โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัมพันธ์กธ.แค่กลางๆ

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ไชยชนก” ไม่หวั่นโดนวางงาน ก.เกษตรฯ “ประชาชาติ” เปิดตัวหนุน “อนุทิน” บอกแผลเก่าในอดีตเหมือนแข่งกีฬา เกมจบเป็นเพื่อนกัน “ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ ปลัด กษ.โต้ข่าว ขรก.ไปด้วย “มาร์ค” ยืนกราน ปชป.ไม่มอบตัว ต้องมาชวนเอง ชี้ ภท.ใช้ กธ.คานอำนาจ พท.ได้

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าจุดยืนเราเหมือนเดิม คือรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลานี้จนถึงวันนั้นก็เปิดให้ทุกพรรคมาแสดงจุดยืน ส่วนกรณีนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ.ระบุว่าไม่มีที่ไหนในโลกมาโหวตเลือกนายกฯ ก่อนแล้วมาคุยเรื่องตั้งรัฐบาลนั้น อันนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เราบอกว่าให้โหวตก่อน แต่เราบอกว่าเราเปิดรับเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทินกับทุกพรรค ไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใด

เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. ระบุไม่ยึดติดกระทรวงเกษตรฯ แต่ถ้าใครมาทำงานก็ยาก เพราะไม่ได้ทำงานอยู่ห้องแอร์เหมือนกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนกตอบว่า ตนคิดว่าทุกกระทรวงมีความท้าทาย และผู้บริหารทุกคนมีความสามารถและบุคลิกการทำงานที่แตกต่างกัน สุดท้ายอยู่ที่ผลงาน ขอให้มองที่ผลงาน ส่วนตัวไม่มีประสบการณ์ในกระทรวงเกษตรฯ คงบอกไม่ได้ว่าสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสพูดเป็นอย่างไร ฉะนั้นขอรอดูว่าใครจะมานั่ง

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสระบุยามแรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ตอนนี้พรรค ภท.กับพรรค กธ.ยังหวานกันอยู่หรือไม่ นายไชยชนกหัวเราะและกล่าวว่า “ผมว่ากลางๆ มาโดยตลอด สำหรับผมการเมืองไม่เคยหวานเลยสำหรับผม”

เมื่อถามอีกว่า หากพรรค กธ.ไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ กังวลว่าจะมีการวางงานหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะจากที่เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มา ก็สัมผัสได้ว่าบางทีก็มีความลำบากเวลาเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าเราเจตนาที่ดีในการมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน ท้ายที่สุดจะทำได้ และเวลาจะพิสูจน์ และคิดว่ากระทรวงเกษตรฯ คงไม่แตกต่าง การเข้าไปใหม่ต้องมีสิ่งที่เราต้องไปทำความเข้าใจ ศึกษาแนวทางการทำงาน ระบบราชการ โครงการต่างๆ แต่ใครก็ตามที่พร้อมและมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีก็สามารถจัดการปัญหาได้

วันเดียวกัน ที่ทำการพรรค ภท. นายไชยชนก ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ให้การต้อนรับแกนนำและว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ (ปช.) ขณะที่ทาง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปช. ไม่ได้เดินทางมาด้วยเนื่องจากติดภารกิจต่างจังหวัด

นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ได้นำมติของพรรค ปช.มาแจ้งต่อเลขาธิการพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ภท.ได้ทราบ เนื่องจากเราได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ของพรรค ภท. และเอาสิ่งที่พูดคุยไปหารือในที่ประชุมพรรค ปช.เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ปช.มีมติเป็นเอกฉันท์พร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อให้พรรค ภท.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

นายซูการ์โนบอกว่า พ.ต.อ.ทวีไม่ได้เดินทางมาด้วยเพราะติดภารกิจ แต่ให้ฝากความคิดถึงมายังทีมผู้บริหารของพรรค ภท. โดยเฉพาะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค ปช. ได้ฝากความคิดถึงถึงนายเนวิน ชิดชอบ บิดาของเลขาธิการพรรค ภท. และนายอนุทิน ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันในสภา วันนี้ตนมาเป็นตัวแทนของพรรค เรา 5 คนพร้อม

ปช.เป็นเพื่อน ภท.ได้

ส่วนความขัดแย้งในอดีต ทั้งเรื่องคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.นั้น นายซูการ์โนกล่าวว่า ช่วงที่ พ.ต.อ.ทวีดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ท่านทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ขณะนี้กระบวนการทั้งหมดอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล บทบาทรัฐมนตรีของ พ.ต.อ.ทวีก็จบหลังจากออกจากรัฐบาล เหมือนเล่นกีฬา เวลาแข่งก็แข่งกันไป หมดเวลาจบก็เป็นเพื่อนกันได้ จับมือกันได้ การเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเข้าใจ

