‘ดีเจดาว’ เปิดใจนาที ‘แกงส้ม’ คุกเข่าขอแต่งงาน เผยกลิ่นแปลกๆ ก่อน Say Yes เป็นว่าที่เจ้าสาว!
ทำเอาสาวไทยค่อนประเทศอิจฉาตาร้อนในความโรแมนติก ที่ก่อนหน้านี้นักร้องหนุ่ม "แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ" หรือ แกงส้ม เดอะสตาร์ จัดหนักเซอร์ไพร้ส์คุกเข่าขอแฟนสาว "ดีเจดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร" แต่งงานท่ามกลางแลนด์มาร์คดัง Shibuya Sky ประเทศญี่ปุ่น หลังบ่มเพาะความรักมานานถึง 9 ปี ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดสาวดาวออกมาเปิดใจในงาน Inzent Elite Opening with Partners ถึงเบื้องหลังความป้ำๆ เป๋อๆ แต่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบในครั้งนี้ โดยดาวเล่าว่า “ก็ดีค่ะ มีความสุข จริงๆ ทุกอย่างก็อาจจะมีโปรโมชั่นนิดๆ หน่อยๆ ว่าตื่นเช้ามาแล้วก็ อุ้ย แหวนสวยจังเลย แหวนก็ไม่ใส่แค่ตอนอาบน้ำกับตอนนอนค่ะ แต่ว่าใส่ทุกวัน ถ้าไม่ใส่ทุกวันเขาไม่ยอม เขาบอกว่า I love you แล้วก็บอกว่าอะไรก็ได้ แต่ว่าต้องใส่แหวน เราก็เชื่อเขาง่าย เพราะเรามองแล้วก็มีแรงใจรายวัน
ถามว่ามีสัญญาณมาก่อนไหม ไม่มี ไม่งั้นหนูจะไม่ใส่ชุดนั้น ประเด็นคือชุดนั้นคือชุดจากไปถ่ายงานลูกค้าลงติ๊กต็อก ชุดก็เลยต้องเป็นสีฟ้า ก็บอกเขาว่าเดี๋ยววันนี้แม่จะถ่ายงานนะ พอเห็นคลิปแต่งงานลูกน้องโทรฯ มาเลย พี่ดาวได้ถ่ายงานหรือยัง แล้วชุดนั้นคือชุดลูกค้า แล้วจะทำยังไง ลูกน้องไม่ได้พูดยินดีก่อนด้วยซ้ำ
แต่ถามว่ามีสัญญาณอะไรมาก่อนไหม จริงๆ มีแค่คำพูดประมาณว่าพ่อชอบชิบูย่ามาก แล้วตรงนั้นคือ Shibuya Sky เขาก็พูดตลอด ถ้าเป็นประเทศไทยมันเหมือนเป็นตึกใบหยกประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่เขาเลย แล้วมันก็ไม่ใช่หนูด้วย แต่เขาพูดว่าพ่ออยากทำตามความฝันของพ่อ แม่พาไปหน่อย เขาก็ดูแปลก เขาจะมีความฝันอะไรบางอย่างแปลกๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำหรับเรามันเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าเขาเป็นเรื่องใหญ่ เราก็ต้องซัพพอร์ตเขาอยู่แล้ว
แล้วคือเขาบอกว่าเขาฝันมานานแล้ว แต่เราก็เพิ่งรู้ อยู่กันมาเป็น 8 ปี หนูก็งงเหมือนกัน จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากๆ เลยค่ะ แล้วในใจเราคิดว่า นี่จบแล้วเหรอ อ๋อ โอเค วินาทีนั้นคือลมมันแรงมากเลยค่ะ เป็นวันที่หนูไม่สวย แล้วดาวก็ป่วย ดาวไปถึงแล้วก็ป่วยเลย ก็จะงอแงนิดหนึ่ง แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเราจะถ่าย Vlog กันอยู่แล้ว เดินๆ อยู่แล้วมันหนาวมาก แล้วดาวใส่สั้นมาก ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมวันนี้แต่งตัวแบบนี้มานะ เสร็จปุ๊บเขาก็ยื่นไมค์มาให้ติด นี่ก็หันไปถามว่าติดทำไม เขาบอกก็ถ่าย Vlog ไง พอขึ้นไปปุ๊บก็งงๆ ไปหมด แล้วเขาเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรแล้วเขาจะชอบอยู่อย่างนั้น
