โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องหลังไล่ล่า “จะลอ” คนร้ายชิงทองอ่อนนุช พบประวัติสุดแยบยล

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรณีตำรวจแกะรอยคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างสรรพสินค้าย่านอ่อนนุช ได้ทองคำน้ำหนักไปประมาณ 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท ก่อนคนร้ายไปจนมุมที่เชียงราย ตามข่าวก่อนหน้านี้

รายงานข่าวระบุว่า คนร้ายมีวิธีการหลบหนีอย่างแยบยล เลือกใช้เส้นทางไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และมีการนำรถมอเตอร์ไซต์ของกลางไปทิ้งในคลอง ก่อนจะหลบหนีไปในตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิดอีก

แต่การทำงานของตำรวจยังเดินหน้า ไล่กล้องวงจรปิดทุกจุดอย่างละเอียดและทุกระยะ ทำงานกันอย่างหนัก กระทั่งรู้ตัวคนร้ายทราบชื่อ นายจะลอ หรือ “ทิว” อายุ 29 ปี โจรหมวกฟาง ซึ่งเก็บมาจากศาลพระภูมิคลองปลัดเปรียง รวมถึงวิกผม เชื่อว่าเจ้าตัวเตรียมการมาอย่างดีจากบ้านที่ จ.เชียงราย แม้กระทั่งน้ำที่ใช้ข่มขู่พนักงาน ยังเป็นน้ำเปล่าใส่ขวด เก็บมาจากข้างทาง

โดยจุดเริ่มต้นเหตุการณ์นี้ นายจะลอ เริ่มก่อเหตุเข้าไปลักรถจักรยานยนต์ที่บริเวณวัดสระเกศเมื่อวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 จากนั้นวันที่ 1-6 มกราคมที่ผ่านมา นายจะลอ นำรถจักรยานยนต์ไปพ่นสีสเปรย์ บริเวณใต้สะพานข้ามคลองปลัดเปรียง ต่อมาวันที่ 7 มกราคม นายจะลอ ขี่รถจักรยานยนต์คันที่ขโมยมา ไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขาซอยมิตร์อนันต์ ก่อนเอาหมวกกันน็อกและเป้ไปซ่อนไว้ที่บริเวณใต้ทางด่วนข้างทางรถไฟถนนกำแพงเพชร 5 แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง มาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และนั่งรถโดยสารประจำทางกลับที่พัก

จากนั้นวันที่ 26 มกราคม ออกจากแมนชั่น ซอยเปรมฤทัย 20 มาบริเวณปากซอยสุขุมวิท 101 และได้ขึ้นรถไฟฟ้าไปที่สถานีปุณณวิถี มาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และได้ขึ้นรถประจำทาง ไปลงฝั่งตรงข้ามซอยราชวิถี 30 ก่อนจะเดินมาบริเวณแยกอุภัยเจษทิศ ขึ้นรถจากจักรยานยนต์รับจ้างไปบริเวณแยกเทอดดำริ เพื่อเปลี่ยนชุดเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีดำ เป็นเสื้อสีดำ กางเกงสีขาวและถือหมวกกันน็อกออกมา เอารถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ

กระทั่งวันที่ 29 มกราคมเวลา ประมาณ 20.32 น. นายจะลอไปสำรวจเส้นทางบริเวณห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเวลา 22.00 น. นายจะลออยู่บริเวณใต้สะพานอ่อนนุช 21 และในเวลา 05.01 ของวันที่ 30 มกราคม ได้ออกจากบริเวณดังกล่าวกลับมาจอดรถที่ใต้สะพานข้ามโครงการฟอเรสเทียร์ ริมคลองปลัดเปรียงในเวลา 06.25 น. และมุดเมทัลชีท บริเวณลานจอดรถบ้านสี่พระยาไปหลบซ่อนอยู่ที่ป่าต้นตะขบ

กระทั่งคืนวันดังกล่าว เวลา 19.16 น. นายจะลอออกจาก บริเวณใต้สะพานข้ามโครงการพอเรสเทียร์ริมคลองปลัดเปรียง ไปสำรวจเส้นทางต่อที่บริเวณห้างที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.43 น. จากนั้นก็วนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงและกลับมาก่อเหตุในช่วงเวลา 23.35 น.