เมื่อถามถึงกรณีมีการพูดถึงเรื่องเลือกตั้งเป็นโมฆะ กังวลหรือไม่ นายซูการ์โนตอบว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ กกต. และองค์กรอิสระที่ดูแลการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนจะโมฆะหรือไม่นั้น หน้าที่ของเราจบแล้ว สู้ในสนามเลือกตั้ง เรื่องเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ต้องดูที่หลักฐาน อยู่ที่ศาล ไม่ได้อยู่ที่ตน

มีความเคลื่อนไหวของพรรค กธ. หลังจาก ร.อ.ธรรมนัสระบุว่าจะเดินทางไปยุโรปในคืนวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 20 ก.พ. มีข่าวลือว่า ร.อ.ธรรมนัสได้ยกเลิกการเดินทางไป และเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในวันที่ 20 ก.พ. แต่ปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้เดินทางเข้ากระทรวงแต่อย่างใด มีเพียงนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรฯ และว่าที่ สส.เชียงใหม่ พรรค กธ. ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่กระทรวง

โดยนายนเรศกล่าวว่า เท่าที่รู้เที่ยวบินของ ร.อ.ธรรมนัสยังไม่ได้ยกเลิก ทราบว่ากำหนดการยังคงเป็นในคืนวันที่ 20 ก.พ. ส่วนข่าวที่ว่า ร.อ.ธรรมนัสจะเข้ามาที่กระทรวงเกษตรฯ ตนไม่ทราบ และที่ตนเข้ามากระทรวงเพราะได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัสให้ปฏิบัติราชการแทนในขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสไม่อยู่เท่านั้น

ขณะที่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ออกมาชี้แจงกระแสข่าวข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเดินทางไปต่างประเทศแถบยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า ข่าวที่ออกไปน่าจะมีความคลาดเคลื่อน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการเดินทางไปต่างประเทศจะต้องมีการขออนุญาตจากปลัดกระทรวง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาขออนุญาตแต่อย่างใด

นายวิณะโรจน์ยืนยันว่า ข้าราชการของกระทรวงเกษตรฯ ทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ได้เรียกประชุมข้าราชการระดับสูงของกระทรวงในเรื่องการทำงานว่าจะต้องทำงานอย่างไม่มีสุญญากาศ งานต้องต่อเนื่องเต็มที่ เพราะข้าราชการทุกคนต้องดูแลประชาชน กินเงินเดือน ใช้งบหลวง ขับเคลื่อนเดินหน้าทำงานเต็มที่

เมื่อถามว่า การที่มีข่าวในลักษณะเช่นนี้ออกมา เพื่อเป็นการเบี่ยงประเด็นว่า รมว.เกษตรฯ พยายามจะรวมกลุ่มข้าราชการบางส่วนเพื่อจะเตรียมการอะไรบางอย่าง นายวิณะโรจน์ตอบกลับทันทีว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ ในเรื่องของการเมืองไม่ขอให้ความคิดเห็น เพียงแต่วันนี้รอรับคำสั่งมาว่าทุกคนจะต้องทำงานอย่างเต็มที่ อย่างงานในกระทรวงเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ได้มีการพูดคุยร่วมกัน จะไม่มีการทำตัวลักษณะลอยตัวหรือดึงงาน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ยังปฏิเสธข่าวเรียกประชุมข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ว่า ไม่มีอย่างแน่นอน และตนไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ซึ่งคนที่จะสามารถประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงได้จะเป็นปลัดกระทรวง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมีภารกิจมากในช่วงนี้ ดังนั้นตนไม่ได้รับแจ้งในเรื่องนี้แน่นอน อาจเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการประชุมมีไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งเป็นตนที่เรียกประชุมข้าราชการทั้งกระทรวงเพื่อติดตามการทำงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เกี่ยวกับประเด็นความชัดเจนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาว่า ตนไม่ประกาศเช่นนั้น เพราะโดยระบบของพรรคเป็นอำนาจกรรมการบริหารพรรค และ สส. ซึ่งได้คุยเบื้องต้นว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่รอรับสายโทรศัพท์ แต่หากโทรศัพท์มาพร้อมรับ ไม่ปิดเครื่อง

