โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิธีถนอมสายตาในยุคดิจิทัล WHO คาดปี 2050 คนครึ่งโลกสายตาสั้น

PPTV HD 36

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แพทย์เผย สัญญาณ Digital Eye Alert ภัยเงียบจากการจ้องจอนาน เสี่ยงตาล้า ตาแห้ง สายตาสั้นเพิ่ม ควรพักสายตา ปรับพฤติกรรม และดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี

ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงหน้าจอแทบจะดวงตาของเราต้องเผชิญกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ สุขภาพดวงตา โดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต จนเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็ยากจะทวงคืนดวงตาที่เคยชัดแจ๋วของเราได้

Digital Eye Alert คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า การใช้หน้าจอดิจิทัลต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดปัญหา ตาล้า ตาแห้ง ปวดตา มองเห็นไม่ชัด และสายตาเสื่อมก่อนวัย

รู้ก่อนทำ! ศัลยกรรมตาสองชั้น แก้ตาหลบใน หนังตาตก อย่างมั่นใจ

ภาวะหนังตาตก สาเหตุ-วิธีรักษา ไม่ใช่ผู้สูงอายุก็เป็นได้

ปัญหาเหล่านี้มักเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากละเลย อาจกลายเป็น ภัยเงียบที่ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว การรู้เท่าทันผลกระทบจากเทคโนโลยี และเรียนรู้ วิธีดูแลดวงตาอย่างถูกต้องในยุคดิจิทัล จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยถนอมสายตา ลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพตา และรักษาการมองเห็นให้ดีไปได้นานที่สุด

เช็กอาการ Digital Eye Alert

  • มองหน้าจอ > 6 ชม./วัน
  • มีอาการตาล้า / แสบตา เคืองตา/ น้ำตาไหล / ปวดหัว ปวดเบ้าตา
  • ตาพร่ามัวเป็นพักๆ สู้แสงไม่ได้
  • เปลือกตาหนัก ง่วงนอนตลอดเวลา
  • สายตาเปลี่ยนเร็ว ไม่คงที่

ภาวะที่กำลังเป็น “โรคเงียบของยุคดิจิทัล” ที่พบบ่อย

  • ปัญหาสายตาผิดปกติมากขึ้น
  • อุบัติการณ์“ตาแห้ง” เพิ่มขึ้น และมีอาการรุนแรงขึ้น

ปัจจุบันพบว่า เฉลี่ยแล้วคนทำงานต้องใช้หน้าจอวันละ 8–10 ชม./วัน โดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 ที่ผ่านมา การทำงานจากบ้าน (WFH) การที่จ้องหน้าจอทั้งวัน ทำให้ปัญหาสายตาสั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากการศึกษา ภาวะสายตาผิดปกติ กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นปัญหาระดับโลก โดยมีการคาดการณ์จาก WHO ว่า ในปี 2050 ประชากรกว่าครึ่งโลก (50%) หรือ 3,500 ล้านคนขึ้นไป จะมีปัญหาสายตาสั้น โดยกลุ่มประชากรที่สายตาสั้นสูง มากกว่า 6.00 diopter จะมีความเสี่ยงเป็นโรคทางตาอื่นๆ ด้วย เช่นต้อหิน จอประสาทตาฉีกขาด หรือต้อกระจก

ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตา

  • อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัว
  • ใช้สายตาต่อเนื่อง จ้องจอเกิน 2 ชม. โดยไม่พัก ใช้มือถือขณะนอน เปิดแสงจอสว่างเกินไป
  • นั่งในห้องปรับอากาศทั้งวัน
  • ไม่ใส่แว่นกรองแสง
  • มีต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน

เทคนิคถนอมสายตาในยุคดิจิทัล

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุกๆ 20 นาทีเวลาทำงาน ให้มองออกไปไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที

  • ปรับสิ่งแวดล้อม จัดแสงและระยะหน้าจอห่างจากตา 50–70 ซม. ปรับจอให้พอดีกับแสงรอบตัว

  • กะพริบตาให้บ่อยขึ้น กะพริบตาให้สุดช้าๆ

  • ประคบอุ่นเปลือกตาอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น หรือแผ่นประคบอุณหภูมิ 40-45องศา วาง 5-10 นาที แล้วทำความสะอาดเปลือกตาและขอบโคนขนตาด้วยแชมพูเด็กอ่อน เพื่อลดการอุดตัน กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันสร้างน้ำตา

  • โภชนาการและอาหารที่มีประโยชน์สำหรับดวงตา เช่น

  • ลูทีน, ซีแซนทีน (ในผักใบเขียวเข้ม)

    • วิตามิน A, C, E, Zinc
    • ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอ (ลดอาการตาแห้ง)
  • หยอดน้ำตาเทียมให้ความชุ่มชื่น

หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะผิดปกติรุนแรง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางช่วยดูแล เช่น การใช้แสงรักษา (Eyelight)

การรักษาตาแห้งด้วยเทคโนโลยี IPL และ LLLT(Intense Pulsed Light + Low Level Light Therapy) ใช้นวัตกรรมแสงความเข้มข้นสูง รักษาตาแห้งจากต่อมไขมันอุดตันที่เปลือกตา(MEIBOMIAN GLAND DYSFUNCTION) ได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานของการรักษาโรคตาแห้ง ตั้งแต่ ปี2017 (DEWS II guideline for dry eye treatment)

  • กระตุ้นการทำงานระดับเซลล์ สร้างน้ำตามากขึ้นในระยะยาว
  • ช่วยลดการอักเสบ
  • ทำให้ไขมันอ่อนนุ่มลง ลดการอุดตัน
  • เส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติที่เปลือกตาหดตัวลง
  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและตัวไร(Demodex) ที่ขนตา

คุณภาพการมองเห็น “มีผลต่อคุณภาพชีวิต” ดวงตามีคู่เดียว อยากให้ทุกท่านทะนุถนอมและใช้งานอย่างอ่อนโยน ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา ช่วยชะลอการเสื่อมของสายตาได้ หมั่นดูแลดวงตาของเราให้มีสุขภาพการมองเห็นที่ดี จะช่วยเพิ่มการเรียนรู้ และประสิทธิภาพในการทำงาน

ขอบคุณข้อมูลจาก :โรงพยาบาลพญาไท 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...