โดยวิธีการก่อเหตุของนายจะลอ จะมีวิธีการที่แยบยล ขึ้นสลับทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ ตลอดจนรถจักรยานยนต์ และเลือกหลบหนีไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนจะมีการนำรถมอเตอร์ไซต์ของกลางไปทิ้งในคลองประเวศ และทิ้งชุดที่ใช้ก่อเหตุในคลองด้วย ก่อนจะกลับที่พัก จนกระทั่งเวลา 01.12 น. วันที่ 31 มกราคม นายจะลอผ่านซอยพัฒนาการ 69 โดยมีลักษณะแต่งกายเป็นหญิงสวมวิก และได้เดินทางขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 1 จากซอยพัฒนาการ 69 ไปลงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนา และเรียกแท็กซี่คันที่ 2 ไปลงสะพานแดงในซอยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านถนนบางนาตราด จากนั้นเดินเท้าไปขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 3 กลับที่พักของตัวเอง ถึงเวลา 04.00 น. ซึ่งจุดเป็นอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง อยู่ภายในซอยอุดมสุข 51 นอน 1 คืน พอรุ่งเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็ไปที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) เพื่อซื้อตั๋วรถไฟธรรมดา ปลายทางไปที่เชียงใหม่ พอถึงเชียงใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก็ไปนอนอยู่โรงแรมใกล้สถานีรถไฟที่เชียงใหม่ 1 คืน จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก็กลับบ้านที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายจะลอ นัดเพื่อนชื่อ “นายดิว” ไปเจอกันที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายจะลอ ให้การว่าได้เดินทางไปหา “นายดิว” โดยรถสองแถวสีฟ้าที่ขนส่ง อ.แม่สาย ซึ่ง ”นายดิว“ มากับชายชุดดำ 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์มารอรับ ก่อนจะรับนายจะลอมาส่งตรงป่าบริเวณชายเขา แล้วก็ต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อเอาทองทั้งหมดไปให้ “นายดิว” ในป่า จุดนี้ “นายดิว“ ให้เงินนายจะลอ ก้อนแรก 200,000 บาท จากนั้น “นายดิว” ก็บอกว่าจะเอาทองที่เหลือไปขายอีก ถ้าได้เงิน จะนัดมอบเงินให้ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นก็แยกย้าย นายจะลอกลับบ้าน ระหว่างนี้ตำรวจได้สะกดรอยตามนายจะลอ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตำรวจสามารถเข้าจับกุมตัวได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.สรวย จ.เชียงราย

โดยเจ้าตัวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สุดท้ายก็จนมุม ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มคุ้มครองบุคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป”

ส่วนประวัติ นายจะลอ ไม่ธรรมดา มีประวัติก่อเหตุตั้งแต่เป็นเยาวชน มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ก่อเหตุลักทรัพย์มาโดยตลอด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดอย่างละเอียด พบว่ามีประวัติการกระทำความผิดจำนวน 7 คดี ได้แก่ 2559 สน. คลองตัน ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” 2556 สน.คลองตัน ความผิดฐาน “ลักทรัพย์” 2563 สภ.สารภี ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 2563 สภ.สารภี ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” 2563 สภ.สารภี ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” 2563 สภ.สารภี ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 2563 สภ.สารภี ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนจะพ้นออกมาเมื่อปี 2568 แต่นายจะลอกลับไม่สำนึก ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง

ส่วนกรณีนายจะลอ จะเกี่ยวข้องกับเคส ”แจ๊คกี้“ โจรชิงทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายชื่อแจ็คกี้ก่อเหตุชิงทองคำ น้ำหนักกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท หรือไม่ เจ้าตัวยังปฎิเสธ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...