังพิจารณาหลายทางเลือก รวมถึงการใช้กองทัพสหรัฐ เพื่อเข้าควบคุมดินแดนของเดนมาร์กแห่งนี้
ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐจำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ แม้ว่าสหรัฐจะมีฐานทัพอยู่ที่นั่นแล้วก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติจากความกังวลต่อจีนและรัสเซีย
ทำเนียบขาวยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐกำลังพิจารณายื่นข้อเสนอซื้อเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้ แต่กรีนแลนด์และเดนมาร์กย้ำมาโดยตลอดว่า ดินแดนดังกล่าวไม่ได้มีไว้ขาย และไม่ต้องการถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา
การที่ทรัมป์พูดถึงการใช้ภาษีเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการในประเด็นกรีนแลนด์ มีขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งพูดถึงยุทธศาสตร์คล้ายกัน เพื่อกดดันให้ต่างประเทศขึ้นราคายา
ทรัมป์พยายามลดราคายาในสหรัฐ ด้วยการกำหนดให้ราคายาในประเทศต้องเท่ากับราคาที่ถูกกว่าซึ่งต่างประเทศจ่าย โดยในงานที่ทำเนียบขาววันศุกร์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาขู่ผู้นำหลายประเทศว่า หากไม่ยอมขึ้นราคายาตามข้อตกลงแบบประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most Favored Nation) ก็จะเผชิญภาษีหนักกับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่ส่งเข้าสหรัฐ
“ผมอาจทำแบบนั้นกับกรีนแลนด์ด้วย ผมอาจขึ้นภาษีกับประเทศต่าง ๆ ถ้าพวกเขาไม่ยอมตามเรื่องกรีนแลนด์ เพราะเราต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ” ทรัมป์กล่าว
คณะผู้แทนจากกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งได้พบกับรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า พวกเขามีความเห็นไม่ตรงกันโดยพื้นฐานกับทรัมป์
ทั้งนี้ทรัมป์ขยายการใช้มาตรการภาษีอย่างมากนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง ทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณการที่ราว 17%
มาตรการภาษีวงกว้างหลายรายการของเขาถูกประกาศโดยอาศัยกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งการใช้กฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลถูกท้าทายในศาลหลายครั้ง และศาลหลายแห่งวินิจฉัยว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมา
ข้อพิพาทนี้ถูกยกระดับไปถึงศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งอาจมีคำตัดสินในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของภาษี IEEPA ของทรัมป์
ทรัมป์อ้างว่า หากศาลสูงตัดสินให้เขาแพ้ วาระนโยบายของเขาจะพังทลาย
“ผมหวังว่าเราจะชนะคดีในศาลฎีกา เพราะถ้าเราไม่ชนะ มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับประเทศของเรา” เขากล่าวเมื่อวันศุกร์
อ้างอิง : cnbc.com