อนุทิน อนุรักษนิยม ?
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
เกือบ 30 ปี ที่พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามทักษิณ ไม่เคยได้รับชัยชนะเลือกตั้งแบบเด็ดขาด
เพราะพรรคที่เป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษนิยมดั้งเดิม เสื่อมทรุดลงทั้งตัวผู้นำ และอุดมการณ์พรรค หัวขบวนฝ่ายชนชั้นนำจึงสับเปลี่ยนกำลังไปใช้บริการพรรคภูมิใจไทย
ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ที่ทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 ถึง 75 เสียง ได้ สส.เพิ่มมากกว่าเดิมเกือบ 3 เท่า ถูกตีความว่า เป็นการชนะเลือกตั้งของฝ่ายอนุรักษนิยม ภายใต้นโยบายหาเสียงที่ชูความเป็นชาตินิยม
แต่ชัยชนะของพรรคอันดับ 1 กลับได้คะแนน สส.ระบบบัญชีรายชื่อเพียง 5 ล้านกว่าคะแนน ได้ สส.ทั่วประเทศ 19 คน แพ้พรรคอันดับ 2 ที่ได้กว่า 10 ล้านเสียง กวาด สส.มากที่สุด 31 คน
ชัยชนะของภูมิใจไทย เป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ที่พรรคอันดับ 1 ไม่ได้ชนะในระบบ สส.บัญชีรายชื่อ
เนื้อในของ สส.เขตภูมิใจไทย มาจากการรวบรวมกลุ่มนักการเมืองบ้านใหญ่ เครือข่ายนักธุรกิจ เข้าร่วมสังกัด ภายใต้การคัดคุณสมบัติ 3 ข้อ 1.ฐานเสียงพื้นที่แข็งแรงนับหัวได้จริง คะแนนดิบระดับมีสิทธิชนะ 2.คนรุ่นใหม่ใจถึงมีฐานะด้านการเงิน 3.เป็นเจ้าของธุรกิจหรือทายาท
รวมกับเนื้อในของพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ด้วยเสียงราว 292 เสียง จึงอาจเรียกได้ไม่เต็มปากว่า เป็นรัฐบาลฝ่ายอนุรักษนิยม
เป็นรัฐบาลอนุรักษนิยมจำแลง แสดงแต่งตัวกลมกลืน ให้บริการชนชั้นนำเครือข่ายอนุรักษนิยม อาจจะใช่กว่า
เพราะแท้ที่จริงแล้ว ตัวแทนการเมืองที่อยู่ใน 2 พรรคใหญ่ และพรรคเล็ก-จิ๋ว นับ 10 พรรค ส่วนใหญ่เคยสังกัดพรรคทักษิณ พรรคสืบทอดอำนาจทหาร และพรรคบรรหาร
เป็นรัฐบาลบ้านตระกูลใหญ่ ที่ใหญ่กว่าพรรค ตัวนักการเมืองที่นำพาลูกพรรคเข้าสภา โดยไม่ได้ยึดโยงกับอุดมการณ์+นโยบายพรรค แต่สามารถกำหนด-ชี้นำตำแหน่งโควตารัฐมนตรีได้ คล้ายสมัยรัฐบาลบรรหาร-บิ๊กจิ๋ว
แตกต่างจากรัฐบาลไทยรักไทย ที่นักการเมืองบ้านใหญ่ ถูกยึดโยงด้วยบารมีทักษิณ และนโยบายประชานิยมต้นตำรับของพรรค ที่เข้าถึงฐานเสียง บวกกับอุดมการณ์ “คนเสื้อแดง” ทำให้บ้านใหญ่อยู่ในภาวะจำยอม-ถ้าย้ายออกแพ้เลือกตั้ง
ขณะที่นโยบายหาเสียงของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย เสนอต่อ กกต. “พูดแล้วทำ” 8 นโยบาย อาทิ พยาบาลอาสา ทหารอาสา สร้างกำแพงชายแดน ป้องกันภัยรุกราน คนละครึ่งพลัส
เมื่อพรรคหลักของฝ่ายอนุรักษนิยม สู้ยุทธศาสตร์นักเลือกตั้งไม่ได้ ทั้งประชาธิปัตย์ และพรรคทหารที่ก่อตั้งขึ้นสืบทอดอำนาจรัฐประหาร 2 พรรค ไม่สามารถเอาชนะภูมิใจไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล และเนวิน ชิดชอบ จึงจำแลงแปลงกาย จากฝ่ายที่เคยเป็นลูกพรรคบรรหาร ลูกพรรคทักษิณ จับมือกับกำนันสุเทพ ทอดตัวเป็นลูกน้องคนสนิทยุคประยุทธ์ จากสถานะพรรคบ้านใหญ่ เน้นการเมืองแบบอุปถัมภ์ ล่มหัวจมท้ายได้กับทุกฝ่ายเพื่อชนะ เป็นหัวขบวนให้ฝ่ายอนุรักษนิยม
อนุทิน-ชาญวีรกูล จากลูกพ่อค้า ผู้รับเหมายักษ์ใหญ่ ต้องแสดงบทบาทใหม่ให้แนบเนียน และเพื่อให้สอดคล้องกับชุดความคิดอุดมการณ์สวมเสื้อคลุมอนุรักษนิยม ที่มีคุณค่าการเน้นวัฒนธรรมความเป็นไทย ธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล้ำ-ต่ำสูงในสังคม นับถือระบบอาวุโส
อนุทินจึงมักจะใส่ชุดสีกากี สัปดาห์ละ 2-3 วัน สวมเสื้อพระราชทานแทบทุกวัน และเมื่อลงพื้นที่บางครั้งเขาใส่ชุดอาสารักษาดินแดน ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 96 วัน ภารกิจ 1 ใน 4 ของวาระเกี่ยวข้องกับวัดและวัง และงานด้านวัฒนธรรม
รวมทั้งรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมผัวเดียว เมียเดียว ด้วยการจดทะเบียนสมรสครั้งใหม่ กับภรรยาคนที่ 3 อย่างเป็นทางการ และใช้ทรัพย์สินดูแลภรรยาเก่า มีวาระเปิดตึกไทยคู่ฟ้า ต้อนรับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายภรรยา ในฐานะแขกพิเศษ
อนุทิน-เนวิน ตอกย้ำดีกรีพรรคบ้านใหญ่-ท้องถิ่นนิยม ด้วยการประกาศชัยชนะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ด้วยการซักซ้อมบทของพรรคแกนนำ 192 คน ในงานสัมมนาพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก 1 คืน 1 วัน ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
และจะใช้พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ ขึ้นป้ายพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะสังฆกรรมกับภูมิใจไทย พร้อมโผรายชื่อว่าที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ไม่มีชื่อ “คนมีมลทิน” ?
จากนี้ไปชนชั้นนำ จำต้องเลือกแล้วว่าจะใช้บริการพรรคปฏิบัตินิยม บริหารประเทศ ที่นำโดยเนวิน-อนุทิน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน อนุรักษนิยม ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net