ปชป.ไม่มีมอบตัวก่อน

“พรรคไม่มีมอบตัวก่อนเด็ดขาด หากได้เข้าไปคุยแสดงว่าเขามาตาม และการไปฟัง ไม่ใช่ฟังเฉยๆ เพราะต้องรักษาคำพูดกับประชาชนต่อเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่ต้องไม่มีพรรค กธ.ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำ และไม่มีการสร้างความแตกแยก” นายอภิสิทธิ์ระบุ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้พรรค ปชป.เป็นพรรคขนาดเล็กที่มีจุดยืน ส่วนที่ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน เพราะดูหักหาญกันไปหน่อย เนื่องจากไม่มีปัญหากันขนาดนั้น

หัวหน้าพรรค ปชป.ยังมองการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ว่า พรรค ภท.ถือว่าได้เสียงข้างมากที่ทำให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ขณะนี้แม้ว่าจะไม่มีพรรค กธ.ร่วมรัฐบาล ก็สามารถมีเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้กว่า 290 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 210 เสียง ซึ่งจำนวนเสียงต่างกันมาก ดังนั้นหากวิเคราะห์ว่าจะดึงพรรค กธ.เข้าร่วมมีเหตุผลอะไร ตนมองว่าเพื่อป้องกันพรรคเพื่อไทย (พท.) ตีรวนหรือถอนตัว ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเสียงที่พรรค กธ.มี 58 เสียง จะมีน้ำหนักมากกว่าหากเทียบกับพรรค ปชป.ที่มี 22 เสียง

หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวอีกว่า พรรค พท.มี 74 เสียง หากดึงพรรค ปชป. 22 เสียงเข้าไป ยังลำบาก แต่หากเป็นพรรค กธ. 58 เสียง สามารถหักลบกับพรรค พท.ได้เกินครึ่ง หากมีปัญหาจริงพรรค ภท.ไม่สะเทือน และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้พรรค ภท.ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ขณะเดียวกันแม้จะอยู่นิ่งๆ ยังมีอำนาจต่อรองสูงสุด

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้แกนนำพรรค กธ.ตอบโต้พรรค ปชป. หลังประกาศไม่จับมือ และตอบกลับให้คอยดูเถอะ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ไม่เป็นปัญหาอะไร ผมก็ตอบว่าให้คอยดูเถอะเช่นกัน เพราะพรรคที่ได้ สส. 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ"

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงจุดยืนพรรค ปชป.ว่า สมมุติว่าจะมาชวนร่วมรัฐบาล และมีคนที่จะถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรมอยู่ด้วย ตนก็ไม่ร่วม พรรค ปชป.พร้อมเป็นพลังทางการเมืองที่จะตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินทิศทางการเมืองหลังจากนี้เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์มองว่า หากการเลือกตั้งเรียบร้อย หรือต่อให้ไม่เรียบร้อย เพราะคาดการณ์กันว่าอาจต้องลงคะแนนใหม่ เชื่อว่าจะไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเชิงตัวเลขได้ และจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในเชิงตัวเลข มีโอกาสทำงานผลักดันนโยบายได้ หากถามว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ตนมองว่าถ้าไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหา ไม่ทำอะไรไม่ถูกต้อง หรือทำอะไรที่สะดุดขาตัวเอง ก็สามารถอยู่ได้

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้าได้สํารวจครั้งที่ 9 เรื่อง การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชน และรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง โดยทําการสํารวจระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ.69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จํานวน 2,000 ตัวอย่าง

โดยเมื่อถามถึงรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบใดที่ชอบที่สุด? จากการสํารวจพบว่า คนจํานวนมากยังไม่ถูกใจสูตรรัฐบาลแบบไหนเลย แต่มีแนวโน้มไปที่สูตรผสมหลายพรรคมากกว่า ไม่มีรูปแบบที่ชอบสูงสุด 41.7% รองลงมาคืออยากเห็นรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์ 28.5% ถัดมาคือรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์+ประชาชาติ 13.8%

ถัดมาคือ อยากเห็นรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+กล้าธรรม+พลังประชารัฐ+เศรษฐกิจ 9.3% รัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม 4.6% และรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+กล้าธรรม น้อยที่สุด 1.9% ชี้ให้เห็นว่าประชาชนจํานวนมากยังรู้สึกว่าสูตรการเมืองที่ถูกเสนอมาไม่ตอบโจทย์ หรือยังไม่มั่นใจต่อทั้งความชอบธรรม เสถียรภาพ ทิศทางนโยบายของการจับขั้วต่างๆ เมื่อจําเป็นต้องเลือก คนจํานวนหนึ่ง ไปทางรัฐบาลผสมหลายพรรค มากกว่า สะท้อนความคาดหวังอาจอยู่ที่การประนีประนอมเพื่อเดินหน้า แต่ก็ยังไม่ใช่คําตอบที่ทําให้คนส่วนใหญ่พอใจ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...