ส่วนช่างภาพก็ไม่รู้ว่าไปหามาตอนไหนเหมือนกัน ซึ่งมาคุยกันอีกทีคือช่างภาพก็เพิ่งรู้ว่าจะมาขอแต่งงาน เซอร์ไพร้ส์ช่างภาพด้วย ช่างภาพคือไปให้เขามาจากโอซาก้า แล้วเราอยู่ชิบูย่าอยู่โตเกียว แต่ชอบมู้ดนี้มากเลย เขาบอกเดี๋ยวพี่ออกค่าตั๋วรถไฟมาให้ แล้ววันที่นั่งรถไฟมาเพิ่งบอกว่าเดี๋ยวพี่จะขอแต่งงานนะ เพื่อที่จะได้ไม่หลุด ไม่มีใครบนโลกนี้รู้ยกเว้นตัวเขาแล้วก็น้องช่างภาพตอนนั้น ก็ถือว่าสำเร็จนะคะ พอขึ้นไปแล้วมันก็สวยจริงๆ หนูก็เลยถ่ายรูปไปเรื่อยๆ วินาทีนั้นมันไม่มีอะไรเลยนอกจากเดี๋ยวเรารีบถ่ายเนอะ เพราะว่ามันถ่ายได้แค่ไม่กี่ชอต คนเยอะ แล้วคนญี่ปุ่นก็ตกใจกันใหญ่เลย แล้วคนข้างหลังก็พูดว่า Say Yes! Say Yes สิ! You say yes! ก็โอเค Say Yes มันก็เป็น Magic Moment ล่ะค่ะ
ถามว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง ไม่มีความรู้สึกอะไรอยู่ในหัวเลย ยกเว้นคือที่เรารอมาตลอดน่ะมันคืออันนี้ใช่ไหม ไม่มีการร้องไห้ ไม่มีความอะไรทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ว่าเขาดูไม่เป็นตัวเองสุดๆ เขาบอก แม่ แต่งงานกันนะ I love you แค่นี้ แล้วก็คุกเข่า มีคนแซวหนูเหมือนกันว่าพี่ดาวอย่าถอยเยอะ เดี๋ยวตกลงไป เพราะมันต่างที่เราคิดไว้ค่อนข้างเยอะ ไม่คิดว่าจะมาตรงนี้ มันไม่ต้องนิวยอร์กหรือปารีส หนูคิดว่ามันต้องเงียบ มันต้องมีแค่สองคน มันต้องไม่มีใครที่เราไม่ได้สนิทและไม่รู้จักขนาดนั้น แต่กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวมากมายได้เห็นโมเมนต์นี้ หนูเลยรู้สึกว่าเขาก็คงทรีตหนูอีกรอบหนึ่งล่ะมั้ง แล้วก็รีบๆ ด้วย เพราะว่าเขามีเวลาให้ถ่ายคลิปแค่ 1 นาที ให้ถ่ายรูปเราแค่ 1 นาที เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องรีบจัดแจง แต่สมบูรณ์แบบมากตรงที่เป็นหนูสุดๆ เป็นเขาสุดๆ นี่แหละ ป้ำๆ เป๋อๆ
พอลงมามันเป็นความรู้สึกอิ่มๆ มันแค่รู้สึกว่าเราก็มั่นคงทางใจ แล้วหลังจากนั้นเขาก็น่ารักขึ้นอีก เขาใจเย็น เหมือนพอมองแหวนแล้วเขาก็จะมีสายตาอีกแบบหนึ่ง ยิ่งกว่าหลวงพ่อวัดไหนอีกนะ (หัวเราะ) เขาน่ารักเลยค่ะ ประเด็นคือแฟนหนูแปลกมาก หนูขอเมาท์ ปกติแล้วนี่คือแหวน Wedding Band เป็นแหวนแต่งงาน เขาซื้อหมดทั้งแหวนขอ แหวนแต่ง และก็แหวนตัวเอง ซื้อไว้หมดแล้วโดยที่ไม่บอกอะไรหนู ซึ่งปกติแล้วเราต้องช่วยกัน แต่คือเซอร์ไพร้ส์ล้วนค่ะ เรื่องไซซ์ เขาเอาแหวนคู่อันเก่าสุดไป ซึ่งแหวนคู่อันนั้นน่ะมันไม่ใช่ของแพงอะไรมาก มันเบี้ยว วงมันก็เลยหลวม มันก็เลยหมุนอยู่อย่างนี้
