โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ-อินโดนีเซีย บรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีนำเข้าเหลือ 19%

THE STANDARD

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สหรัฐฯ-อินโดนีเซีย บรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีนำเข้าเหลือ 19%

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียบรรลุข้อตกลงทางการค้าเมื่อวานนี้ (19 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่น โดยสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะลดอัตราภาษีนำเข้า สำหรับสินค้าจากอินโดนีเซียลงเหลือ 19% จากเดิมที่เคยขู่ว่าจะเก็บในอัตรา 32% ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียจะยกเลิกกำแพงภาษีและค่าธรรมเนียมสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มากกว่า 99%

สหรัฐฯ ยอมรับข้อเสนอเรื่องเงื่อนไขภาษีของอินโดนีเซียถึง 90% ของรายละเอียด โดยอินโดนีเซียจะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ากว่า 1,700 รายการ ซึ่งรวมถึงสินค้าส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ เช่น น้ำมันปาล์ม กาแฟ เครื่องเทศ ช็อกโกแลต ยางธรรมชาติ ตลอดจนสินค้ากลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ข้อตกลงนี้ตั้งเป้าที่จะช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอินโดนีเซียได้เปรียบดุลการค้าอยู่ราว 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอินโดนีเซียจะอำนวยความสะดวกในการจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าประเมินราว 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบไปด้วย การนำเข้าพลังงานมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, เครื่องบินพาณิชย์ 13,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสินค้าเกษตรอีก 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อีกทั้งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อินโดนีเซียตกลงที่จะยอมรับมาตรฐานของสหรัฐฯ ในด้านความปลอดภัยของรถยนต์ การปล่อยมลพิษ อุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์ รวมถึงอินโดนีเซียจะปฏิรูปกระบวนการตรวจสอบก่อนการจัดส่งสินค้า (Pre-Shipment Inspection) และยกเลิกภาษีรวมถึงค่าธรรมเนียมสำหรับบริการดิจิทัลด้วย

ประเด็นแร่หายากและแร่สำคัญ

อินโดนีเซียตกลงที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้บริษัทจากสหรัฐฯ สามารถเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแร่หายากและสกัดแร่สำคัญ ภายใต้เงื่อนไขที่ทัดเทียมกับนักลงทุนในประเทศ โดยประเด็นนี้ถือเป็น ‘เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ’ ในการลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากประเทศจีน สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การป้องกันประเทศ และสายพานการผลิตสินค้าสำคัญ

‘ผลลัพธ์เชิงบวก’ ต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย

ข้อตกลงนี้ถือเป็น ‘ปัจจัยบวก’ ที่สำคัญสำหรับอินโดนีเซีย เนื่องจากจะช่วยสนับสนุนกระแสเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ในช่วงที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน โดยการลงนามเกิดขึ้นในระหว่างที่ซูเบียนโต เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมการประชุมนัดแรกของ ‘Board of Peace’ ซึ่งนำโดยโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูฉนวนกาซา

อินโดนีเซียในฐานะ ‘กำลังสำคัญ’ ของกองกำลัง Board of Peace

นอกจากดีลการค้าที่บรรลุข้อตกลงแล้ว อินโดนีเซียยังแสดงบทบาทนำด้านความมั่นคงในเวทีการประชุมนัดแรกของบอร์ดสันติภาพทรัมป์ โดยอินโดนีเซียเสนอที่จะส่งทหาร 8,000 นาย เข้าร่วม ‘กองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ’ (International Stabilization Force: ISF) ของบอร์ดสันติภาพนี้ ร่วมกับชาติสมาชิกอื่นๆ อีก

โดยพลเอก แจสเปอร์ เจฟเฟอร์ส ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ (ISF) สำหรับฉนวนกาซายืนยันว่า อินโดนีเซียจะดำรงตำแหน่ง ‘รองผู้บัญชาการ’ ของกองกำลัง ISF อีกด้วย ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีและจุดยืนของอินโดนีเซียเหล่านี้จะมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-อินโดนีเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมบทบาทนำของอินโดนีเซียในเวทีโลกอย่างมาก

แฟ้มภาพ: Denis Balibouse / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...