คือเราคุยกันไว้ว่าปีหน้า คือดาวคุยกับเขาแล้วว่าปีนี้มันไม่มีเนอะ แล้วดาวทำงานเยอะด้วย ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไร ก็เลยปักใจว่าปีหน้าแน่นอนเพราะปกติเวลาที่เราพูดอะไร เราสัญญากันแล้ว เขาจะไม่เคยผิดสัญญา มันก็ไม่ใช่เชิงสัญญาหรอกค่ะ แต่พูดไปแล้วว่าไม่ใช่ปีนี้ ดาวก็จะเชื่อว่าไม่ใช่ปีนี้ เพราะเขาก็ไม่เคยไม่ทำตามสิ่งที่เขาพูด อันนี้เรียกว่าเซอร์ไพร้ส์สุดๆ ตอนนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะปีนี้เป็นปลายปีค่ะ แล้วมีแต่คนบอกว่าปลายปีโรงแรมหายาก ดาวก็ยังคุยกับบัว (นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ) ในขณะที่บัวทำหมดทุกอย่างแล้ว ดาวยังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เลยรู้สึกว่าเดี๋ยวหลังจากนี้อาจจะเป็นเรื่องชุดค่ะ แต่ทุกอย่างมันจะมาในแบบเรา มันจะไม่มีพิธีอะไรเยอะแยะ มันจะมาจากสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ ส่วนโชว์ รักเธอ 24 ชั่วโมง อาจจะเป็นจากเด็กๆ ในบ้าน (หัวเราะ)
ส่วนคำว่าว่าที่สามี คือตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มันปีที่ 9 แล้วค่ะ ดาวรู้สึกโชคดีมากจริงๆ อย่างที่พี่ๆ เห็นเขาเติบโตมาเรื่อยๆ เขาก็ไม่มีเรื่องเสียหายอะไร แล้วก็มาเจอกันในวันที่เราพร้อมด้วย ในวันที่จิตใจเรามั่นคงแล้ว แล้วพอมันมีพิธีการแบบ Proper จริงๆ ว่าเราเลือกกันและกันแล้ว มันไม่ใช่แค่เขาเลือกหนูอย่างเดียว มันเป็นหนูเลือกเขา เขาเลือกหนู เราเลือกกันและกันแล้ว มันเหมือนเวลาที่หลังจากนี้ไปเราจะไม่กลัวอะไรแล้ว เราจะรู้ว่าอย่างน้อยที่สุดเราจะมีคนนี้คอยที่จะโกยเราจากความทุกข์ในวันที่เราทุกข์ที่สุด และก็จะมีเขาคอยยินดีในวันที่เรามีความสุขที่สุดเหมือนกัน ในวันที่เราประสบความสำเร็จมันมีคนยินดีด้วยมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ อยู่แล้ว ดาวว่ามันเป็นความมั่นคงทางจิตใจมากกว่า
แล้วก็เหมือนยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยังดูแลเราเหมือนเดิม ยังมีกาแฟให้กินทุกเช้า ยังสั่งข้าวให้กินทุกวัน ก่อนจากบ้านยังหอม กลับบ้านมาหอม คือดาวโอเคแล้ว ความฝันของดาวไม่มีแล้ว ความฝันของดาวจากนี้ไปคืออยากทำความฝันของเขาให้สำเร็จ และซัพพอร์ตไปมากกว่า เพราะฉะนั้นชีวิตหลังจากนี้เรารู้สึกว่าเรามั่นคงทางใจแล้ว เหลือมั่นคงทางเศรษฐกิจเท่านั้นค่ะ (หัวเราะ) แหวนกี่กะรัตไม่รู้เลยค่ะ น่าจะประมาณ 2 แหวนแต่งดาวคิดว่าน่าจะเป็นอันนี้ไปเลยค่ะ เพราะว่าไม่คิดว่าจะมีพิธีอะไรมากกว่านี้แล้ว แต่อาจจะแค่เอาตัวแบรนด์ อันนี้แล้วก็สวมวันนั้น อาจจะเป็นแค่เท่านั้นค่ะ”